เริ่มแรก...ตั้งใจเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงในพื้นที่อ.อัมพวา ชุมชนอัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพราะได้ไปสำรวจเบื้องต้นแล้วว่า มีการดำเนินการด้านที่พัก แบบโฮมสเตย์ในพื้นที่ค่อนข้างมาก เป็นทำเลที่น่าสนใจ และคิดว่าการทำงานจะไม่ยุ่งยากมากนักเพราะแต่ละบ้านอยู่ติดๆ กัน

พอถึงเวลาสอบเสนอหัวข้อโครงการวิจัย อาจารย์ที่ปรึกษาติงว่า "จะจำกัดพื้นที่เกินไปหรือเปล่า เพราะแต่ละอำเภอในจังหวัดนี้มีขนาดไม่ใหญ่และเชื่อมถึงกันได้ง่าย ลองคิดดู และสังเกตโดยรอบไปด้วย อนุญาตให้ขยายได้จะได้ไม่ติดปัญหาด้านขอบเขตการวิจัย"

วันนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจคำแนะนำของอาจารย์เท่าไร แต่ก็ปฏิบัติตามเพราะก็คิดเหมือนกันว่าถ้าเราลงพื้นที่แค่จุดๆ เดียวอาจทำให้ได้ข้อมูลไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร จึงเริ่มขยายพื้นที่ออกหลายๆ ตำบลในอำเภออัมพวา และอำเภออื่นอีก 2 อำเภอ (อ.บางคนที และเมือง) และมองหากลุ่มชาวบ้านที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน ที่เขารวมกลุ่มกันอยู่แล้วเพื่อดำเนินการด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ว่าเขามีการจัดการความรู้อย่างไร และให้เขามีส่วนร่วมในการจัดการความรู้ได้อย่างไรด้วย

ในที่สุด ได้กลุ่มตัวอย่าง 4 กลุ่มที่มีบุคลิกแตกต่างกัน

กลุ่มแรก เป็นชาวบ้านที่จัดการท่องเที่ยวมานานและมีประสบการณ์หลากหลาย ผ่านร้อนผ่านหนาวมากมาก ที่บ้านท่าคา ต.ท่าคา อ.อัมพวา

กลุ่มที่สอง มีประสบการณ์ไม่แพ้กลุ่มแรก มีกลุ่มแม่บ้านเป็นผู้ดำเนินการ บ้านหัวหาด ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา

กลุ่มที่สาม เพิ่งเริ่มรวมกลุ่มกันไม่ถึงสองปี จัดการท่องเที่ยวในรูปแบบเครือข่าย และรวมกลุ่มไว้ปรึกษาหารือ กลุ่มนี้คือ กลุ่มรักษ์บางคนที อ.บางคนที

กลุ่มที่สี่ สุดท้ายเป็นกลุ่มที่รวมกันมาไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่ไม่มีกิจกรรมกลุ่มร่วมกันมากนัก กลุ่มบ้านริมคลอง อ.เมือง

ถึงตอนนี้คิดว่า น่าจะเป็นข้อดีที่สามารถขยายพื้นที่วิจัยออกได้ เพื่อจะได้เห็นรายละเอียดของแต่ชุมชนมากขึ้น

จากจุดนี้ได้ข้อคิดว่าการที่เราจะศึกษาหรือเก็บข้อมูลในชุมชนนั้น เราควรให้เวลากับการศึกษารายละเอียดของแต่ละพื้นที่ดูก่อน มิใช่เห็นว่าน่าสนใจ แล้วกระโดดลงไปทำเลย จึงเห็นว่า ต.อัมพวา จากที่ตั้งใจไว้แต่แรกนั้น มิได้มีลักษณะการรวมกลุ่มอย่างทั้ง 4 กลุ่มข้างตน แต่มีการจัดการท่องเที่ยวในลักษณะต่างคนต่างทำ ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องศึกษาต่อไป และสังเกตว่าการจัดการความรู้กในลักษณะที่ไม่รวมกลุ่มกันนี้ ทำได้ หรือไม่ได้ อย่างไร