วันที่ ๒๕ มิ..​ ๕๖ เป็นวันที่ผมมีความสุข ต่อเนื่องจากวันที่ ๒๔ มิ.. ที่มีความสุขจากการก่อตัวของSiHP 

 

ส่วนวันที่ ๒๕ มิ.. มีความสุขจากความสำเร็จและโอกาสทำประโยชน์แก่บ้านเมือง ของ ศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น   โดยผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์ ประจำปี ๒๕๕๖   ซึ่งมีการประชุมปีละครั้ง    ได้เห็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม   รวมทั้งความก้าวหน้าในการดำเนินการ ที่จะมีการแก้ไขปัญหาโรคนี้อย่างจริงจังและเป็นระบบ

 

ศูนย์นี้ทำงานมานานกว่า ๑๐ ปี และผมโชคดีมากที่ได้รับเชิญให้ไปให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในฐานะกรรมการศูนย์มาหลังจากเริ่มได้ไม่นาน   ได้เห็นคุณค่าของการรวมตัวกันทำงานใหญ่ของบ้านเมือง    มีกลไกด้านการจัดการ    โดยที่สมาชิกของศูนย์แต่ละคนอยู่ต่างหน่วยงานกัน    แต่ส่วนใหญ่ทำงานด้านวิจัยพื้นฐาน    มีการค้นพบยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งท่อน้ำดี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย   จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก   รวมทั้ง มข. เก่งมากในการจัดระบบสนับสนุนศูนย์วิจัยต่างๆ ให้เกิดการรวมตัวกันทำงานวิจัยที่มีโจทย์ใหญ่เป็นชิ้นเป็นอัน และทำงานต่อเนื่อง

 

ในช่วงหลังๆ คณะกรรมการแนะนำให้ ทำงานเชิงประยุกต์ และเชิงสังคม เพื่อลดอัตราการติดเชื้อพยาธิ   และเพื่อป้องกันมะเร็งท่อน้ำดีมากขึ้น    โดยการวิจัยในชุมชนของ ศ. ดร. บรรจบ ศรีภา ทำให้เข้าใจพลวัตของระบบนิเวศต่อการติดเชื้อพยาธิดีขึ้น    และการทดลองดำเนินการระดับชุมชนก็ให้ผลลดอัตราการติดเชื้อพยาธิ 

 

สมาชิกของศูนย์แต่ละคนมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่มี impact factor มากมาย    ทำให้ทะยอยกันได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ    และปีนี้สมาชิกของศูนย์ ๒ ท่าน ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นร่วมกัน คือ ศ. ดร. โสพิศ วงศ์คำ และ ศ. ดร. บรรจบ ศรีภา     และ ศ. ดร. บรรจบ ศรีภา เป็นเมธีวิจัยอาวุโส สกว.    น่าชื่นใจมาก

 

คลื่นลูกใหญ่ เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว    และก่อตัวชัดเจนในปีนี้ คือการมีศัลยแพทย์เข้ามาเป็นหัวขบวนโครงการ แก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    โดยกลไกของ มข., รัฐบาล, กระทรวงสาธารณสุข, และภาคธุรกิจเอกชน ร่วมกัน    ได้รับหลักการงบประมาณดำเนินโครงการนำร่อง ๕ ปี เป็นเงิน ๔๓๐ ล้านบาท    รวมทั้งมีการก่อตั้งมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อระดมสรรพกำลังภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนสนับสนุนงานใหญ่ของชาติชิ้นนี้   ศัลยแพทย์ท่านนี้คือ รศ. นพ. ณรงค์ ขันตีแก้ว แห่งภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.   ผมฟังโครงการของท่านแล้ว เห็นชัดเจนว่า ท่านเป็นคนกล้าฝัน มีจินตนาการสูงมาก    และฝันแล้วก็ลงมือทำและฟันฝ่า

 

โครงการของ รศ. นพ. ณรงค์ ขันตีแก้ว ทำให้ผมนึกถึงการสัมมนาวิชาการเรื่อง Getting Research into Policy and Practice” และนำเสนอตัวอย่างงานวิจัยที่นำไปสู่นโยบายสุขภาพ ที่ศิริราชเมื่อวานนี้ (๒๔ มิ.ย. ๕๖)   และเห็นว่า กรณีนี้คืออีกตัวอย่างหนึ่งของการนำผลการวิจัยสู่การแก้ปัญหาสุขภาพในพื้นที่ที่ใหญ่มาก มีคุณค่าต่อคนกลุ่มเสี่ยง ๔ ล้านคนในภาคอีสาน 

 

อีกโครงการหนึ่งที่ผมตื่นเต้นมาก คือโครงการควบคุมพยาธิใบไม้ตับในโรงเรียน (อย. น้อย)    ซึ่งผมแนะนำให้ทำคู่กับการปฏิรูปการเรียนรู้จาก passive learning มาเป็น active learning   โดยร่วมมือกับเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน ฝึกครูให้ทำหน้าที่ Learning Facilitator ชักชวนนักเรียนตั้งคำถามเรื่องเกี่ยวกับพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี   จนได้โจทย์วิจัยหรือทำโครงงาน    เป็น PBL (Project-Based Learning)   และครูกลุ่มนี้รวมตัวกันเป็น PLC (Professional Learning Community)    น่าจะได้โครงงานเป็นพันเรื่องทีเดียว    และครูก็จะได้ผลงานวิจัยในชั้นเรียนที่เป็นผลงานคุณภาพสูง  สำหรับเอามาขอตำแหน่งชำนาญการได้

 

ผมได้แนะนำให้ รศ. ดร. ไพบูลย์ สิทธิถาวร หัวหน้าโครงการ ติดต่อร่วมมือกับ ดร. ฤทธิไกร ไชยงาม   เพื่อหาครูและโรงเรียนที่เหมาะสมในการทำโครงการนี้  

 

ผมเคยบันทึกเรื่องการประชุมคณะกรรมการศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีที่นี่

 

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๕ มิ.ย. ๕๖