ฝนตกพร่ำรำพึงรำพัน ดอกไม้งาม เช่นนี้ รพสต.คงทำงานหนัก

หมอมือเล่อย่างพี่ปุ๋ย พี่สาลี่ และใครอีกหลายๆคนคงเหนื่อยไม่ได้เกันเลย

เมื่อวานไปสวดมนต์เย็นที่วัดป้อมจึงได้เจอกัลยาณมิตร หลายท่าน

ตั้งวง KM กัน ท้ายศาลา บอกเล่าเรื่องราวงานจิตอาสาแล้วนำเรื่องที่ได้ทราบเช่น

คุณหมอจอย(แพทย์หญิงนฤมล )บุกท้ายครัวจัดกิจกรรมเบาหวานกับกลุ่มOPD หลังอาหารกลางวัน

นับเป็นความตั้งใจอันสูงสุดต่อการทำงานเชิงรุกและสละแล้วซึ่งเวลาของการพักผ่อนส่วนตัวที่พึงมี

ในเวลากลางวัน พอๆกับงาน OPD ของรพ.สมุทรสาคร

ที่น่าเห็นใจเพราะต้องวิ่งเข้าวิ่งออกดูแลผู้ป่วยที่แน่นเต็มพื้นที่ไม่เว้น

แต่ละวัน และวิ่งสลับกันเข้ามารับประทานอาหารกลางวันดูเหมือนคนท้ายๆจะเป็นน้องพยาบาลวิภา(โย่ง)

น้องพยาบาลชบา หัวหน้าOPD MED  ที่กว่าจะได้ทะยอยส่งอาหารลงกระเพาะตัวเอง

ก็เข้าสู่เวลาบ่ายแก่จัดๆไปแล้ว นอกจากนี้มีเรื่องชวนให้คิดเป็นการบ้าน 2 เรื่องก่อนแยกย้ายกันคือ

1.พี่ปุ๊ย ถ่ายเอกสารบทสวดมนต์เพื่อผู้ป่วยมาแจกและนัดหมายวันลงพื้นที่

ที่จะไปเยี่ยมไปทำกิจกรรมให้ผู้ป่วยถึงบ้าน

2.เป็นเรื่องของความรู้ที่ นักวิชาการของงานปฐมภูมิ น้องแต้วได้สละเวลาอธิบายเส้นทาง

การปราบปรามยุงลายอย่างละเอียด ฟังแล้วได้คิดพิจารณาว่า

-ปัญหายุงลายครองบ้านครองเมืองเฉพาะที่ เฉพาะแหล่งเชื้อโรค

-ที่ไหนเคยเกิดก็เกิดได้ทุกปีและอาจขยายไปไกลบ้านไกลเมืองทีมีอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราได้

ให้เห็นว่าที่เราพลาดในการปราบปรามเจ้ายุงลายแสนสวยตรงไหนบ้าง

-เพื่อนๆจิตอาสา บอกได้การเลย เพราะเพื่อนๆก็ยังเจอปัญหาไข้เลือดออกเช่นกัน

-ถือโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยน เรื่องวิธีการใส่ทราย การสังเกตที่พวกเรามักมองข้าม เช่น

ถ้าน้ำขุ่นใส่ทรายลงไปก็ไม่ได้ผล น้ำต้องนิ่งใส จะมีที่ไหนก็ในบ้านเรานี่เอง

-น้องแต้ว ยังให้ความสำคัญกับน้ำแม้ในฝาขวดที่ใครๆชอบทิ้งไม่ลงถังว่า หากมีน้ำในระดับที่สูงเพียง

ความหนาของเหรียญบาท เท่านั้นแหละก็สามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้

เจ้ายุงลายตัวนั้นก็จะโผบินลงไปพร้อมวางไข่อันเป็นที่รักของมันทันที!

จนนับไม่ถ้วนว่าลูกน้ำน้อยๆที่ในไม่ช้าจะกลายเป็นยุงลายตัวร้ายทำลายความสุขของผู้คน

จนถึงกับทำให้ชีวิตคนดีๆให้จากโลกนี้ไป

-คุณหมอท่านหนึ่งกล่าวกับผู้ป่วยว่า”ไม่มียารักษาแก้โรคไข้เลือดออกโดยตรง นอกจากรักษาไปตามอาการ

มีทางเดียวเท่านั้นที่จะให้ยุงลายไม่มีคือกำจัดมันก่อนที่มันจะวางไข่...

(ฟังแล้วก็ให้อยากร้องเพลง...ฆ่า....กันให้ตาย เอาไว้ทำไม..จะได้ไม่ปวดใจ...)

-น้องแต้วแนะนำว่า “น้ำที่มีตะไคร่เกาะเขียวๆ สวยๆนั้น ก็ต้องลอกตะไคร่น้ำเขียวๆ ออกก่อน

อย่าไปมัวมีอารมณ์สุนทรียภาพกับความงดงามของตะไคร่น้ำ

ที่เกาะกันเป็นผืนผ้าสวยน้อยใหญ่ บางก็เป็นรูปทรงภาชนะที่มันเกาะ เพราะมันจะทำให้

-ทรายกำจัดยุงมีประสิทธิภาพในการแสดงอานุภาพในกำจัดยุงลายลดลง

หรือไม่สามารถทำงานได้ตามหน้าที่ ใส่ทรายลงไปเท่าไหร่ๆก็ไม่ได้ผล

และอาจเข้าใจผิดว่าใส่เท่าไหร่ๆก็ไม่เห็นยุงจะตาย แบบนี้ก็มีนะเธอ

-เอ๊ะ ! แล้วน้ำที่มันกลอกกลิ้งบนใบบอนใบใหญ่นั่น จะสามารถกลายเป็นวิมานให้ยุงลายมาวางไข่ไหมหนอ

ดังนั้นจึงเกิดข้อให้คิดพิจารณาว่า แล้วเจ้ายุงลายสวยนั้นชอบวิมานสำหรับวางไข่แบบไหน

-อีกประเด็นคือถ้าฝนตกๆหยุดๆ ยุงลายชอบไหม มันจะวางไข่ช่วงไหน ตอนฝนพรำๆมันคงไม่วางไข่แน่เลย

แต่ถ้าฝนหยุดตก น้ำนิ่งใส...มันมาแน่

มุมไหนที่มันชอบอยู่ อุ๊ย! โดนอีกแล้ว ใครบังอาจมากัดยุงอะไรนี่ไวจริงๆ ..

มุมอับๆนี่เอง ลมไม่พัดผ่านไปมา มีแต่พัดเข้าๆ แล้วก็มืดๆ สลัวๆๆ

ชื้นๆด้วยหรือ?  อ๋อ ...ชายกางเกงของฉันเองมันเปียกน้ำเพราะทำน้ำในแก้วหกใส่ตัวเอง

-เจ้ายุงลายนักฉวยโอกาส บินมาตอนไหนเอ่ย บินเร็วตัวจิ๋ว คนแก่สายตาไม่ไวจับไม่ทัน

มีคำถามที่น่าสนใจเกิดขึ้นในวงสนทนา

-ยุงลายวางไข่ครั้งละเท่าไหร่ 

-ไข่ของยุงลายเติบโตอย่างไร

-กว่าจะเป็นลูกน้ำกี่วัน

-จากลูกน้ำเป็นยุงลายกี่วัน

-บินไปกัดคนดูดๆๆๆเลือดเป็นอาหารได้นานกี่วัน

-ยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออก 1 ตัวจะสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้กี่ครั้งกี่คน

-แล้วมันผสมพันธุ์กันอย่างไร

-ยาอะไรรักษาโรคไข้เลือดออก

-อาการคนเป็นไข้เลือดออก เอาแบบชัดๆ ตอบให้อ๋อเลยนะ เพราะถ้าคนฟังร้องอ๋อได้แสดงว่า

อธิบายได้ชัดเจน เห็นจริง ทำจริง แบบแฟนฟันแท้

การสนทนาต้องยุติเมื่อ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นั่งอิงคุณยายของเธอร้องเสียงดังขึ้นว่า

“หนูไม่อยากฆ่ามัน หนูกลัวบาปค่ะ..คุณครูบอกว่าใครฆ่าสัตว์ต้องบาป!