หลายวันก่อนได้มีโอกาสติดรถโรงพยาบาลไปทำความรู้จักสถานพยาบาลแห่งใหม่ของโรงพยาบาลและตั้งใจไปกราบนมัสการ

พระสงฆ์ ผู้มีคุณูปกา่รแก่วงการแพทย์ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน ท่านคือพระครูไพศาลสาครกิจ เจ้าอาวาสวัดเกตุมวดีศรีวนาราม

จังหวัดสมุทรสาคร คุณูประการอันสูงของพระสงฆ์รูปนี้ ท่านสร้างโรงพยาบาลขึ้นเพื่อให้ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาแบบทางเลือกได้เข้ารับการรักษา ในเบื้องต้นเน้นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่นเบาหวาน ความดัน ฯลฯ

เป็นต้นที่ โรงพยาบาลวัดเกตุมดีศรีวราราม เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (โรงพยาบาลสมุทรสาคร2) อีกอย่าง

ผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาโรคเรื้อรังในโรงพยาบาลสมุทรสาครมีจำนวนมาก ทั้งในเขตและนอกเขตบริการ

ดังนั้นการได้ขยับขยายเพื่อให้มีสถานบริการรองรับผู้ป่วย จึงนับว่าเป็นสิ่งดีที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสถานที่ๆ

จะสามารถจัดกิจกรรมฟื้นสุขภาพ และร่วมกันจับมือทำกิจกรรมให้ผู้ป่วยเรื้อรังมีกำลังใจ มีความตระหนักในตนเอง

และเห็นคุณค่าของตนเองที่จะดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยมีแพทย์พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญ

ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวสมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง นับเป็นธรรมะ

จัดสรรให้กับมนุษย์ทุกคนอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ

และจักได้นำพาให้เกิดกระบวนการทำงานเชิงรุก เพื่อการการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น

และเชื่อแน่ว่าในอนาคตหากบุคลากรของรัฐ ทำงานกันแบบทุ่มเทเพื่อประชาชนไม่ช้าไม่นาน สถานพยาบาลแห่งนี้

จะกลายเป็นศูนย์รวมการแพทย์แผนไทย แพทย์ประยุกต์ที่ครบวงจร โดยมีพระเดชพระคุณเจ้า

 พระครูไพศาลสาครกิจ เจ้าอาวาสวัดเกตุมดีศรีวนาราม เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะนำการ

ขับเคลื่อนจากภาคประชาชน ไปในทิศทางของการพัฒนาการรักษาผสมผสานแบบไทยประยุกต์ โดยนำพืชสมุนไพรของไทย

เข้ามามีส่วนร่วมในแก้ปัญหาโรคเรื้อรัง ที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดอนุญาตไว้

พระคูรูไพศาลสิาครกิจ เัจ้าอาวาีสวัดเุกตุมดีศรีวนาราม จ.สมุทรสาคร ท่านได้เมตตามาเยี่ยมและสอบถาม

ความต้องการเพิ่มเติมของรพ.ก่อนถึงวันเปิดทำการจริงในวันที่ 3 ตุลาคม 2556 นี้

 นายแพทย์โมลี  วนิชสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยา่บาลสมุทรสาคร(ไม่ได้ต้องการถ่ายภาพให้เบลอนะคะ แต่ฝีมือกับสายตาของฉันยังต้องพัฒนา ขออภัยด้วยค่ะ)มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนทัศนะกับนพ.โมลี  วนิชสุวรรณแพทย์ผู้อำนวยการถึงวิสัยทัศน์ก้าวไกลของท่าน ที่ต้องการทำงานเชิงรุกกับชุมชน และการขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในมติแพทย์ทางเลือกและแพทย์ประยุกต์ รวมถึงทำงานแบบภาคี สังฆะแห่งการรักษาและเยียวยาเป็นปฐมภูมิของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จะหันกลับมาดูแลสุขภาพของตนเอง และครอบครัวมากกว่าการรอรับการรักษาจากทางโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว 

 

ชอบพื้นที่บริเวณโล่งๆในโรงพยาบาลนี้มาก และเห็ฯว่าหากมีกิจกรรมที่จะได้พาเพื่อผู้ป่วยออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่จะส่งเสริมสุขภาพทั้งกายใจได้จะยินดีมาก พื้นที่โล่งๆริมระเบียงรอบๆตัวอาคารยังสามารถให้เจ้าหน้าที่ได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์จากทะเลได้อีกด้วย

ภาพข้างบนนี้มีหลายท่านค่ะทั้งแพทย์ พยาบาล และกลุ่มงานแพทย์แผนไทย ครบทั้ง 4 สาขา

ที่จะเข้ามาบุกเบิกการดูแลรักษาผู้ป่วย 

ทุกวินาทีมีค่า เพราะเวลาที่จะได้พักสบายๆและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงานจึงมีค่ามากเกินกว่าที่คิด

 

มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนทัศนะกับ นพ.เอกพร พรรณเชษฐ์ รองผู้อำนวยการด้านบริการปฐมภูมิ 

อีกท่านหนึ่งของโรงพยาบาล สมุทรสาคร และกำลังควบตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดเกตุมวดีอีกตำแหน่ง ทำให้ได้เรียนรู้โลก

และทัศนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงพยาบาลตามแนวคิดของท่าน ตลอดจนแนวทางการทำงาน และวิสัยทัศน์ของการทำงาน

ทิศทางการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน และสุขภาพดีชีวิีสดใส

มุมนี้เป็นห้องปฏิบัติธรรม ห้องประชุมใหญ่ และเพื่อกิจกรรมต่างๆ สำหรับผู้ป่วยที่จะได้เข้ามาร่วมกิจกรรมดูแลสุขภาพตนเอง

ชอบเก้าอี้แบบนี้จังเลย ไม่ต้องมีอาณ์ม เหมาะกับผู้สูงอายุจะได้ใช้ประโยชน์หากมีการจัดกิจกรรมทำสมาธิก็สะดวกไม่เกะกะแขนค่ัะ

เห็นท้องฟ้าสวยเข้ม ให้รู้สึกเกิดความมั่นใจในทีมงานของโณงพยาบาลสมุทรสาคร และความร่วมมือของชุมชน ที่จะทำงานเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังด้วยหัวใจที่เบิกบานค่ะ

ชะครามหน้าโรงพยาบาลค่ะ ทำให้คิดถึงหนังสืออ่านเรื่องHow to make Cha-Khram Salad ที่แต่งไว้นานแล้ว

จนนำมาสอนในชั้นเรียน และนำไปสู่อาหารจานเด็ดของครอบครัวโดยฝีมือสมาชิกตัวน้อยๆของบ้าน

คงจะได้นำมาใช้ประโยชน์กับนักเรียนที่โรงเรียนวัดเกตุมดีอีกครั้งคะ รวมถึงเมนูชะครามใหม่ที่ผ่านการบวนการเรียนรู้ถึง

การศึกษาคุณค่าของพืชน้ำทะเลท่วมถึงชะครามเป็นได้ถึงสมุนไพรรักษาโรค ของคนรุ่นเก่า ที่จักได้เข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติม

ฉันคิดว่าฉันคงต้องลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่า และน้องๆด้วยทั้งนี้เพื่อศึกษาแนวคิด ความต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ

ผู้คนในชุมชนเดียวกัน อันที่จริงที่มีมีอยู่แล้ว เพียงแต่เราเข้าไปประสานกับเพื่อนครู และนักเรียน เพื่อเข้าถึงชุมชน

รวมทั้งมุมคิดเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเพื่อนครูและนักเรียนให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี ที่สามารถมีความพึงพอใจ

และพร้อมให้ความร่วมมือ "คุณครูผู้เป็นผู้ให้ทุกนิรันดร์" นี่ไงฝันนะจ๊ะเธอ แล้วเราจะพบความจริงถ้าเรากล้าฝัน อิอิ แม่สอนไว้

วันนี้จึงได้แวะไปพบผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเกตุมวดี ท่านผอ.ประทีป เยี่ยมสวัสดิ์ กัลยาณมิตรที่คุ้นเคยกันดี รวมทั้งน้องอ.วิรัตน์

คนงามของเกตุมที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทั้งด้านการสอน และทางธรรม นับว่าไปเกตุมครั้งนี้ได้บุญกลับมาคือความเบิกบาน

เราสนทนาแนวทางจัดทำโครงการระยะยาวแลกเปลี่ยนแนวคิด ท่านผอ.ประทีปบอกว่าเอาเลยพี่ผมเชื่อฝีมือพี่ ฉันต้องบอกว่าอันนี้

ไม่ใช้ฝีมือของฉานนะอ้าย มันเป็นความคิดและเป็นของน้อง ของชุมชน ฝีมือน้องและครูนักเรียน พี่แค่มาบอกบุญชวนกันทำชวนกัน

ปลูกพืชสมุนไพรกันทุกครัวเรือนทุกรูปแบบ โดยเริ่มจากเด็กน้อยในโรงเรียนสู่บ้าน และแม้ว่าฝันนี้จะยากเข็ญใจ เพราะที่นี่

เป็นดินเค็มน้ำทะเลเข้าถึง แต่เราก็จะเลือกพืชที่มีรากสั้นๆมาปลูก รวมถึงปลูกในถังทรงกลมใบใหญ่เรื่องทุนยังไม่ต้องพูดถึง

ไปที่ละนิ้วได้นิ้วแล้วค่อยไปคืบ ไปศอกไปวา แล้วจะนัดวันทำแผนร่วมกันเพื่อนำไปสู่ภาคปฏิบัติแบบครบวงจร นอกจากนี้

ยังมีกิจกรรมที่ทางโรงเรียนทำอยู่แล้ว ดีแล้ว แต่ควรต่อยอดให้เด็กๆเข้มแข็งรู้จักรักครอบครัวและสังคม ส่วนทางน้องอ.วิรัตน์

ครูดีของชุมชนนั่นเธอเคยเข้ารับการอบรมครูผู้สอนภาษาอังกฤษหลายปีมาแล้ว แต่เธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงยังคงให้ความรักนับถือกัน

เหนียวแน่นและทุกครั้งที่เจอกันก็ต้องรีบมาขอกอด กอดทีๆทุกครั้ง ครั้งนี้จะได้ทำงานเพื่อชุมชนร่วมกันจึงเป็นนิมิตหมายที่ดียิ่ง

นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนและรับฟังข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานจิตอาสาจากรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอีกท่าน

คือนายแพทย์อภิชาติ ชัฏอนันต์ ในเรื่องการสร้างความตระหนักรู้ในตนเองให้กับผู้ป่วย การนำวิธีการหายใจมาใช้ให้สอดคล้อง

กับการออกกำลังกายที่ทำอยู่ เพราะผลการออกกำลังกายที่สอดคล้องกับลมหายใจช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ได้ฝึกปฏิบัติมีความเบิกบาน

ผ่อนคลายจิตใจในขณะที่กล้ามเนื้อและอวัยวะภายใน ภายนอกได้เคลื่อนไหวแบบคงทน ส่งผลให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ

ไม่เต้นโครมครามแบบเด็กๆออกกำลังกายไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์หรือไม่ก็ตาม ผู้สูงอายุควรมีสติมั่นกับการเคลื่อนกาย ทุกอริยบท

เมื่อหมั่นทำจะพบว่าร่างกายไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่จิตใจ และเมื่อพัฒนาจิตใจๆไม่ใช้ปัญหา ปัญหาอยู่ที่สติ เมื่อฝึกฝนมากเข้าๆ

สติก็ไม่ใช่ปัญหา สติมาปัญญาก็เกิด สติเตลิดก็เกิดปัญหา การเข้าใจตัวเอง ระลึกรู้สึกตัวเองว่าร่างกายส่วนไหนเป็นอย่างไร

ไม่ตระหนก แต่สติการรับรู้จะช่วยให้เกิดปัญญาและดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ หรือหาหนทางดูแลสุขภาพพบโดยเร็ว

เมื่อร่างกาย จิตใจดีแล้ว เวลาที่เหลือของผู้สูงอายุจะได้นำมารวมเป็นพลังเพื่อชุมชนในการทำกิจกรรมอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

เสริมให้เกิดความเบิกบานยิ่งขึ้น ห่างไกลโรคมากขึ้น ลดภาระของรัฐได้มากขึ้น จนท.เครียดน้อยลง และมีความสุขต่อการทำงาน

ส่งผลให้เกิดวิวัฒนาการทางการดูแลและรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรังแบบธรรมชาติตามแนววิถีธรรม วิถีพุทธ 

 

ท้ายที่สุดก็อดเอ่ยถึงไม่ได้ ด้วยความกรุณา และมองเห็นการณ์ไกลของพยาบาลวิชาชีพที่เป็นทั้งนักวิชาการ นักปฏิบัติ

และนักติดตามขับเคลื่อน 2 ท่านคือ พยาบาลวิชาชีพ 7 คุณณหทัย  จุลกะรัตน์ และพยาบาลวิชาชีพ 8 คุณขนิษฐา ปานรักษา

ที่ช่วยขับเคลื่อนงานให้สามารถทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ วงการแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยของโรงพยาบาลสมุทรสาคร

ด้วยมุมคิดบวกสร้างสรรค์การทำงาน เพื่อสุขภาวะที่ดีตลอดไป ค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ