
วันนี้ (3 ตุลาคม 56) ตรงกับ แรม 14 ค่ำ เดือน 10 เป็นวัน
ตลาดนัดใหญ่บริเวณหน้าสถานีรถไฟของ อ.กุยบุรี ยุคก่อน (ย้อนอดีต
อีกแล้ว) ตลาดนัดกุยบุรีจะมีผู้คนหลั่งไหลกันมาจับจ่ายข้าวของกัน
มากมาย พ่อค้า แม่ค้าก็นำสินค้ามาขายกันคึกคัก แต่ยุคหลัง ๆ พอ
บ้านเมืองเจริญขึ้น มีร้านสะดวกซื้อ มีตลาดนัดเช้า นัดบ่าย มีเปิดท้าย
ขายของ และที่สำคัญมีตลาดสดเทศบาล เข้ามาเสริมรายได้ให้กับพ่อค้า
แม่ค้า ตลาดกุยบุรีก็ซบเซาเหงาหงอย พ่อค้า แม่ค้าก็หายหน้ากันไป

แต่ตลาดนัดวันนี้ กลับมีผู้คนและแม่ค้าพ่อค้าคึกคักอีกครั้ง เพราะพรุ่งนี้
จะเป็นวันพระและจะเป็นช่วงเทศกาล " สารทไทย " หรือ " สารทเดือน
10 " ชาวพุทธจะถือโอกาสทำบุญวันสารทตั้งแต่วันพรุ่งนี้ แล้วยัง
ต่อเนื่องไปถึงเทศกาลกินเจอีกด้วย จึงมาจับจ่ายซื้อหาอาหารสด
อาหารแห้งไปเตรียมทำบุญ


วันนี้คุณมะเดื่อมีเวลานิดหน่อยสำหรับเดินชมตลาด จึงได้มีโอกาสพบกับ
สิ่งหนึ่งที่คุณมะเดื่อเคยเห็นที่ตลาดนัดนี้ สมัยที่ยังเป็นเด็กน้อย สมัยที่
ตลาดนัดแห่งนี้ยังพลุกพล่านไปด้วยผู้คนทั้งใกล้และไกล สิ่งนั้นคือ...
"การแสดงปาหี่" ที่คนยุคหลัง ๆ คงไม่ค่อยคุ้นเคยกันนัก

ภายในเต๊นท์ผ้าพลาสติกที่ทำอย่างง่าย ๆ เพื่อกันแดด ริมถนนรถไฟ
คณะปาหี่กำลังประกาศเชิญชวนให้ผู้คนที่ผ่านไปมาเข้ามาดูการปล่อยงู
ของเขา ซึ่งเขาประกาศสรรพคุณของงูแต่ละตัวของเขาอย่างน่าสนใจยิ่ง

นึกย้อนไปถึงสมัยเด็ก ๆ ทุกครั้งที่มีตลาดนัด ก็จะมีคณะเล่นปาหี่ หรือ
มายากล มาแสดงทุกเสมอ คุณมะเดื่อกับน้อง ๆ จะต้องมานั่งชิดติดขอบ
จอ รอดูสัตว์แปลก ๆ ที่เขานำมาให้ดู และที่ขาดไม่ได้ก็คือ " งู " นี่
แหละ และงูแต่ละตัวก็จะมีความแปลกประหลาด พิสดารพันลึก อย่าง
เช่น พญางู งูเทพเจ้า งูเจ้าที่ อะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่...เจ้าประคุณ
เอ๋ย..! กว่าจะได้เห็นงูแต่ละตัวก็รอแล้วรออีก จนเบื่อไปตาม ๆ กัน..!

เขาจะประกาศสรรพคุณงูของเขาชนิดพิสดารพันลึุก ทำให้เด็ก ๆ อย่าง
คุณมะเดื่อกับน้อง ๆ (สมัยนั้น ) ใจจดใจจ่อ อยากเห็น " พญางู " ที่มี
หงอนอยู่บนหัว " เจ้าแม่งูเผือก" ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ... แต่จนแล้วจนรอดก็
ยังไม่ได้เห็น เพราะเขาจะสลับกับการขายว่านยาบ้าง ผ้ายันต์บ้าง หรือ
อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย จนผู้ใหญ่บางคนก็ขี้เกียจรอ เดินออกไป แต่
เด็ก ๆ ยังจ้องมองกล่องใส่งูกันอย่างใจจดใจจ่ออยู่ต่อไป ซึ่งบางทีก็ได้
เห็นแว้บ ๆ บางทีก็ได้เห็นทั้งตัว (ก็งูธรรมดา ๆ นี่แหละ ) บางทีก็ไม่ได้
เห็นเลย

วันนี้ ก็มีผู้คนที่เดินไปเดินมา โดยเฉพาะเด็ก ๆ เข้ามาดูบ้างพอควร
ไม่หนาแน่นเหมือนยุคก่อน การโฆษณาสรรพคุณของงูแต่ละตัวก็ไม่
ผิดแผกแตกต่างจากยุคสมัยก่อนนัก...วันนี้เขานำงูที่เคยเป็นดารา
ภาพยนตร์ เรื่อง แม่เบี้ย และอีกหลาย ๆ เรื่องมาให้ทุก ๆ คนดู ( เขาว่า
งั้นนะ ) นอกจากนั้นยังมีงูเผือก งูมีหงอน พญางูมีขน ....
คุณมะเดื่อเองก็ไม่รอช้า รีบเข้าไปดูด้วย ...เปล่านะ..
ไม่ได้อยากดูงูมหัศจรรย์อะไรหรอก แต่...เพราะอยากเก็บภาพเอาไว้
เนื่องจากสิ่งนี้คงหาดูไม่ได้ง่ายนัก ในยุคสมัยโลกไร้พรมแดนอย่างนี้
คุณมะเดื่อคิดว่าคนที่ยืนดูอยู่ก็คงจะมีหลายคนที่ไม่ได้คล้อยตามคำ
โฆษณาของเขา ด้วยยุคสมัยนี้ คนมีเหตุมีผล และมีความคิดความอ่านที่
ทันต่อเหตุการณ์ ด้วยการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ทำให้มีเหตุ
มีผลคิดวิเคราะห์ได้ว่า อะไร เป็นอะไร



ผ่านไปตั้งนานสองนาน ก็ไม่ได้เห็นดารางูเรื่องแม่เบี้ยสักที เห็นแต่หางงู
ตัวแบน ๆ กับหางงูเหลือม ....

ผู้ร่วมคณะปาหี่อยู่ด้านหลัง คอยช่วยจัดหาอุปกรณ์ให้ คนประกาศก็ยัง
คงว่าไปถึงสรรพคุณของงูไปเรื่อย ๆ แล้วก็สลับกับการโฆษณาสินค้า
ประเภท... วัตถุบูชา ....
กำลังจะหันกลับ ก็พอดีเจอ " พี่ปื๊ด " อดีตลูกศิษย์ กศน.ของ
คุณมะเดื่อที่ยืนดูอยู่ (แต่คุณมะเดื่อไม่เห็นเขา ) พี่ปี๊ดยกมือไหว้
คุณมะเดื่อแล้วบอกว่า " พวกเขาน่าสงสารนะ ไม่มีรายได้อะไร
มากมายนัก"คุณมะเดื่อจึงบอกว่า " ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ความ
ศรัทธากับสิ่งที่เขานำมาแสดงและโฆษณา จากผู้คนต่าง ๆ ก็ไม่มีเหมือน
ก่อน ๆ สิ่งที่เขานำมาจำหน่าย จึงไม่มีใครสนใจ "

หลาย ๆ ชีวิต ที่ทำมาหากินโดยสุจริต แต่ในสภาวะเศรษฐกิจและ
สังคมเช่นนี้ ช่องทางและโอกาสของผู้ที่ทำมาหากินโดยสุจริตที่ต้อง
ปากกัดตีนถืบเหล่านี้น้อยลงและตีบตันลงทุกที ... มีมากมายหลายคนที่
ถูกบีบจากสารพัดปัญหารอบด้านจนต้องเดินทางผิด เพื่อความอยู่รอด
ของตนเองและครอบครัว...จะโทษใคร...โทษอะไรดีล่ะ...?
น้องมะเดื่อ
นำบันทึกนี้มาย้อนยุคให้นึกถึงสมัยเด็กๆ ยืนชมจนเลิก ชอบมากๆ กับสิ่งแปลกๆ
แต่เหมือนว่า ทุกวันนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป
อาชีพหลายอย่างต้องเลิกไปเพราะคนไม่อยากชม
ไม่คิดว่าอาชีพนี้จะยังมีอยู่ เคยดูเมื่อตอนเป็นเด็ก
ขอบคุณที่นำมาย้อนอดีด(บ่งบอกว่าแก่แล้ว 555)
หวัดดีจ้ะลุงวอ
ใช่จ้ะ หลาย ๆ อาชีพต้องเลิกราไป เพราะไม่สามารถต้านกระแสแห่งความเจริญก้าวหน้าของยุคสมัยได้ เป็นที่น่าเสียดายนะจ๊ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ
หวัดดีน้องครูอาร์ม
เดี๋ยวนี้คงหาดูการเล่นปาหี่แบบนี้ยากนักแล้ว น้องครูอาร์มได้ดูก็ยังนับว่าเป็นโอกาสดีแล้วนะจ๊ะ ขอบคุณที่มาทักทายและให้กำลังใจจ้ะ
หวัดดีจ้ะคุณพิชัย
คุณมะเดื่อก็ไม่คิดว่าอาชีพนี้จะยังมีให้ดูอยู่นะจ๊ะ เห็นแล้วก็ให้นึกเห็นใจกับการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของพวกเขา เขาคงเป็นทายาทรุ่นต่อ ๆ มาของอาชีพนี้ก็เป็นได้นะ เสียดาย หากมีเวลาได้พูดคุยกับเขาก็คงจะดีนะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ
กุหลาบก็เคยลุ้นดูสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ จนหลงลืมไปแล้ว ขอบคุณที่เตือนความทรงจำเก่า ๆ นะคะคุณมะเดื่อ ทำให้นึกเรื่องอื่น ๆ ในวัยประถมศึกษาได้อีกหลายเรื่องค่ะ
...ลุ้นอยู่ค่ะคุณมะเดื่อว่าจะได้เห็นงูหรือเปล่า...เห็นแค่หางก็น่ากลัวเหมือนกันนะคะ
สวัสดีค่ะ ครูมะเดื่อ
....ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ความ
ศรัทธากับสิ่งที่เขานำมาแสดงและโฆษณา จากผู้คนต่าง ๆ ก็ไม่มีเหมือน
ก่อน ๆ สิ่งที่เขานำมาจำหน่าย จึงไม่มีใครสนใจ "...
- หนูไม่เคยได้มีโอกาสดู การแสดงแบบนี้ เลยค่ะ
- เคยแต่ได้เรียนรู้ว่า การเล่นปาหี่ คือ การโกหก พกลม ด้วยเล่ห์กล มายา สารพัด......จะเพื่อสิ่งใดก็ตาม ...คล้าย หลักการโฆษณา การตลาด ในวิชาที่เคยเรียน....
-จบท้าย บันทึกของ ครูมะเดื่อ...สะท้อน สังคม ที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้ จริงๆ ค่ะ
แค่ได้คิด...และทำในส่ิงที่ชอบ...โดยไม่สงผลร้ายต่อชีวิตผู้อื่น
มันก็จะมีคุณค่าในตัวเอง...ดีจังน่ะได้มีเรื่องเล่ากัน
ครูหยินได้มาอ่านก็ตอนเช้าค่ะ
ขอบคุณบันทึก...ที่ทำให้แจ่มชัดในหลายเรื่องราวที่เคยมีแล้วหายไปค่ะ
หากคนไทยไม่เกียจคร้าน หาเงินได้สุจริตทุกที่นะคะ..
ไ้ด้บรรยากาศ มากเลยนะครับ
น่าสงสารครับ แต่ไม่อยากให้หลอกชาวบ้าน
ลุ้นจริงๆ ว่าจะได้เห็นงูเมื่อไหร่ สมัยเด็กๆ นะน้องพี่รอขายยาจนเบื่อบิดไปบิดมาไม่เห็นงูสักที โม้ๆ แล้วปิดฝาหม้อใส่งูขายยาซะงั้น
น้องได้ทันดูหนังกลางแปลงขายยารึเปล่าจ๊ะ ขายยายาวกว่าฉายหนังซะอีก เป็นความบันเทิงไม่เสียตังค์ดีกว่าไม่มีให้ดูนะ
สวัสดีจ้ะคุณกุหลาบ
คุณมะเดื่อก็เพิ่งได้เห็นอีกครั้ง หลังจากนานนับหลายสิบปี ที่ไม่ได้เห็นมาจ้ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ
หวัดดีจ้ะท่านดร.พจนา
ได้เห็นแค่หาง ก็ไม่อยากเห็นแล้ว คุณมะเดื่อไม่ชอบงูเอามากๆ เลยจ้ะ ขอบคุณที่มาทักทายและให้กำลังใจจ้ะ
หวัดดีจ้ะคุณจอย
จริง ๆ แล้ว มายากล หรือการปาหี่ เป็นอาชีพที่เปิดเผย การแสดงอาจจะเกินจริง หรือดูเหมือนหลอกลวงก็จริง แต่ก็ไม่ได้ให้ทุกคนต้องเชื่อ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก้ได้ ผิดกับการหลอกลวงที่เสมือนจริง หลอกล่อให้ตายใจ หรือด้วยเล่ห์กลอื่น ๆ เหมือนที่เป็นข่าวคราวในป้ัจจุบัน อันนั้นสิจริงเรียกว่า " หลอกลวง " อย่างแท้จริง ขอบคุณสำหรับการทักทายและกำลังใจจ้ะ
หวัดดีจ้ะคุณครูหยินคนเก่ง
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจจ้ะ
หวัดดียามวิกาลจ้ะคุณครูนก
หากวันนั้นไม่ได้เห็น คุณมะเดื่อก็คงลืมไปแล้วเช่นกันจ้ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ