ตอนนี้ผมกำลังศึกษาปัฏฐาน ในขั้นที่ 2 คือ.......
เส้นทางของ "องค์ธรรม" ใน "ปฏิจจสมุปบาท"
โดยการจับมาดูปัจจัยขององค์ธรรมมาพิจารณาทีละคู่ ตามลำดับ
ทำให้พบว่า การเข้าถึง "ธรรม" หรือ "สภาวะธรรม" หรือ "ธรรมปรมัตถ์" นั้น มีหลายวิธี และหลายเส้นทาง
ขึ้นอยู่กับ "กำลังของจิต" และ "ความรู้ความสามารถ"
จึงทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า...
ท่านที่จะเดินทางลัดได้นั้น ต้องใช้ทั้งกำลังของจิต และ ความสามารถทั้งเก่าที่สะสมมา และใหม่ที่สร้างขึ้นมากจริงๆ
เกินกว่ากำลังปกติของคนทั่วไป
คล้ายๆกับการไหลของน้ำ และกระแสน้ำ ที่มีทั้งแบบ การไหลปกติ และการไหลแบบน้ำป่าไหลหลาก
ท่านที่กำลังของจิตยังน้อย ก็คงต้องไหลตามทางที่สะดวกที่สุด
จะไปไหลตามทางลัดนั้น คงจะยาก อาจพลัดหลงอยู่ในป่า เป็น "สีลลพุปาทาน" ได้โดยง่าย
จึงควรระวังในการเลือกทางที่เหมาะกับกำลัง และความสามารถของตน
และหมั่นตรวจสอบ "ทิศทาง" "ระยะทาง" และ "ความก้าวหน้า" ในการเข้าถึงเป้าหมายให้เป็น "กิจวัตร" ประจำวัน
เพราะ พอศึกษามาระดับนี้ ก็ยิ่งเห็น "ค่ายกล" ของ "สีลลพปรามาส" หลากหลาย และชัดเจนมากขึ้นครับ
ยิ่งเห็น ยิ่งน่าเป็นห่วงท่านที่ศึกษาแบบไม่มองทางเลือก และระมัดระวังในการเลือก
เพียงเห็นเส้นทางเดียว ก็วิ่งเข้าใส่เลย แล้วก็อาจไปหลงอยู่ในป่า ก็เป็นได้ครับ
มันเป็นเช่นนั้นเอง จริงๆครับ
เส้นทางของ "องค์ธรรม" ใน "ปฏิจจสมุปบาท"
โดยการจับมาดูปัจจัยขององค์ธรรมมาพิจารณาทีละคู่ ตามลำดับ
ทำให้พบว่า การเข้าถึง "ธรรม" หรือ "สภาวะธรรม" หรือ "ธรรมปรมัตถ์" นั้น มีหลายวิธี และหลายเส้นทาง
ขึ้นอยู่กับ "กำลังของจิต" และ "ความรู้ความสามารถ"
จึงทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า...
ท่านที่จะเดินทางลัดได้นั้น ต้องใช้ทั้งกำลังของจิต และ ความสามารถทั้งเก่าที่สะสมมา และใหม่ที่สร้างขึ้นมากจริงๆ
เกินกว่ากำลังปกติของคนทั่วไป
คล้ายๆกับการไหลของน้ำ และกระแสน้ำ ที่มีทั้งแบบ การไหลปกติ และการไหลแบบน้ำป่าไหลหลาก
ท่านที่กำลังของจิตยังน้อย ก็คงต้องไหลตามทางที่สะดวกที่สุด
จะไปไหลตามทางลัดนั้น คงจะยาก อาจพลัดหลงอยู่ในป่า เป็น "สีลลพุปาทาน" ได้โดยง่าย
จึงควรระวังในการเลือกทางที่เหมาะกับกำลัง และความสามารถของตน
และหมั่นตรวจสอบ "ทิศทาง" "ระยะทาง" และ "ความก้าวหน้า" ในการเข้าถึงเป้าหมายให้เป็น "กิจวัตร" ประจำวัน
เพราะ พอศึกษามาระดับนี้ ก็ยิ่งเห็น "ค่ายกล" ของ "สีลลพปรามาส" หลากหลาย และชัดเจนมากขึ้นครับ
ยิ่งเห็น ยิ่งน่าเป็นห่วงท่านที่ศึกษาแบบไม่มองทางเลือก และระมัดระวังในการเลือก
เพียงเห็นเส้นทางเดียว ก็วิ่งเข้าใส่เลย แล้วก็อาจไปหลงอยู่ในป่า ก็เป็นได้ครับ
มันเป็นเช่นนั้นเอง จริงๆครับ
แวะมาให้กำลังใจอาจารย์นะครับ
ด้วยความเคารพและระลึกถึง ครับ
พุทธวจน
อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี
ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่พวกเธอทั้งหลาย
ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลาย
โดยกาลล่วงไปแห่งเรา
มหา. ที. ๑๐/๑๕๙/๑๒๘.
กฏอิทัปปัจจยตา หรือ หัวใจปฏิจจสมุปบาท
อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ
เมื่อสิ่งนี้ มี สิ่งนี้ ย่อมมี
อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ
เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
อิมสฺมึ อสติ อิทํ นโหติ
เมื่อสิ่งนี้ ไม่มี สิ่งนี้ ย่อมไม่มี
อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ
เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้ จึงดับไป
http://buddhaoat.blogspot.com/2011/07/blog-post_2488.html
สวัสดีค่ะ อาจารย์ แสวง
- หนูชอบ ...."กระแสน้ำ ที่มีทั้งแบบ การไหลปกติ และการไหลแบบน้ำป่าไหลหลาก"....
....จึงควรระวังในการเลือกทางที่เหมาะกับกำลัง และความสามารถของตน....
ขอบพระคุณ คำสอน ดีดี ค่ะ
...การเข้าถึง "ธรรม" หรือ "สภาวะธรรม"
หรือ "ธรรมปรมัตถ์" นั้น มีหลายวิธี และหลายเส้นทาง "กำลังของจิต" และ "ความรู้ความสามารถ"
ขึ้นอยู่กับ
จึงทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า...
ท่านที่จะเดินทางลัดได้นั้น
ต้องใช้ทั้งกำลังของจิต และ ความสามารถทั้งเก่าที่สะสมมา และใหม่ที่สร้างขึ้นมากจริงๆ
เกินกว่ากำลังปกติของคนทั่วไป
ท่านที่กำลังของจิตยังน้อย ก็คงต้องไหลตามทางที่สะดวกที่สุ ด
ยิ่งเห็น ยิ่งน่าเป็นห่วงท่านที่ศึกษาแบบ ไม่มองทางเลือก และระมัดระวังในการเลือก
คล้ายๆกับการไหลของน้ำ และกระแสน้ำ ที่มีทั้งแบบ การไหลปกติ และการไหลแบบน้ำป่าไหลหลาก
จะไปไหลตามทางลัดนั้น คงจะยาก อาจพลัดหลงอยู่ในป่า เป็น "สีลลพุปาทาน" ได้โดยง่าย
จึงควรระวังในการเลือกทางที่เหมาะกับกำลัง และความสามารถของตน
และหมั่นตรวจสอบ "ทิศทาง" "ระยะทาง" และ "ความก้าวหน้า" ในการเข้าถึงเป้าหมายให้เป็น "กิจวัตร" ประจำวัน
เพราะ พอศึกษามาระดับนี้ ก็ยิ่งเห็น "ค่ายกล" ของ "สีลลพปรามาส" หลากหลาย และชัดเจนมากขึ้นครับ
.......
กราบขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์