บันทึกนี้เขียนต่อจากบันทึก "กระบวนทัศน์ และกระบวนการ ในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการศึกษา มาพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21" อ่านที่นี่ครับ
วิธีการในการขับเคลื่อนทักษะอนาคตในบริบทไทย
เสนอให้แบ่งพิจารณาเป็น 3 ขั้นตอน หรือ 3 ระดับ โดยต้องพิจารณาให้ถึงระดับ "นักเรียนรายบุคคล" และแต่ละขั้น แม้ครูจะต้องมองในลักษณะขั้นบันได แต่ต้องไม่ให้แยกส่วนแยกซอย ต้องเรียงร้อยแต่ละขั้นจะเสริมความก้าวหน้า เป็นฐานพัฒนาของขั้นถัดๆ ไป เริ่มตั้งแต่ "คิดเป็น" "ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น" จนผู้เรียนสามารถ "เรียนรู้เองเป็น" วิธีการนี้เรียกว่า หลักสูตรพัฒนาแบบ 3PBL
แน่อนว่า ทักษะที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องมีคือ "อ่านออก เขียนได้
คิดเลขเป็น" ตามมาตรฐานของ สพฐ.
ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนให้ครูทุกคนเคร่งครัดอยู่แล้ว ดังนั้นหลักสูตร 3PBL
จึงไม่ใช่เป้าหมายอะไรใหม่และไม่ใช่มาเสริม แต่เป็นเพียงการเสนอ
"วิธีมองและพิจารณาการพัฒนาการเรียนรู้ให้ง่าย
บอกจุดตรวจเช็คประเมินผลลัพธ์ที่ตัวนักเรียน
และเสนอบทบาทที่สำคัญของครูและนักเรียน"
ขั้นที่ 1 ฝึกคิด
- หลักการสำคัญคือหลักของ "เหตุและผล" (อ่านได้ที่นี่) เมื่อเราอยากให้นักเรียนเก่งเรื่องคิด คิดเป็น เราต้องทำให้นักเรียนได้ "ฝึกคิด" วิธีการทำให้นักเรียนได้ฝึกคิด ครูต้องเปลี่ยนมา "ตั้งคำถาม" แทนวิธีการ "บอก ป้อน สั่ง"
- เครื่องมือสำคัญที่ต้องทำให้มาก คือ การอภิปราย โต้เถียงด้วยเหตุและผล หรือที่นิยมเรียกว่า "ถอดบทเรียน" หรือ "ถอดประสบการณ์"
- บทบาทที่สำคัญของครู ไม่เพียงแต่ "ตั้งคำถาม" แต่ต้อง "สะท้อน" (Reflect) คอมเมนต์ผลลัพธ์ กลับไปยังผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
- ครูเป็นผู้คิดสร้างใบงาน หรือ ใบคำถาม หรือแบบฟอร์ม หรือ รูปแบบ (Pattern) ต่างๆ ให้นักเรียนได้ฝึกคิด เช่น กิจกรรม "กระดาษ 4 พับ" ใช้สื่อที่นักเรียนสนใจ แล้วค่อยให้ถอดบทเรียน
- เราเรียกการออกแบบในลักษณะนี้ว่า "การเรียนรู้ในรูปแบบ" (Pattern-based Learning)
- ผลที่เกิดกับนักเรียนเมื่อเขาคิดเป็น ครูจะเห็นความกล้าคิด กล้าพูด เพราะว่าเขามั่นใจในตนเอง ที่เขามั่นใจในตนเองเพราะพวกเขาภูมิใจในตนเอง ที่ภูมิใจในตนเองเพราะพวกเขารูว่าตนเองรู้และถนัดเก่งเรื่องอะไร และที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะว่าพวกคิดได้คิดเป็นนั่นเอง
- บทบาทที่สำคัญของครูในขั้นตอนนี้ คือเป็น ผู้กระตุ้นพาให้คิด "ครูฝึกคิด" (Coach)
- นักเรียนจะได้ฝึกคิดตาม "หลักคิด ปศศพ." สามารถตีความสื่อต่างๆ ตามหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 4 มิติได้
- คิดวิเคราะห์ก่อนให้รู้ชัดว่า สิ่งนั้นคืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง กำลังจะทำอะไร
- เปรียบเทียบ เทียบเคียง ให้เข้าใจบทบาทและความสำเคัญ ตลอดทั้งความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของสิ่งนั้นๆ
- จัดหมวดหมู่ สังเคราะห์หลักการ ใช้หลักวิชาการที่สอดคล้อง เพื่อพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล
- ยึดเหตุผลบนพื้นฐานของความเป็นจริง และความเป็นธรรม
- พิจารณาว่าสิ่งที่จะทำนั้นถูกหรือไม่ถูก ดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควร เหมาะสมหรือไม่
- ก่อนจะตัดสินใจให้ พอประมาณกับตนเอง
ขั้นที่ 2 ฝึกทำ
- หลักสำคัญคือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติ นักเรียนได้ลงมือทำจริง โดยเน้นให้นักเรียนได้ "ฝึกคิดแก้ปัญหา" ที่ครูเป็นคนกำหนด หรือร่วมกันกำหนดขึ้นมา
- ครูจะเป็นผู้ออกแบบโครงการ (Project) หรือเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน เช่น กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา กิจกรรมส่งเสริมการเรียนต่างๆ คำถามสำคัญสำหรับครูผู้ออกแบบคือ
- ต้องการให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะใด จากโครงการ/กิจกรรม/ฐานการเรียนรู้ นั้น
- นักเรียนจะได้เรียนรู้อย่างไรในโครงการ/กิจกรรม/ฐานการเรียนรู้นั้น นักเรียนจะเกิดทักษะนั้นในขั้นตอนใด
- จะรู้ได้อย่างไรว่า ทักษะที่ต้องการนั้นเกิดหรือไม่ ทำอย่างไร นักเรียนจะได้สะท้อนตรวจสอบประเมินตนเองเกี่ยวกับทักษะนั้นๆ
- นักเรียนจะได้ฝึกบูรณาการความรู้และทักษะกับชีวิตและการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างไร
- ผลที่จะเกิดกับนักเรียนเมื่อได้ "ฝึกทำ ฝึกแก้ปัญหา" คือทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการลงมือทำและการแก้ปัญหา ทักษะชีวิตด้านการทำงานอย่างมีระบบแบบแผน (PDCA) ทักษะความร่วมมือหรือทำงานเป็นทีม ทักษะการสื่อสารและไอซีที
- เครื่องมือสำคัญในขั้นนี้คือ การ "ถอดบทเรียน"หรือ (AAR After Action Review) การทำ BAR (Before Action Review) การจัดการความรู้ KM การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการเล่าเรื่องประสบการณ์ของความสำเร็จ (Success Story Telling) หรือ SST ฯลฯ
- บทบาทสำคัญของครูจะต้องเน้นทั้งเป็น ครูฝึก (Coach) เป็นทั้งพี่เลี้ยง (Mentor) และเป็นทั้งหมอใจให้คำปรึกษา (Counseling) แตกต่างกันไปตามแต่เหตุปัจจัย สถานการณ์ และประสบการของผู้เรียนแต่ละคน อ่านหลักการ CMC ได้ที่นี่ครับ
- นักเรียนจะได้ฝึกนำ ปศพพ. ไปใช้ในชีวิตในกิจกรรม คือ สามารถถอดบทเรียนผลการปฏิบัติ ตามหลักปฎิบัติแบบ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 4 มิติได้
- ก่อนจะทำคิดพิจารณาว่า ความรู้ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง
- เรามีความรู้ประสบการณ์เพียงพอ มั่นใจหรือไม่
- หากไม่ จะสืบค้นหาความรู้หลักวิชานั้นมาอย่างไร คือ Review ทบทวนอย่างไร
- มีใครทำสำเร็จ เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) เรื่องนั้นไม่ เขาทำอย่างไร ปัจจัยของความสำเร็จของเราคืออะไร
- เหตุผลที่เรามี ดีและถูกต้องหรือไม่
- วิธีการที่เราจะทำถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ คิดก่อน วางแผนก่อน
- พอประมาณกับศักยภาพของเรา กับเวลาที่เรามี กับความดีหรือกำลังทรัพย์ของเราหรือไม่
- ตรงไหนที่น่าจะเป็นปัญหา จัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
- จะวัดผล ประเมินผลอย่างไร ถึงจะรู้ว่าบรรลุได้ตามที่คาดหวัง
- ผลที่เกิดขึ้นจะดีต่อเราอย่างไร จะดีต่อผู้อื่นหรือไม่ จะดีต่อใคร จะมีผลอย่างไรใน 4 มิติ
ขั้นที่ 3 ฝึกเรียนรู้ด้วยตนเอง
- หลักสำคัญคือ นักเรียนเป็นผู้คิดทำทั้งหมดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ ตั้งปัญหาเอง ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ตั้งสมมติฐาน ออกแบบการตรวจสอบสมมติฐานนั้น ทำการทดลองพิสูจน์เรียนรู้ และเป็นผู้นำเสนอหรือเผยแพร่
- ครูมีบทบามเน้นเป็น "ผู้อำนวย" (Facilitator) อำนวยให้เกิดการเรียนรู้ เป็นพี่เลี้ยง (Mentor) ดูอยู่ห่างๆ เพื่อกำกับทิศทาง และให้คำปรึกษาเมื่อจำเป็น
- กระบวนการเรียนรู้ที่ดี และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในขั้นนี้ คือ การเรียนรู้บนฐานปัญหา (Problem-based Learning) หรือ PBL อ่านแนวทางการเรียนการสอนแบบ PBL ที่ดีได้ที่นี่
- การเรียนรู้ด้วยตนเอง จะช่วยเสริม "แรงบันดาลใจ" ในการเรียนรู้ให้กับตนได้เอง
- นักเรียนจะได้ฝึกฝนตนเอง โดยการคิดและทำ บนหลัก ปศพพ. สู่การเป็น "คนพอเพียง" ที่ ดี เก่ง และมีความสุขในการดำเนินชีวิต
- การฝึกให้นักเรียน "พึ่งตนเอง" ด้วยการฝึกให้ "เรียนรู้ด้วยตนเอง" ถือเป็น ภูมิคุ้มกันที่ดี ในศตวรรษใหม่นี้นั่นเอง
ท้ายบันทึกนี้ อยากเสนอให้ครูทุกคน ใช้ 3PBL ชวนให้ทำ พาให้ทำ ทำให้ดู อยู่เป็นกัลยาณมิตร ให้พวกเขาได้เรียนรู้พัฒนาชีวิตด้วยการ "สั่งสมความดี" (อ่านทฤษฎีการสั่งสมได้ที่นี่)
น่าสนใจและติดตามมากเลยค่ะ
พุ้งนี้ต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่จะมีคณะกรรมการมาประเมิน คิดไม่ออก มาเจอเว็บนี้คิดออกขึ้นเยอะเลยขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆน่ะค่ะ