สวัสดีครับ เพื่อนๆโรงเรียนเตรียมห้อง 833

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาชัยรุ่งนัดทานข้าวเย็นกัน มีเพื่อนๆ ไปหลายคน ผมเองก็ไปกะเขาด้วย ได้เจอเพื่อนหลายคนที่ได้แต่เห็นหน้ากันใน FB เท่านั้น แต่ตัวจริงไม่ได้เจอมาเกือบ 20 ปี รู้สึกดีใจมากๆ ที่เห็นเพื่อนๆ ก้าวหน้าในชีวิต การกลับมาเจอเพื่อนในครั้งนี้ ก็รู้สึกเหมือนเดิม คือรู้สึกทึ่งเพื่อนๆ มาก เป็นความรู้สึกเหมือนกับตอนที่มาสอบติดเตรียมอุดมและมาเรียนใหม่ๆ ผมเองเป็นเด็กต่างจังหวัด .. เรียนไปเรียนไปก็เห็นว่าเพื่อน แต่ละคนนี่สุดยอดมากๆ ทั้งการเรียน ความคิดความอ่าน และความประพฤติ.. เพื่อนส่วนใหญ่ในห้องเราไปเป็นคุณหมอในสาขาต่างๆ เป็นวิศวกร เป็นอาจารย์ เป็นผู้บริหาร เมื่อเรากลับมาเจอกันอีก ครั้ง การได้กลับมาคุยกัน มันเป็นอะไรที่แสนวิเศษมากครับ

เมื่อวานเพื่อนถามว่าผมทำอะไรอยู่ ก็เล่าให้เพื่อนฟังว่า ตอนนี้สอนอยู่ MBA มหาวิทยาลัยขอนแก่น.. สอนอะไรเหรอ ก็เลยบอกว่าสอน Appreciative Inquiry (AI)... เมื่อเล่าให้ใครฟังก็จะทำหน้างง.. ตกลงภิญโญ ไอ้ที่ภิญโญทำ มันคืออะไรกันแน่... เลยพยายามอธิบาย.. เอาหล่ะเพื่อน AI มันคือการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ผ่านการตั้งคำถามเชิงบวก.. AI เป็นวิชาใหม่ของศาสตร์แขนงหนึ่งที่เขาเรียกกันว่า Organization Development (OD) ภาษาไทยเราเรียกว่า “พัฒนาองค์กร” โดยคนทำอาชีพนี้เราเรียกว่า OD Consultant กับครับ ส่วนคนทำ AI เราอาจเรียกว่า AI Consultant หรือ AI Practitioner ก็ได้... แต่โดยรวมๆ เราเรียกว่า OD Consultant

เพื่อนหลายคนก็ถามต่อ ไอ้ OD Consultant นี่เขาทำอะไรกันบ้าง ขอตอบเพื่อนเลยนะ

OD Consultant เราทำหน้าที่ให้คำปรึกษา พัฒนาองค์กร เพื่ออะไร ...เพื่อให้องค์กรมีทุนทางปัญญา (Intellectual Capital ) สูงขึ้นนะเพื่อน ... เพื่อนคงงง ทุนทางปัญญา... ทำไมต้องมีทุนทางปัญญา... ก็ขอตอบว่าองค์กรนี่มันประกอบด้วยคนนะเพื่อน.. การที่องค์กรจะเก่งก้าวล้ำนำหน้าใครได้ ก็ต้องอาศัยคนมีปัญญา... คนในองค์กรก็เหมือนเพื่อนนี่แหละ.. ตั้งแต่เรียนด้วยกันมาแล้ว.. เพื่อนเป็นคนมีปัญญาโดดเด่น เรียนเก่ง มันไม่ได้เก่งในวันเดียวจริงไหม กว่าจะมาเป็นคุณหมอ ผู้บริหารเก่งๆ กันขนาดนี้ เพื่อนต้องสั่งสม “ปัญญา” มาตั้งแต่เด็ก.. จริงไหม.. พอทำงานเป็นคุณหมอ เป็นผู้บริหารกันแล้วก็ยังต้องสั่งสมปัญญากันไปเรื่อย.. และเมื่อเพื่อนมีปัญญา เห็นไหม มันเหมือนเพื่อนมีทุน.. ทุนก็เหมือนมีเงินในกระเป๋า... ไปไหนอยากได้อะไร ทำอะไรก็แค่ควักตังค์ หรือทุนในกระเป๋า ออกมาใช้ก็ได้แล้ว.. ปัญญาเหมือนกัน ผมเห็นเพื่อนเล่าเรื่องงาน เล่าเรื่องชีวิตให้ฟังก็น่าตื่นเต้น.. แต่ละอย่างต้องอาศัยปัญญาที่สั่งสมมาทั้งนั้น.. ตอนนี้เมื่อมีปัญญา เป็นทุน.. เพื่อนๆก็พร้อมที่จะทำอะไรที่ท้าทาย สร้างสรรค์ขึ้นเรื่อยๆ.. จริงไหม..

องค์กรก็เช่นกัน เราต้องการคนมีปัญญา.. เราจึงต้องเตรียมความพร้อมเขา ให้เขามีปัญญา เมื่อมีมากพอ หรือมีทุนนี้มากพอ องค์กรจะทำอะไรก็ง่าย... การที่จะสร้างสมทุนนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนครับ ว่า ทุนทางปัญญานั้น มีสามองค์ประกอบย่อย ตามแผนภาพข้างล่างนี้นะ

องค์ประกอบย่อยแรกเราเรียกว่า Human Capital หรือทุนมนุษย์ ซึ่งคือ คนในองค์กรที่มีทักษะสูงและทัศนคติในเชิงบวกนั่นเอง.. OD Consultant เริ่มเข้ามาบทบาทตั้งแต่ตรงนี้เลย... เรามีแนวทาง มีเครื่องมือมากมาย AI ก็เป็นตัวหนึ่งที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถ และปรับทัศนคติคนได้... แต่เมื่อดีขึ้นแล้วก็ไม่พอนะเพื่อน เพื่อนเคยเห็นคนเก่งที่ทำงานร่วมกันไม่ได้ไหม ผมว่าเพื่อนคงเห็นบ่อยๆ ตรงนี้แหละที่ชาว OD Consultant อย่างผมก็สามารถหาเครื่องมือดีๆ มาช่วยให้ลูกค้าพัฒนาขีดความสามารถในการทำงานร่วมกันขึ้นมาได้..เราเรียกว่า ทุนทางสังคม (Social Capital) สุดท้าย ทุนสำคัญที่สุดทุนหนึ่งคือทุนทางโครงสร้าง (Structural Capital).. บางองค์กรมีคนเก่งคนดี ทำงานร่วมกันแล้วเครียด... แถมคนออกภายในสามปีนี่เยอะ... นี่ป่วยแน่นอนครับ.. แสดงว่า Structural Capital คือนโยบาย ขั้นตอน สิ่งอำนวยความสะดวกอาจไม่ดีพอครับ.. ตรงนี้และที่เราชาว OD Consultant สามารถช่วยคุณได้... และเมื่อมีทุนสามทุน เข้มแข็งเพียงพอ.. จะทำให้คนในองค์กรคุณเก่ง ทำงานคนเดียวก็ได้ หลายคนก็ดี แถมไม่ออกไปไหน.. องค์กรโตเอาโตเอา.. เมื่อถึงจุดนั้นก็ถือว่ามีทุนทางปัญญาเข้มแข็ง... นั่นคือเป้าหมายของพวกเรา..

ถ้าเพื่อนๆ ยังงงอยู่แนะนำพาลูกพาแฟนไปดูหนังเรื่อง Percy Jackson ตอนใหม่ครับ.. สนุกจริงๆ.. เพื่อนๆ จะเห็นเรื่องทุนทางปัญญาชัดเจน.. ตัวละครทั้งหมดรวมทั้ง Percy Jackson.. เป็นสุดยอดมนุษย์ครับ เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นมนุษย์ธรรมดา แต่เป็นลูกครึ่งเทพเจ้าครับ.. (เทพเจ้ากรีกโบราณ) ..คือคุณพ่อเป็นเทพเจ้า คุณแม่เป็นมนุษย์.. วัยรุ่นพวกนี้จึงมีความสามารถแบบซุปเปอร์แมนครับ คือแต่ละคนจะมีฤทธิ แถมเป็นคนดีครับ (Human Capital นี่ดีระดับหนึ่ง).. พวก เขามารวมตัวกันในพื้นที่หนึ่ง เพื่อซ่อนตัวจากหมู่มาร ตามนโยบายของเทพบางองค์ (Structural Capital) โดยมีม่านวิเศษปกป้องชุมชนลูกครึ่งเทพไว้... ทั้งหมดอยู่ร่วมกันครับ คือดูดีพอสมควร คือพออยู่กันได้... (Social Capital)

แต่ดูไปเรื่อยๆ เราจะเห็นว่าทุนทางปัญญาของชุมชนลูกครึ่งเทพนี้ มีปัญหาซะแล้ว คือมีสมาชิกรายหนึ่งเป็นลูกครึ่งยักษ์ไซคล๊อปกับเทพ ที่เป็นยักษ์ดุร้ายเรียกว่าไม่หล่อในหมู่เทพ คือมีตาเดียว หน้าตกตลก แถมไม่ค่อยฉลาด และเนื่องจากยักษ์ไซคล๊อป เคยฆ่าพี่น้องคนหนึ่งของเพื่อนๆ เขาเลยถูกตั้งคำถาม และเราจะเห็นอคติที่เกิดขึ้นทั้งจาก Persey Jackson และเพื่อนๆ ... นี่ไง Human Capital เอียงมากๆ...

ไม่ต้องพูดถึงเลยครับเราจะเห็นเรื่องราวในช่วงแรกว่าพวกลูกเทพ พวกนี้ ทำงานร่วมกันได้ไม่เต็มที่ อยู่ด้วยกันอย่างหวาดระแวง (ขาด Social Capital)... ระหว่างเดินทางไปกู้โลก เกือบได้ตายหมู่หลายครั้ง.. ในขณะที่ศัตรู มีนโยบายต่อต้านเทพเจ้าอย่างชัดเจน แถมยังสามารถดึงการมีส่วนร่วมจากพวกยอดฝีมือ ที่มีความคิดในทางเดียวกันได้.. และสามารถทำงานร่วมกันได้.. แม้จะเป็นปัญญาในทางไม่สร้างสรรค์ แต่กลับการเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดทั้งโลกสวรรค์และโลกมนุษย์

เหตุการณ์ดำเนินไป โดยทั้งหมดพยายามตามหาขนแกะทองคำ โดยมีเหล่าร้ายตามล่ามาติดๆ.. ต่อมาลูกครึ่งยักษ์ไซคล๊อป พยายามปกป้องเพื่อน.. เลยถูกฆ่าตาย... นั่นแหละครับ ที่ทุกคนในทีมหันมาขบคิดกันอย่างจริงจัง.. Percy ถึงกับรำพึงว่า เขาเองเอาแต่สนใจตนเอง ไม่ให้ความสำคัญกับยักษ์น้อยตาเดียว ทั้งๆ ที่เขาถึงแม้ไม่ฉลาด ดูน่าหวาดระแวง แต่เขาก็อุทิศชีวิตปกป้องเพื่อนๆ และสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด โดยที่ทุกคนมองไม่ออกคือ.. เขาเพียงต้องการเป็นพี่น้องกับ Percy Jackson เท่านั้น.. แถมยังมีคำทำนายที่พรั่นพรึงด้วยว่า.. Percy Jackson จะเป็นตัวการที่ทำลายมนุษย์ทั้งมวล... เลยทำให้ Jackson ยิ่งจิตตกไปอีก คนที่เหลือในทีมก็รู้สึกผิด เพราะมีอคติกับยักษ์น้อยมาตลอด ...เรียกว่า ทุกคนตระหนักว่าพวกเขา มีปัญหาเรื่อง Human Capital และ Social Capital มาตลอด

และแล้วระหว่างที่ Percy Jackson กำลังหมดอาลัยตายอยาก.. ก็มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า... “ถ้าเธอกลัวชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น ก็จงเปลี่ยนมันซะ”... “..ถ้าเธอเศร้าที่ยักษ์น้อยตายไป ก็จงคิดว่าการตายของเขาต้องไม่สูญเปล่า... ที่สุด Percy Jackson เลยได้คิด.. หันมาลุยเหล่าร้ายคือเทพโครนอส จนเอาชนะได้ในที่สุด...

ไอ้ตรงที่มีเพื่อนคนหนึ่งได้ให้ข้อคิด Percy Jackson นี่แหละครับ ในทาง OD เขาเรียกว่าการแทรกแซง (Intervention) ... Intervention เท่าที่เห็นในเรื่องนี้ คือการทำโค้ชชิ่ง (Coaching) ซึ่งถือว่าเป็น “เครื่องมือ” ที่ชาว OD นิยมใช้ประเภทหนึ่งครับ..ผมเองก็ทำอยู่.. และเห็นไหมครับ หนังเรื่องนี้จะเห็นมีการทำ Intervention ง่ายๆ ด้วยการให้ข้อคิด.. Percy Jackson ได้คิด ทีมทั้งหมดได้คิด... ทุนทาง Human Capital สูงขึ้นทันที เพราะมีทักษะอยู่แล้ว เพียงแต่เดิมทัศนคติไม่ได้เท่านั้น.. และที่สำคัญ Social Capital ก็พุ่งขึ้นมาทันที.. สุดท้าย Percy Jackson ก็ยังมีทิศทางในชีวิตดีๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ คือการกำหนดชะตากรรมใหม่ นั่นคือ Strcutural Capital เปลี่ยนไปอีกแบบนั่นเอง.. คือนโยบายในชีวิตชัดเจนขึ้น ขั้นตอนการทำงานก็เปลี่ยน...

สรุปแล้ว OD Consultant มีหน้าที่ให้คำปรึกษา หรือช่วยลูกค้าให้สามารถยกระดับทุนทางปัญญาขององค์กร จนพร้อมที่จะไปแข่งขัน พร้อมที่จะเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ได้ชนิดงานได้ผล คนเป็นสุขครับ OD Consultant จะมีความเชี่ยวชาญต่างๆ กันไป เนื่องจากการยกระดับทุนทางปัญญานั้นทำได้ด้วยวิธี (Intervention)ที่หลากหลาย ผมเองถนัดวิธี Appreciative Inquiry (AI) ที่เน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สามองค์ประกอบย่อย ผ่านการตั้งคำถามเชิงบวก ท่านอื่นๆ อาจใช้ Intervention ที่ถ้าเพื่อนเห็น นั่นคือการทำ OD แน่นอน ได้แก่ Action Research, Action Learning, Learning Organization, Knowledge Management, Coaching (มีนับสิบ Model), Whole Brain Literacy, Open Space Technology และ World Cafe ... มีมากกว่านี้อีก นี่คร่าวๆ ครับ ที่เห็นมากๆ

แล้วเมื่อไหร่ที่เพื่อนจะต้องการความช่วยเหลือจาก OD Consultant หรือความรู้ด้าน OD ล่ะ?...คำตอบคือ ก็เมื่อเพื่อนเริ่มรู้สึกเซ็งเป็ดกับทัศคติของเพื่อนร่วมงาน... หรือถ้ามีทัศนคติดีอยู่ แต่มันทำงานแบบ น่าจะได้ผลกว่านี้นะ หรือทำงานได้มากกว่านี้นะ นี่หละองค์กรของเพื่อนจะต้องการผมแล้วละ ... หรือทำงานทีไร แทบต้องเลิกคบ หรือเบื่อพฤติกรรมการทำงานร่วมกัน ไม่เป็นทีมบ้าง ประมาณตัวใครตัวมัน ประชุมทีไร ระดมสมองเป็นต้องระบมสมองทุกที ... คุณต้องการเราแล้วละ... และสุดท้าย คนก็เก่ง ระบบงานก็ดี.. ไหง สำรวจมาคนไม่มีความสุข ไม่ผูกพันธ์ อุตส่าห์ฝึกมาอย่างดี.. สามปีออก... นี่ก็ต้องการเราแล้วครับ..

พูดมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ คงจะเข้าใจงานของผมมากขึ้น..

รักเพื่อนมากมาย

ภิญโญ

ปล. สุดท้ายนี้ ถ้าบังเอิญเพื่อนได้ไปอเมริกา แล้วไปเจอ Percy Jackson ก็บอกพวกเขาว่าอาจารย์ภิญโญ ขอฝากความระลึกถึงทุกคนนะครับ บอกเขาว่า ...อาจารย์ภิญโญ บอกว่า หาก Percy Jackson และเพื่อนๆ จะดูแลสมดุลย์สวรรค์และโลกได้ดีมากยิ่งขึ้นในระยะยาว นอกจากวิทยายุทธ์ที่ต้องฝึกกันอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือการเรียนรู้เรื่องการทำ OD ครับ อาจส่งเพื่อนคนใดคนหนึ่งมาเรียนปริญญาโท ปริญญาเอกด้านนี้ก็ได้ ผมแนะนำที่เรียนให้ได้ครับ และแนะนำ Official Website ของเพื่อนให้เขาด้วย คือ www.aithailand.org บอกเขาว่า.. ในนั้นมี case studies ภาคภาษาอังกฤษด้วย ไม่ยากมากนักครับ ระดับเทพทำได้อยู่แล้ว ไม่ทำเทพอย่างไร ก็ยุ่งแน่นอน..

Reference:

The first Picture of Percy Jackson retreived Aug 19, 2013 from http://www.scifinow.co.uk/news/42345/percy-jackson...

The second Picture of Percy Jackson retreived Aug 19, 2013 from http://www.filmofilia.com/percy-jackson-sea-of-mon...