1. แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจ และนโยบายงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2550  เศรษฐกิจไทยในปี 2550 คาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 4.8 อัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ 3.5 โดยมีการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ปัจจัยบวกที่สนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนให้ปรับตัวดีขึ้นกว่าในปี 2549 ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างทรงตัว และความเชื่อมั่น        ของนักลงทุนที่มีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นและเกือบเต็มกำลังการผลิต  ในหลายอุตสาหกรรมจะช่วยกระตุ้นการลงทุน สำหรับการใช้จ่ายครัวเรือนคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นกว่าในปี 2549 เนื่องจากราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอลง  อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของภาคการส่งออกไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก ประเด็นทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การขยายตัวของการนำเข้าสินค้าที่จะกลับมาเร่งตัวสูงกว่าการขยายตัวของการส่งออก ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มขาดดุลเล็กน้อย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าสินค้าทุนสำหรับการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ รวมทั้งการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพื่อการผลิตตามความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นแนวทางในการบริหารเศรษฐกิจในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของคน การใช้เทคโนโลยี  และการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ ควบคู่กับการบริหารจัดการการใช้จ่ายภาครัฐบนหลักของความโปร่งใส เป็นธรรม ประหยัด และประสิทธิภาพ โดยเน้นความสมดุลทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม     มีความสอดประสานกับนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เหมาะสมกับเงื่อนไขและศักยภาพของหน่วยปฏิบัติ จึงกำหนดนโยบายงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ดังนี้1.1 ดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล1.2 สนับสนุนการทบทวนงบประมาณตามภารกิจ โครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงาน (Redeploy)1.3 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐเพื่อควบคุมรายจ่ายประจำ1.4 กำหนดรายจ่ายลงทุนในจำนวนไม่ต่ำกว่าปีงบประมาณ พ.ศ. 25491.5 ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่น2. ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550สำนักงานประมาณได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด  การพัฒนาประเทศตาม (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550-2554 ที่มีคน  เป็นศูนย์กลางการพัฒนา เพื่อมุ่งสู่ "สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน" รวมทั้งนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็น


หลักปฏิบัติ โดยกำหนดแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ
       และสังคม และสร้างกลไกรองรับผลกระทบ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในประเทศ   ทั้งนี้ โครงสร้างยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 จะประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ คือ2.1 ยุทธศาสตร์การขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท2.2 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ2.3 ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างสมดุล2.4 ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน2.5 ยุทธศาสตร์การปรับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน2.6 ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงและส่งเสริมธรรมาภิบาล2.7 ยุทธศาสตร์การปรับปรุงการบริหารงานภาครัฐ3. ประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550จากการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจในข้อ 1 คาดว่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้รวม จำนวน 1,673,200.0 ล้านบาท เมื่อหักการคืนภาษีของกรมสรรพากร การจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด การกันเงินเพื่อชดเชยภาษีสำหรับสินค้าส่งออก และการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 จะคงเหลือรายได้สุทธิ จำนวน 1,420,000.0 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการรายได้สุทธิปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 ปรับปรุงเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2549 จำนวน 1,339,385.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.0 4. การกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2550 การกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายได้พิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้4.1 การคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2550 ซึ่งคาดว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศจะมีอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เบื้องต้น ประมาณร้อยละ 4.8 และอัตราเงินเฟ้อ ประมาณร้อยละ 3.54.2  ประมาณการรายได้สุทธิ จำนวน 1,420,000.0 ล้านบาท4.3 นโยบายกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ควบคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเบื้องต้นไม่เกินร้อยละ 50.0 และสัดส่วนภาระหนี้ต่อวงเงินงบประมาณรายจ่ายไม่เกินร้อยละ 15.04.4 นโยบายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 กำหนดให้เป็นงบประมาณขาดดุล โดยกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่าย จำนวน 1,520,000.0 ล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ จำนวน 100,000.0 ล้านบาท4.5 รายจ่ายลงทุนมีจำนวนไม่ต่ำกว่าปีงบประมาณ พ.ศ. 2549    สาระสำคัญของโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 เมื่อเปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 สรุปได้ดังนี้(1) งบประมาณรายจ่าย จำนวน 1,520,000.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 จำนวน 160,000.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 ประกอบด้วย(1.1) รายจ่ายประจำ จำนวน 1,069,450.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2549 จำนวน 110,973.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.4 ของวงเงินงบประมาณรวม เทียบกับสัดส่วนร้อยละ 70.5 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2549(1.2) รายจ่ายลงทุน จำนวน 395,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 จำนวน 36,864.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.0 ของวงเงินงบประมาณรวม   เทียบกับสัดส่วนร้อยละ 26.3 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2549(1.3) รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 55,350.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 จำนวน 12,162.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.2 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.6 ของวงเงินงบประมาณรวม เทียบกับสัดส่วนร้อยละ 3.2 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 (2)  รายได้สุทธิ จำนวน 1,420,000.0 ล้านบาท(3) ดุลงบประมาณขาดดุล ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไม่เกินร้อยละ 50.0 และลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2549 สำหรับสัดส่วนภาระหนี้ต่อวงเงินงบประมาณรายจ่าย ประมาณร้อยละ 11.6  หมายเหตุ - เป็นสาระสำคัญของ "ยุทธศาสตร์การจัดสรรและวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2550" ที่
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม และที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่เสนอ โดยเป็นงบประมาณแบบขาดดุล กรอบวงเงิน 1.52 ล้านล้านบาท ขาดดุล 1 แสนล้านบาท

มติชน  18  ต.ค.  49