บุญยก...นิตยา

นิตยา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

                                                               บุญยก..นิตยา

นิตยาจะกลับบ้านที่ศรีสะเกษ ปีละ ๒ ครั้ง ครั้งหลังสุด เมื่อไม่กี่วันมานี่เอง ตั้งใจไปทำบุญให้พ่อกับแม่ ซื้อของทำบุญจากกรุงเทพไปเยอะแยะเลย ออกจากกรุงเทพตั้งแต่เช้ามืด กว่าจะถึงก็เกือบมืดค่ำ เจอฝนตลอดทาง โมโหทางเข้าบ้าน เป็นหมู่บ้านใหญ่ก่อนถึงหมู่บ้านไพรพะยอมที่นิตยาอยู่ ทางเป็นหลุมเป็นบ่อ มีแต่ขี้โคลน รถตกหลุมจนตกใจ ตัวนิตยาเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา สงสัยว่าทำไม อบต.เขาถึงไม่ยอมพัฒนาอะไรเลย

พี่น้องของนิตติดธุระมากันไม่ได้ นิตยาไม่อยากพลาด งานบุญ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ บุญวันสารทเป็นบุญที่สำคัญ พ่อแก่แม่เฒ่าเล่าให้ฟังว่า บุญเดือนสิบ เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย เมื่อถวายภัตตาหารพระเสร็จแล้ว พระท่านให้ศีลให้พรจะมีการกรวดน้ำ วิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ ทั้งพ่อแม่และญาติมิตรจะมายืนรอรับผลบุญที่วัด ด้วยอาการสงบและมีความสุขกลับไป ถ้าลูกหลานไม่ทำบุญให้ พ่อแม่มาแล้วไม่เจอใคร ก็จะร้องไห้กลับไป และจะกลับมาอีกครั้ง ตอนปีใหม่

นิตยาฟังเรื่องนี้มาหลายครั้ง จนไม่ลืมบุญวันสารทเดือน ๑๐ แต่แปลกใจ ปีนี้ทำไมฝนตกทั้งวัน ต้องเปลี่ยนเป็นทำบุญตอนสาย ดีนะ ที่นิตยาเป็นคนสวย ไม่งั้นอายเขาตาย ตอนอยู่บนศาลาวัด น้าคนหนึ่ง พูดใส่ไมค์ ฟังแล้วขนลุกเลย น้าพูดเชิญชวนให้วิญญาณผู้ที่ล่วงลับมารับผลบุญที่ลูกหลานทำให้ในวันนี้ บรรยากาศเหมือนมารับกันจริงๆ

ทำบุญเสร็จเรียบร้อยแล้วสบายใจ กลับเข้าบ้านเงียบเหงาวังเวง ฝนตกพรำๆตลอด ต้องอยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียว เก็บกวาดอยู่แบบง่ายๆ มองไปรอบๆบ้านที่ตั้งใจสร้างให้แม่อยู่ แม่เสียก่อนไม่ทันได้อยู่ วันนี้คิดถึงแม่จังเลย คิดไปคิดมาทำไมบ้านนอกถึงเงียบดีอย่างนี้ ผิดกับกรุงเทพที่นิตยาค้าขาย คืนนี้ตั้งใจจะหลับให้สบาย

ตกดึกฝันร้ายที่สุด มีภูตผีปีศาจ มาจ้องที่เตียง ทำหน้าโกรธ ตาแดง ในฝันจำได้ว่าตั้งสติ ท่องนโม นโม แล้วเรียกแม่ให้ช่วย ตัวแข็งไปไหนไม่ได้  พักหนึ่ง ก็สะดุ้งตื่น ยังงงอยู่ ว่าฝันหรือเรื่องจริง ภาพยังติดตา รีบโทรศัพท์ไปหาน้องที่ออสเตรเลีย น้องหัวเราะหาว่าเรากินปลาร้าเยอะไปหน่อย ตอนเช้าเล่าให้ญาติพี่น้องฟัง เขาบอกว่า ตอนที่เรากรวดน้ำ เราอุทิศให้แต่พ่อกับแม่ ไม่ได้แบ่งให้วิญญาณเร่ร่อน หรือเจ้าที่เจ้าทาง เขาเลยโกรธ

นอนบ้าน ๒ คืน ฝนตกหนัก แต่อยากกลับกรุงเทพแล้ว กว่าจะได้ออกมาก็ตอนเที่ยง ขับรถจากศรีสะเกษใช้เส้นทางสุรินทร์ เขาเขตชานเมืองสุรินทร์ รถไปไม่ได้ มีน้ำท่วมทาง ต้องอ้อมไปอีกทางหนึ่ง กว่าจะถึงโคราชก็ไกลไปอีกร้อยกว่ากิโล เสีบเวลาไปอีก ๕ ชั่วโมง เป็นการเดินทางที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต

เอาชีวิตรอดมาได้ก็บุญแล้วล่ะ สมกับนามสกุลของพ่อที่ให้ไว้ว่า บุญยก ที่ช่วยยกตัวนิตยาออกมาจากหมู่บ้านไพรพะยอมได้ จนปลอดภัยถึงกรุงเทพ พอถึงกรุงเทพ หลานๆที่ไพรพะยอมโทรมาบอกว่า น้านิตกลับออกไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ฝนตกหนัก ไม่หยุด น้ำท่วมทางทั้งหมด หมู่บ้านเป็นเกาะ มองไปทางไหนมีแต่น้ำ รถเข้าออกไม่ได้แล้ว     ถ้านิตยาต้องอยู่อย่างนั้น  กลับไม่ได้ รายได้ไม่มี ค้าขายไม่ได้ อกแตกตายแน่

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นิตยา



ความเห็น (9)

ข้าวน่าทานจัง 

บุญยกจริงด้วยค่ะ ดีที่ไม่เจอน้ำนะคะ

เขียนเมื่อ 

 

หวัดดีน้องนิตยา  ช่วงนี้ฝนตกทั่วฟ้าจริง ๆ ที่บ้านพี่มะเดื่อเพิ่งเจอแดด(สลับฝน) วันนี้เอง

หลังจากไม่เจอมาเป็นอาทิตย์แล้ว  คิดถึงนะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

ส่งกำลังใจให้น้ำลดเร็วไว...ดีใจด้วยที่เดินทางปลอดภัยนะคะ...เคยมีเพื่อนสนิท...นานมาแล้วเป็นคนศรีสะเกษ...เป็นคนสวย...นามสกุลบุญเย็น...ใกล้เคียงกับบุญยกนะคะ

ป้ายโรงเรียนสวยจัง

เขียนเมื่อ 

ดีจังเลยครับ

ไม่ถูกน้ำท่วมครับ

มาเขียนบ่อยๆนะครับ

ไปโรงเรียนมาครับ

ค่ายบูรณาการโรงเรียนบ้านหนองผือและบ้านเขานางสางหัว(2)

เขียนเมื่อ 

เป็นประเพณีที่จำได้ว่าตอนเด็ก ตามผุ้ใหญ่ไปวัด นำอาหารคาวหวานไปวางตามธาตุข้างวัด ผลไม้ก้จะมีพวกน้อยหน่า(หมากเขียบ) ฝรั่ง(หมากสีดา) ที่สุก บรรยากาศฝนพรำๆ อาหารคาวหวานก็จะโดนฝนจนเละ...ผู้เฒ่าบอกว่าผีพ่อผีแม่มากินกันแล้ว...

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันให้คิดถถึงบ้านครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบอุณค่ะ อาจารย์ขจิต. ฝอยทอง หนูโชคดีมากค่ะที่ออกมาจากบ้านก่อนไม่งั้นแย่เลยค่ะ / ขอบคุณค่ะ พ.แจ่มจำรัส มันเป็นประเพณีคนเฒ่าคนแก่พาทำมาแต่โบราณนะค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณทุกท่าน นะคะ ที่ให้กำลังใจ..อ่านบทความของนิตยา...พี่มะเดื่อ สบายดีนะคะ คิดถึงมากๆ เลย มีโอกาสจะมาเที่ยวอีกนะคะ.....ท่านดร.พจนา คะ ที่ศรีสะเกษ บ้านหนู มีนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วย บุญ...เยอะมากค่ะ....ผอ.ชยันต์ คะ ป้ายโรงเรียนบ้านไพรพะยอม โรงเรียนเก่าของหนูค่ะ ป้ายสวยจริงๆ แต่ข้างในเก่าเหมือนเดิม