ประโยชน์ของการจดทะเบียนการเกิด ในบริบทประเทศไทย

           เป็นหลักฐานเเสดงอายุใช้ในการเข้าศึกษา เเม้ว่าเด็กสามารถเรียนได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานใดๆ  เเต่การมีหลักฐานระบุอายุ จะทำให้เด็กสามารถเข้าเรียนได้ทันเวลาเเละได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นทุนการศึกษา อย่างทั่วถึง นอกจากนั้น ยังสามารถใช้ยืนยันกรณีเด็กถูกละเมิดทางเพศ เเละกรณีที่เด็กต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เด็กได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม ตามวัยเเละอายุที่เเท้จริง เป็นหลักฐานเเสดงความสัมพันธ์กับครอบครัว เเละบิดามารดา

การจดทะเบียนการเกิดทำให้เด็กมีหลักฐานถาวร สามารถตรวจสอบได้ ที่เเสดงความสัมพันธ์กับครอบครัว สามารถใช้เพื่อป้องกันการสวมตัว การเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ การส่งเด็กต่างด้าวบางประเภทกลับประเทศพร้อมบิดามารดา เเละเพื่อการคุ้มครองเด็กอื่นๆเป็นช่องทางที่ง่าย เเละรวดเร็วที่สุดที่ทำให้เด็กได้รับการยืนยันว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งจะนำมาสู่สิทธิอื่นๆ

การจดทะเบียนการเกิด ซึ่งกระทำหลังจากเด็กเกิดทันที เป็นการยอมรับตัวตนทางกฎหมายที่เร็วที่สุด เเละมีประสิทธิภาพที่สุด เเละสามารถสืบค้นได้ภายหลัง มากกว่าจะรอวิธีอื่นที่ใช้เวลานานมากกว่า เช่น ตรวจ DNA เมื่อเด็กโต

ทำไมต้องใช้คำว่า การจดทะเบียนการเกิด” ?

         ตามปกติคำที่เป็นที่ คุ้นเคยเเละใช้บ่อยในการทะเบียนราษฎร รวมทั้งการปฏิบัติทั่วไปของผู้คน นิยมใช้คำว่า "การเเจ้งเกิด" ซึ่งหมายถึงการเเจ้งว่ามีเด็กเกิดต่อเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร เเละ"การรับเเจ้งเกิด"  อันหมายถึงการที่เจ้าหน้าที่ทะเบียนรับเเจ้งการเกิด เเละทำการบันทึกการเกิดเข้าสู่ฐานข้อมูล ทั้งออกเอกสารหลักฐาน รับรองว่ามีการเเจ้งการเกิดเเล้ว          

               การรับเเจ้งการเกิดเเละการเเจ้งการเกิด เป็นขั้นตอนสองขั้นตอนที่เเยกจากกันเเต่ต่อเนื่องเเละเกี่ยวข้องกัน หากมองตามมาตรฐานระหว่างประเทศ การเเจ้งเกิด เเละการรับเเจ้งการเกิด สมควรนำไปสู่การรับรู้ตัวตนทางกฎหมายของเด็ก หรือบุคคลโดยรัฐ  ทั้งนี้มิใช่การรับรู้ว่าบุคคล หรือเด็กนั้น เป็น "พลเมือง" หรือ"คนสัญชาติ" เเต่อย่างไร          

             อย่างไรก็ตาม การเเจ้ง เเละรับเเจ้งการเกิดในประเทศไทย เท่าที่ได้เห็นตัวอย่างมา ยังเป็นกระบวนการ ที่ไม่ได้ต่อเนื่องเสมอไป ทั้งยังมีปัจจัยที่ทำให้กระบวนการสะดุด เเละหยุดกลางคัน ทำให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้าง "ตัวตนทางกฎหมาย" เเก่เด็กเเละบุคคลอย่างสมบูรณ์ เช่น

·       เเจ้งเกิดกับผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน ได้รับหนังสือรับเเจ้งการเกิด เเต่ไม่นำไปเเจ้งเกิดกับเจ้าหน้าที่ทะเบียนอีกครั้ง  

·       เด็กเกิดที่โรงพยาบาล เเล้วได้รับเพียงหนังสือรับรองการเกิด เเละมีสิทธิที่จะ เเจ้งเกิดเเต่ไม่มีใครนำไปเเจ้งเกิด

·   เด็กมีหนังสือรับรองการเกิด เเต่ไม่มีสิทธิที่จะเเจ้งเกิด หรือเเจ้งเเล้ว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรับเเจ้งได้ เพราะสภาพของบิดามารดา เป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายที่ไม่ได้รับการยกเว้นให้สามารถดำเนินการเเจ้งเกิดได้ บิดามารดาไม่มีเลข 13 หลัก หรือบิดามารดาไม่มีเอกสารพิสูจน์ตนใดๆ เป็นต้น

·   เด็กเกิดนอกโรงพยาบาล หรือสถานที่ที่สามารถออกหนังสือรับรองการเกิด เเละไม่มีสิทธิที่จะเเจ้งเกิด หรือเเจ้งเเล้ว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เพราะสภาพของบิดามารดาข้างต้น             

            จากตัวอย่างข้างต้น มีหลายกรณีที่การเเจ้งเกิด ไม่สามารถนำไปสู่การได้รับตัวตนทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์เเละการบรรลุมาตรฐานของ การจดทะเบียนการเกิด[1]ได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเน้นถึงความต่อเนื่องเเละสมบูรณ์ของกระบวนการ การใช้คำว่า การจดทะเบียนการเกิดอันหมายถึงขั้นตอนที่เกี่ยวเนื่องกันตั้งเเต่การเเจ้งเกิด การรับเเจ้งเกิด เเละการรับรองตัวตนทางกฎหมายของเด็ก โดยรัฐ อันจะนำไปสู่จุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กมีตัวตนทางกฎหมายเเละมีหลักฐานที่เเสดงตัวตนได้อย่างสมบูรณ์  

          ทำไมต้องจดทะเบียนการเกิด ?

      การจดทะเบียนการเกิดเป็นขั้นตอนเเรกที่รัฐรับรู้ตัวตนทางกฎหมาย หรือรัฐรับทราบเเละรับรองว่ามีบุคคลคนหนึ่งเกิดขึ้นมาในดินเเดนของรัฐตน ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นคนสัญชาติใด เเละมีสิทธิในการได้รับสัญชาติของรัฐนั้นหรือไม่ ตัวตนทางกฎหมายมีความสำคัญต่อการได้รับสิทธิต่างๆ ในชีวิต ทั้งเมื่อเป็นเด็กเเละเมื่อเติบโตไปในอนาคต อาจกล่าวได้ว่า หากบุคคลไม่มีตัวตนทางกฎหมาย การใช้ชีวิตก็จะยิ่งยากลำบากขึ้น

        ตัวอย่างง่ายๆ ที่เเสดงถึงความยากลำบากของการ ไม่มีตัวตนทางกฎหมายได้เเก่ ถ้าทำบัตรประชาชนหาย ในช่วงที่ต้องใช้บัตร เเละยังไม่มีเวลาไปทำบัตรใหม่ เวลานั้น จะกู้เงิน เปิดบัญชีธนาคาร ทำธุรกรรมต่างๆ หรือเเม้กระทั่งยืนยันว่า ฉันชื่ออะไร นามสกุลอะไร อยู่ที่ไหน ก็ยังลำบาก สำหรับคนที่ไม่มีตัวตนทางกฎหมายทั้งชีวิต การจะใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในสังคมเป็นเรื่องที่ต้องกระเสือกกระสนอย่างยิ่งไม่น่าเเปลกใจที่คนไร้ตัวตนส่วนหนึ่งถูกผลักให้ใช้ชีวิตในด้านสลัวของสังคม เพราะด้านที่สว่าง ต้องใช้ ตัวตนทางกฎหมายเป็นใบผ่านทางซึ่งพวกเขาไม่มี 

    การจดทะเบียนการเกิดเป็นขั้นตอนเเรกที่จะทำให้บุคคลมีตัวตนทางกฎหมาย เเละได้รับเอกสารยืนยันถึงตัวตนนั้น เช่นสูติบัตร หากเอกสารดังกล่าวชำรุด สูญหาย การจดทะเบียนการเกิดที่ได้มาตรฐาน สามารถสืบค้นเเละออกเอกสารใหม่ให้บุคคลนั้น ใช้เป็นเอกสารยืนยันตัวตน เเละใช้เพื่อประกอบการของเอกสารพิสูจน์ตนได้ ถ้าบุคคลที่อายุเกิน 15 ปี มีบัตรประชาชน เด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ ก็มีใบเกิด หรือสูติบัตร เป็นบัตรประจำตัว  

          เมื่อบุคคลมีตัวตนทางกฎหมาย ก็สามารถใช้เอกสารที่เเสดงว่าตนมีตัวตนทางกฎหมาย เพื่อประกอบการรับสิทธิเเละสวัสดิการที่ตนพึงได้ ไม่ว่าจะในฐานะ มนุษย์หรือในฐานะ พลเมือง[2] สิทธิในฐานะมนุษย์ หรือ สิทธิพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องได้รับ โดยไม่คำนึงถึงเชื่อชาติ สัญชาติ หรือบัจจัยอื่นใด ได้เเก่ สิทธิในการได้รับการรับรองตัวตนในฐานะ มนุษย์สิทธิในชีวิต ทรัพย์สิน สุขภาพ สิทธิในการศึกษา สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สิทธิในการเดินทาง สิทธิในการตั้งครอบครัว เป็นต้น ในกรณีที่บุคคลมีฐานะเป็นพลเมืองก็จะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้น เช่น สิทธิในการประกอบอาชีพ โดยไม่มีข้อห้ามข้อจำกัด สิทธิในสวัสดิการของรัฐ การได้รับสัญชาติหรือสิทธิอาศัยในรัฐที่ตนอยู่ สิทธิทางการเมือง เป็นต้น ดังนั้นการจดทะเบียนการเกิด เป็นทั้งสิทธิในตัวเอง เป็นทางสู่สิทิในการมีตัวตนทางกฎหมาย เเละเป็นหลักประกันว่า เมื่อบุคคลมีตัวตนทางกฎหมาย ก็สามารถรับสิทธิต่างๆ ที่พึงได้ เเละสามารถใช้สิทธิเหล่านั้น เป็นพื้นฐานในการพัฒนาตนเองต่อไป  

           ทำไม รัฐต้องจดทะเบียนการเกิดให้กับคนทุกคนในดินเเดนของตน ?       

         การจดทะเบียนการเกิดเป็นส่วนหนึ่งของระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ ในเมื่อการจดทะเบียนการเกิด เป็นการทะเบียนราษฎร เหมือนกับการออกบัตรประชาชน การจดทะเบียนสมรส การทำทะเบียนบ้าน ฯลฯ  ดังนั้นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ด้านการทะเบียนราฎร สมควรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกเอกสารเเละรับรองการจดทะเบียนการเกิดอย่างเป็นทางการ         

         การจดทะเบียนการเกิดสำหรับคนทุกคน มิใช่จำกัดเฉพาะ พลเมือง” “ประชาชนหรือ คนสัญชาติ มีความสำคัญต่อการบริหารมนุษย์ที่อยู่ในรัฐ เนื่องจากสภาพโลกในปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวย้ายถิ่นทั้งชอบด้วยกฎหมายเเละไม่ชอบด้วยกฎหมายตลอดเวลา การจดทะเบียนการเกิดเฉพาะประชากรที่ ชอบด้วยกฎหมายก็คือการที่รัฐปฏิเสธโอกาสที่จะรับรู้ตัวตนของประชากรที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งถึงอย่างไรก็เป็นมนุษย์ เเละมีสิทธิพื้นฐานที่รัฐจะต้องเคารพ  

        ข้ออ้างประการหนึ่งของการจดทะเบียนการเกิดให้เเก่มนุษย์ทุกคนที่เกิดในประเทศไทย คือ เกรงว่าบุคคลที่ได้รับเอกสารการจดทะเบียนการเกิดจะนำมาขอสัญชาติไทยภายหลัง ซึ่งเป็นการนำประเด็นสัญชาติ มาเชื่อมโยงกับการจดทะเบียนการเกิด เเม้การจดทะเบียนการเกิดจะเป็นที่มาของการได้สัญชาติ เพราะการจดทะเบียนการเกิดเป็นการเเสดงความผูกพันระหว่างเด็กกับรัฐที่เด็กเกิด เเละรัฐของบิดา-มารดา เเต่การจดทะเบียนการเกิดไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้สัญชาติโดยอัตโนมัติ หรือสามารถนำมาร้องขอสัญชาติได้เพียงเพราะเกิดในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมิได้ใช้หลักดินเเดนในการพิจารณาสัญชาติเป็นสำคัญ มิใช่ว่าทุกคนที่ได้รับการจดทะเบียนการเกิด หรือการจดทะเบียนราษฎรอื่นๆ จะได้รับสัญชาติ   เนื่องจากการจดทะเบียนการเกิดไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมายเข้าเมือง ดังนั้นไม่ได้เป็นการทำให้ผู้ที่มีความผิดตามกฎหมายเข้าเมืองพ้นความผิด กลายเป็นคนถูกกฎหมายโดยอัตโนมัติ โดยอาศัยการจดทะเบียนการเกิดเพียงอย่างเดียว  

         การจดทะเบียนการเกิดเเก่คนทุกคนในประเทศไทยช่วยให้รัฐได้ทราบข้อมูลประชากรที่เกิดใหม่ครบทุกกลุ่ม เเละสามารถออกหลักฐานเเสดงข้อเท็จจริงของการเกิด  เพื่อประโยชน์ในการจัดจำเเนกประชากรเเละบริหารประชากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน การจดทะเบียนการเกิดมีประโยชน์ต่อการดำเนินการของรัฐมากมาย เช่น ให้ประชากรใช้เป็นหลักฐานในการเข้าถึงสิทธิเเละสวัสดิการ ใช้เพื่อให้บุตรผู้อพยพที่เกิดในประเทศไทย ได้มีหลักฐานเพื่อเดินทางกลับประเทศต้นทางพร้อมบิดามารดา ป้องกันเเละช่วยเหลือเด็กต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยจากการเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ เเละใช้เพื่อการวางเเผนจัดสรรทรัพยากรรองรับประชากรที่เกิดใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ 

          หากรัฐยังหลีกเลี่ยงเเละเกี่ยงงอนการจดทะเบียนการเกิดให้กับคนทุกคนที่เกิดในรัฐไทย ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร สุดท้าย คนที่จะต้องปวดหัว ก้หนีไม่พ้นรัฐที่จะต้องตามเเก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการไม่ยอมจดทะเบียนการเกิดอย่างทั่วถึงนั่นเอง



[1] โปรดพิจารณา มาตรฐานการจดทะเบียนการเกิดนานาชาติ ได้เเก่ หลัก ถาวร ทันที เป็นทางการ ถ้วนหน้า ถูกหรือไม่มีค่าใช้จ่ายนำ เข้าถึงได้ เเละบูรณาการ ใน “ความสำคัญของการจดทะเบียนการเกิด เเละเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อระบบการจดทะเบียนการเกิด ที่เป็นไปตามมาตรฐานระหว่างประเทศ ” เสนอในที่ประชุมคณะทำงานฯ โดยนางสาวแอมมาลี เเม็คคอย
[2] โปรดพิจารณา UNICEF. n.d. Factsheet: Birth Registration.

http://www.unicef.org/protection/files/birthregistration.pdf

-----------------------------------

ทำไมต้องจดทะเบียนการเกิด ?

โดย นางสาวจุฑิมาศ สุกใส

นักวิจัยอิสระ “การจดทะเบียนการเกิดในประเทศไทย”  ภายใต้ความสนับสนุนขององค์การ เเพลนประเทศไทย เเละคณะทำงานศึกษาศึกษาสถานการณ์การจดทะเบียนการเกิดของเด็กในประเทศไทย ภายใต้คณะอนุกรรมการด้านเด็ก เยาวชน เเละครอบครัว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ

-----------------------------------