คงพอจะเดากันได้ใช่ไหมค่ะว่าประชาชนกลุ่มใดที่มีโอกาสใช้เว็บไซต์และบริการออนไลน์ของภาครัฐน้อยมาก คำตอบก็คงเป็น กลุ่มคนรายได้น้อย กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้พิการค่ะ

ดิฉันคิดว่าประเทศเรามีความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอยู่พอประมาณทีเดียวค่ะ หากภาครัฐต้องการจะกระตุ้นการเป็น e-government ก็ควรจะให้ความสำคัญมาที่เรื่องนี้ให้มากนะคะ

คำถามคือ ทำอย่างไรที่จะกระตุ้นให้ผู้ใช้เหล่านี้ได้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงและได้ใช้บริการออนไลน์ของภาครัฐ

ดิฉันขอเสนอว่า

1. สรอ. ควรทำการศึกษาวิจัยอย่างเข้มข้นเพื่อค้นหาปัญหาจากประชาชนในเรื่อง e-government ค่ะ เช่น

  • ประชาชนไม่รู้จักบริการออนไลน์ต่างๆ ของภาครัฐหรือไม่
  • ประชาชนไม่สนใจที่จะใช้หรือไม่
  • ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและ e-government หรือไม่
  • ประชาชนมีความสามารถในการใข้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเพียงพอหรือไม่

2. การศึกษาวิจัยนี้ทำได้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การจัดตั้งเว็บไซต์กลางเพื่อสื่อสารสองทางกับประชาชนในเรื่อง e-government สร้างความตระหนักและกระตุ้นให้ใช้บริการต่างๆ ค่ะ

3. ทำเว็บไซต์ที่ให้บริการออนไลน์ให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างแท้จริง รวมทั้งกลุ่มคนรายได้น้อย กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้พิการก็สามารถใช้ได้ด้วยค่ะ

4. ภาครัฐควรสนับสนุนให้เกิดการอบรมการใช้อินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ในกลุ่มคนรายได้น้อย กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้พิการ อย่างจริงจัง ไม่ต้องทำอย่างเป็นทางการก็ได้ค่ะ สำคัญที่ต้องรู้จักสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ค่ะ ทำผ่านศูนย์เรียนรู้ ICT ชุมชนก็น่าจะได้นะคะ

5. ประเด็นสุดท้ายจะเป็นไปได้หรือไม่ดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะ แต่อยากเสนอว่า ควรให้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตฟรีแก่ กลุ่มคนรายได้น้อย กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้พิการ ค่ะ เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสให้เขาได้เข้าถึงบริการออนไลน์ของรัฐได้สะดวกยิ่งขึ้นค่ะ อย่าเพิ่งไปคิดในแง่ลบกันก่อนค่ะ

ให้เขาได้ไหมค่ะ?

รบกวนขอความเห็นจากทุกท่านด้วยนะคะ

 

ขอบคุณค่ะ

 

ขอบคุณรูปจาก สสค. นะคะ

http://gallery.qlf.or.th/photo/view/337