สุนทรียสนทนา พลังแห่งการเยียวยาซึ่งกันและกัน

ฮิคารุ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

  สุนทรียสนทนา พลังแห่งการเยียวยาซึ่งกันและกั


เมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาสรับฟังรายงานเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความไม่พอใจของผู้ใช้บริการในการสนทนาของน้องผู้ช่วยพยาบาลท่านหนึ่ง พอสืบสาวหาข้อเท็จจริงมูลเหตุก็พบว่า เกิดจากการสนทนาที่ไม่มองหน้าคู่สนทนา เพราะมัวแต่มองหน้าจอคอมพิวเตอร

เรื่องนี้ทำให้ผมสะดุดคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับการสนทนาเรื่องหนึ่ง ที่นักเรียนแพทย์ลูกสาวเคยเล่าให้ผมฟังเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงปฐมนิเทศนักเรียนแพทย์ใหม่ของ U.of Melbourne เขาใช้การแสดงละครจริงโดยให้เหล่านักเรียนแพทย์ร่วมแสดงด้วย เพื่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกจริงๆณขณะนั้น

นักเรียนแพทย์ลูกสาวและเพื่อนถูกให้แสดงเป็นคนไข้และญาติคนไข้ สองคนถูกพาเข้าไปให้ห้องตรวจแพทย์ ขณะที่พูดคุยกันนั้น แพทย์เอาแต่ดูประวัติและเขียนบันทึก โดยมิได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาคนไข้เลย สักพักมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณหมอก็ยกหูโทรศัพท์พูดคุยกันอย่างปกติ เหมือนกับไม่มีใครนั่งอยู่ตรงนั้นร่วมด้วยเลย 

ถึงแม้นักเรียนแพทย์ทั้งสองจะรับรู้มาก่อนแล้วว่า นี่คือละคร หมอก็ปลอม พยาบาลก็ปลอม เจ้าหน้าที่ก็ปลอม คนไข้ก็ปลอม แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นของจริง พวกเขารู้สึกว่าถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับเกียรติจากแพทย์เลย ความเคารพศรัทธาลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด

มีอีกหนึ่งเหตุการณ์คล้ายๆกันที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ นักเรียนแพทย์ลูกสาวและเพื่อนได้มีโอกาสเฝ้าดูการตรวจของอาจารย์แพทย์ในคลินิกผู้ป่วยนอก ลูกสาวเล่าให้ฟังว่าการเป็นบุคคลที่สามที่ได้เฝ้าสังเกตการสนทนาระหว่างคู่สนทนานั้น ให้ประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว หลายครั้งที่สังเกตเห็นการสนทนาทั้งที่เป็นคำพูด โทนเสียง ภาษากาย และได้เห็นการตอบสนองของอีกฝ่าย ทำให้ทราบได้เลยว่า “การสนทนาที่ดีนั้น มีอานุภาพแห่งการเยียวยาที่ยิ่งใหญ่จริงๆ” และในทางตรงกันข้าม “การสนทนาที่ไม่ราบรื่นนั้น จะมีผลต่อความเข้าใจ ความส้มพันธ์ จนกระทั่งมีผลต่อการดูแลรักษา ตลอดจนผลของการรักษาอย่างมากเลยทีเดียว” 

เพื่อนๆครับ การสนทนาที่ดีที่เราเรียกกันว่า “สุนทรียสนทนา” นั้น มีพลังอานุภาพแห่งการเยียวยาจริงๆครับ คงมิได้เยียวยาเเต่เฉพาะผู้ที่สนทนากับเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวเราเองที่เป็นคู่สนทนาด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างตั้งใจ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า “สุนทรียสนทนา คือ พลังแห่งการเยียวยาซึ่งกันและกัน" ที่ยอดเยี่ยมจริงๆครับ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลูกเล่า พ่อเขียน



ความเห็น (1)

sr
IP: xxx.208.96.242
เขียนเมื่อ 

I became aware of this issue some 3 years ago after listening to a talk between 2 doctors. The essence of the talk was that doctors were (still are) pre-occupied with symptoms/diseases, medical advancement, pharmaceutical issues, money and government (health) regulations, they tended to forget the real-life patients or no longer focused on patients but rather abstractions of patients.

The talk named patients as "icon on the canvas/work area of doctors" who are now practicing i-medicine.