บ่ายวันที่ ๑๙ ส.ค. ๕๖ ผมไปตัดผมที่ร้านเอกชัย บาร์เบอร์ ตลาดปากเกร็ด ตามปกติ ที่ผมไปตัดเป็นประจำ ตั้งแต่ไปอยู่ที่บ้านปากเกร็ดในปี ๒๕๔๐ โดยผมตัดที่ร้านนี้ประจำ แต่ไม่มีช่างประจำ ไปนั่งรอสักครู่ ช่างตัดผมผู้ชายก็เรียกผมว่า “โต๊ะในว่างแล้วครับอาจารย์” เป็นคำเรียกที่ผมเพิ่งได้ยินจากร้านนี้ เพราะผมไม่เคยแสดงตนว่าเป็นอาจารย์หรือเป็นหมอ
ช่างโต๊ะในสุดที่ผมตัดผมด้วยในวันนี้เป็นผู้หญิง ที่ผมเคยตัดด้วย แต่นานมาแล้ว ผมทักทายว่า ผมไปตัดหลายครั้งแต่ไม่เห็นเธอ เธอตอบว่ามัวพาลูกชายอายุ ๘ ขวบ ไปเข้าโรงพยาบาล ผมจึงถามว่าลูกเป็นอะไร เธอบอกว่าเป็น จีซิกซ์พีดี คำพูดของเธอบอกผมว่า ช่างตัดผมร้านนี้คงจะรู้แล้วว่าผมเป็นหมอและเป็นอาจารย์ เขาคงเห็นจากทีวีหรือจากหนังสือพิมพ์ ผมบอกเธอว่า โรคนี้เป็นโรคกรรมพันธุ์ ลูกชายได้รับพันธุ์ผิดปกติชนิดนี้มาจากแม่ ซึ่งก็เป็นการยืนยันความรู้ที่เธอรู้อยู่แล้ว และเป็นการยืนยันแบบไม่อวดตัวว่าผมเป็นหมอ
คำว่า G6PDทำให้ผมหวนรำลึกถึงความหลัง สมัยสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นนักวิจัย ที่ผมเคยเล่าไว้ ที่นี่ และทำให้คิดว่า หากผมยังคงทำงานเป็นนักวิจัยอย่างมีสมาธิ ใจไม่วอกแวก ไปทำงานบริหารบ้าง ทำงานพัฒนาสังคมบ้าง ผมน่าจะประสบความสำเร็จด้านวิชาการมากกว่าชีวิตปัจจุบันมาก น่าจะได้อยู่ในวงการอณูพันธุศาสตร์ หรือมิฉนั้นก็วงการแก้ปัญหาโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย
ช่างตัดผมเล่าว่า เธอคลอดลูก (ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า) ก่อนกำหนด ทารกหนักเพียง ๑.๗ ก.ก. และตัวเหลือง ต้องเข้าตู้อบและอยู่ รพ. นาน โดยหมอบอกว่าเป็นโรค จีซิกส์พีดี และให้เอกสารแนะนำวิธีปฏิบัติตัวของลูก มีรายละเอียดดีมาก และเธอก็เก็บไว้อย่างดี เฝ้าระมัดระวังเรื่องยา และการปฏิบัติตัวของลูกตามคำแนะนำ แต่คราวหนึ่งลูกไปอยู่บ้านญาติ และญาติบอกว่าลูกไม่สบาย ตัวร้อนและถ่ายปัสสาวะสีโคล่า ซักคาดคั้นเข้าญาติจึงรับว่าให้เด็กกินถั่วปากอ้า ผมจึงได้รับคำบอกเล่าเรื่องโรค Favism (เม็ดเลือดแดงแตกจากการกินถั่วปากอ้า) ซึ่งพบไม่บ่อยในประเทศไทย
กรณีของลูกชายช่างตัดผมคนนี้จึงเป็นประวัติที่เอาไว้ใช้สอนนักศึกษาแพทย์เรื่อง G6PD Deficiency ได้ คือมีทั้งอาการเหลืองตอนแรกเกิด (neonatal jaundice) และเม็ดเลือดแดงแตกจากการกินถั่วปากอ้า (favism) แต่ผมซักประวัติอาการเม็ดเลือดแดงแตกจากยาแล้ว ปรากฎว่าไม่มี จากไข้ก็ไม่มี เพราะแม่ระมัดระวังดีมาก
ช่างตัดผมเล่าว่า ลูกของน้องชายก็เป็น โดยภรรยาเป็นคนภาคอีสาน ทารกเหลืองตอนแรกเกิดเหมือนกัน และหมอที่โรงพยาบาลที่สกลนครบอกว่าเป็นโรค จีซิกส์พีดี แต่ไม่มีรายละเอียดคำแนะนำให้ปฏิบัติตัว เธอจึงถ่ายสำเนาคำแนะนำที่เธอได้จาก รพ. พระนั่งเกล้าให้
จะเห็นว่า คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับจุดแข็งจุดอ่อนทางกรรมพันธุ์ที่มีผลต่อสุขภาวะของตัวเรา ที่ส่วนใหญ่เราไม่รู้ และยังไม่มีทางรู้ แต่ในอนาคตจะรู้มากขึ้นเรื่อยๆ จากความก้าวหน้าของศาสตร์ด้าน จีโนมิกส์
ภาวะพร่อง จีซิกส์พีดี เป็นตัวอย่างของจุดอ่อนทางกรรมพันธุ์ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย และเป็นโรคเหลืองจัดในทารกตอนแรกคลอดได้ ผู้ชายไทยร้อยละ ๑๒ มีจุดอ่อนนี้ คนทางภาคอีสานจะเป็นมากกว่าคนภาคอื่น จุดอ่อนนี้ ติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่มีทางแก้ ยกเว้นเปลี่ยนยีน ซึ่งไม่ใช่ทำกันได้ง่ายๆ
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ตอนที่ผมย้ายไปทำงานที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นั้น ผมได้ชื่อว่า เป็น G6PD man ของประเทศไทย คือทำงานค้นคว้าวิจัยเรื่อง G6PD และตีพิมพ์เผยแพร่มากกว่าใครๆ ได้รับการยอมรับ จากวงการวิจัยนานาชาติเรื่อง G6PD เป็นอย่างดีแล้ว ผลงานที่พอจะค้นพบทาง อินเทอร์เน็ต เช่น ๑, ๒ ผมหวนคิดว่า หากผมยังทำงานต่อที่หน่วยโลหิตวิทยา ตึกอานันทราช รพ. ศิริราช ผมจะทำวิจัยลงลึกเกี่ยวกับ G6PD อย่างไร
ผมเดาว่า คงจะทำได้ไม่มาก เพราะพื้นความรู้ของผมต่ำ ผมไม่จบปริญญาเอก ความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานน้อย ไม่ได้ฝึกทักษะทางห้องปฏิบัติการด้านอณูชีววิทยา ผมเดาว่าเพราะข้อจำกัดนี้เอง ที่น่าจะผลักดันให้ผมค่อยๆ เปลี่ยนความสนใจไปทำงานด้านการจัดการ และด้านสังคมศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างในปัจจุบัน
ความอ่อนด้อย ก็มีคุณเหมือนกัน
วิจารณ์ พานิช
๒๐ ส.ค. ๕๖
เพชรแท้ ฉายแววได้ตลอดเวลาครับ ท่านอาจารย์