ทำไมต้องเป็นแม่วัยใส


แม่วัยใสหมายถึงใคร

ในความเข้าใจของคนทั่วๆไปเมื่อเอ่ยถึงวัยใสเราจะนึกถึงเด็กน้อยช่วงชั้นประถมต้นตอนปลาย เริ่มแตกเนื้อสาว จนถึงวัยรุ่นตอนกลางคือช่วงชั้นมัธยม และรวมหมายถึงเด็กสาวช่วงมัธยมปลาย แต่สำหรับผู้เป็นสว. บางท่านอาจรู้สึกไปถึงวัยที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกๆก็เป็นได้ ด้วยความน่ารักสดใสของวัยไม่ต่างจากดอกไม้แรกแย้ม ใช่ใครๆก็พูดแบบนี้เพราะมันเป็นนั้นจริงๆ

หลายๆหน่วยงานได้ให้นิยามคำว่าวัยรุ่นวัยใสโดยเอาอายุเป็นเกณฑ์ในการให้คำจำกัดความ ซึ่งจะอยู่ในช่วงอายุ 11 ถึง 18 ปี บ้างก็กำหนดที่อายุ12-24 ปี 

แต่สำหรับฉันแล้วฉันคงไม่เอาอายุเป็นเกณฑ์กำหนด เพียงอย่างเดียว ฉันเห็นความจำเป็นของกลุ่มเด็กน้อยที่เติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าที่ควร อันมีผลมาจากสารอาหารที่ได้รับจากอาหารที่ไปกระตุ้้นการทำงานสูงมากจนเป็นเติบโตทางร่างกายเร็วมาก

ฉันเคยเจอแล้วย่าง 12 ปีตั้งท้อง จะเลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ต่างจากต้นไม้ที่ถูกเร่งวันคืน ผลผลิตถ้าให้สมบรูณ์จึงต้องอาศัยเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น ความรัก ความอดทน ฯลฯ มันมากเกินกว่าแม่วัยใสจะตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง จนกลายเป็นปัญหาสังคม เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องใช้งบประมาณมากมายในการรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งปัญหาผลข้างเคียงที่พลอยได้รับก็จะตามมา

จากการเผยแพร่ งานวิจัยของ ศ.ดร.ศิริพร จิรวัฒน์กุล (2555: ASTV ผู้จัดการออนไลบ์ : 12กุมภาพันธ์) ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านเพศภาวะและสุขภาพสตรีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น (แม่วัยใส) โดยสำรวจหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่มารับบริการด้านสูตินรีเวช ในโรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลศูนย์ใน 7 จังหวัด อาทิ กำแพงเพชร นครราชสีมา สมุทรสงคราม สุราษฎร์ธานี ฯลฯ จำนวน 3,114 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ 64.9% มาตรวจหลังคลอด 28.2% และมีปัญหาจากการตั้งครรภ์ 6.9% พบข้อมูลที่น่าสนใจคือ แม่วัยใสส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุ 15 ปีมากที่สุด และตั้งครรภ์ที่อายุน้อยที่สุด คือ 12 ปี โดยส่วนใหญ่ คือ 62.9% มีแฟนอายุมากกว่าตนเอง อายุเฉลี่ยของผู้ชายที่ 20-30 ปี ทั้งนี้ แม่วัยใสส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมากที่สุด 12.5% มัธยมศึกษาตอนปลาย 7.7% ประถมศึกษา 3.1% ซึ่งการตั้งครรภ์ส่งผลให้แม่วัยใสต้องพักการเรียน/ไม่ได้เรียน 70.3% และผลการวิจัยยังพบว่า แม่วัยใส มีเซ็กซ์ครั้งแรกไม่ป้องกัน 33.9% เกือบ 2 ใน 3 ไม่ตั้งใจให้ท้อง แต่พร้อมเตรียมตัวเป็นคุณแม่หลังได้กำลังใจจากคู่รัก พบเพื่อนคือคนที่คุยเรื่องเพศด้วยมากที่สุด สะท้อนมาตรการป้องกันยังไม่พอ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ และยังกล่างถึงเหตุผลในปัญหาที่เกิดว่า  “แม่วัยใสส่วนใหญ่ไม่คุมกำเนิดในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 33.9% ส่วนวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้มากที่สุดคือถุงยางอนามัย 27.4% โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือใช้ถุงยางอนามัยมากที่สุด ส่วนภาคใต้ใช้ถุงยางอนามัยน้อยที่สุด รองลงมาคือ ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน 18.5% และใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด 8.7% อย่างไรก็ตาม แม่วัยใสส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจตั้งครรภ์ถึง 70% โดยแม่วัยใส 92.4% บอกให้แฟนทราบว่าตั้งครรภ์ และอีก 16.2% ต้องปกปิดการตั้งครรภ์กับผู้ปกครอง เพราะกลัวถูกตำหนิ

และที่น่าสนใจของงานวิจัยชิ้นนี้คือ  ศ.ดร.ศิริพร กล่าวถึงผล การสำรวจพบว่า แหล่งความรู้เรื่องเพศของแม่วัยใส หรือการพูดคุยปรึกษาเรื่องเพศ พบว่า เพื่อนหญิงคือแหล่งเรียนรู้เรื่องเพศมากที่สุด 69.4% รองลงมาคือ แฟน 69.1% หนังสือ เรียน 53.7% ครู 50.5% โทรทัศน์ 47.6% หนังสือทั่วไป 41.2% แม่ 35.5% เพื่อนผู้ชาย 35.8% และอินเตอร์เน็ต 29.9% สะท้อนให้เห็นว่า เด็กวัยรุ่นเมื่อมีปัญหามักจะเลือกปรึกษากับเพื่อน หรือค้นหาข้อมูล ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือ อินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ 

กรมอนามัยเปิดเผยแม่วัยใสอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดลูกเฉลี่ยวันละ 370.คน  

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมโครงการพัฒนายุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตอนหนึ่งถึงข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มัธยมศึกษาปีที่ 5 และ ปวช.ปี 2 โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ปี 2550-2554 

พอสรุปได้ดังนี้

1. ร้อยละ 55.1 ใช้ถุงยางอนามัย ในการมีเหศสัมพันธ์ 

2. ร้อยละ 70 ใช้บ้านตนเอง หรือบ้านเพื่อน เป็นสถานที่ที่มีเพศสัมพันธ์ 

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นพบว่า

1.ขาดความรู้ความเข้าใจ

2.คิดว่าร่วมเพศครั้งเดียวไม่ตั้งครรภ์

3.การใช้ถุงยางอนามัยขัดขวางความรู้สึกทางเพศ

4. ไม่รู้ว่าตนเองจะมีโอกาสตั้งครรภ์เมื่อใด 

5. ไม่กล้าไปขอรับบริการคุมกำเนิด

6. เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการมีทัศนคติไม่ดีต่อวัยรุ่น..

ท้ายบทความได้นำเสนอแนวทางการแก้ไข ซึ่งหากศึกษาและให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อมั่นว่า ปัญหาเหล่านี้จะลดน้อยลง เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักนิด เพราะเรื่องการปรับเปลี่ยนค่านิยมนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือกัน สร้างความตระหนักในปัญหาที่หลายๆประเทศที่เจริญมากแล้วก็ยังต้องผจญกันต่อไป แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ถูกมองข้ามไปมันมาพร้อมๆกับปัญหาัของวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควร รวมทั้งวัยที่ล่วงเลยไปคือปัญหาการติดเชื้อเอดส์จากการมีเพศสัมพันธ์ โดยรู็เท่าไม่ถึงการณ์ การดูใจและศึกษากันไปนานๆ มีสติ อาจช่วยให้ไม่เกิดปัญหาโดยเฉพาะการรับเชื้อ HIV จากการมีคู่ของวัยรุ่น และแพร่กระจายโดยกิจกรรมทางเพศที่สังคมไม่พึงประสงค์ การสร้างความตระหนักและความศรัทมธาต่อศษสนาที่ตนเองนับถือจึงเห็ฯว่าจะยังมีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์ทุกคน

น.พ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมอนามัยได้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาและพัฒนางานอนามัยการเจริญพันธุ์กรมอนามัย โดยใช้มาตรการและแนวทางการดำเนินงานในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นให้มีความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ เพราะธรรมชาติของวัยรุ่นเมื่อมีปัญหาจะไม่กล้าปรึกษากับพ่อแม่หรือครู แต่จะหันไปปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนแทน หากเพื่อนไม่มีความรู้หรือแนะนำไม่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ กรมอนามัยได้ดำเนินการเฝ้าระวังการทำแท้งในประเทศไทย โดยโรงพยาบาลนำร่อง 134 แห่ง จาก 13 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่าร้อยละ 53 ของผู้ป่วยที่มาทำแท้งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและเยาวชน ร้อยละ 30 มีสถานภาพเป็นนักเรียนนักศึกษา และการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นพบว่า มากกว่าร้อยละ 80 เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดปัญหาวัยรุ่นต้องขาดโอกาสในการศึกษา และต้องรับภาระในการดูแลบุตรในขณะที่ตนเองยังไม่พร้อม

กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ และขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ.2553-2557) เพื่อสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เช่น ส่งเสริมให้ครอบครัวมีลูกเมื่อพร้อม สนับสนุนให้โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้เพศศึกษา ส่งเสริมให้โรงพยาบาลทุกแห่งพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งเน้นการเข้าถึงการให้บริการในกลุ่มวัยรุ่น โดยจัดบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เป็นมิตร สำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (Youth Friendly Health Service : YFHS

การผลักดันเป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้าเพียงผลักอย่างเดียวก็จะถูกทิ้งงานได้ แม้เป็นสาระแห่งชาติก็ตาม ด้วยแต่ละกระทรวงต่างมีนโยบายเป็นของคตนเองอยู่แล้ว จึงรู็สึกชอบหากเครือข่ายได้จับมือกันอย่างจริงจัง ทั้งดัน ทั้งผลักและที่สำคัญก็อย่าลืมกระปุกความห่วงใยสำหรับหนุนนำการทำงานให้ขับเคลื่อน  เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง กองพลาธิการต้องหูตาไวเสริมแรงให้ทันก่อนที่กองทัพย่อยๆที่ขาดกำลังเสริมจะหมดแรงเสียก่อน

ข่าวเสียวในหัวอกผู้เป็นแม่ ในระดับโรงเรียน ผอ.พึงระวัง "

สำหรับสถิติ ในปี 2555 มีนักเรียนทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย มาเข้ารับการปรึกษาจากโครงการเพียง 5 คน แต่ในปี 2556 จนถึงเดือน มิ.ย. มีมากถึง 40 คน โดยปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ท้องก่อนวัยอันควร มีมากถึง 20 คน ทำแท้งก่อนมาร่วมโครงการ 2 คน จากเด็กในโรงเรียนทั้งหมด 2,700 คน ที่น่าตกใจเด็กกลุ่มเสี่ยง ยังให้ข้อมูลว่า เด็กมัธยมหลายแห่งที่เป็นเพื่อนกัน นิยมมีเพศสัมพันธ์กันในห้องเรียนมากขึ้น " และยังมีรายงานเกี่ยวกับเด็ก10ขวบตั้งครรภ์ "

ข่าวอย่างนี้คุณครูจะว่าอย่างไร อย่าทิ้งเด็กไว้ในห้องตามลำพังโดยที่คุณครูออกไปโผบินในโครงการสัญจรข้ามเขต ในทุกๆวันจนถึงกับทิ้งนักเรียนกลุ่มใหญ่เพียงได้ทำตามใจครูปรารถนา เช่นการอ้างและพานักเรียนเพียง ไม่ถึง10คน แล้วทิ้งอีก 20+ ไว้ตามลำพัง หรืออ้างไปช่วยราชการลูกเสือค่ายต่างๆ  โดยไม่บอกกล่าวเพื่อนครู ฝากฝังห้องเรียน หรือแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบ  จะได้ไม่เกิดปัญหาที่แก้ไม่ตก และไม่เกิดผลเสียด้านการเรียนของเด็ก เรื่องทิ้งชั้นเรียนแบบนี้มีจริง ครูที่อยู่โยงท่านจะเหนื่อย ผลงานก็ไม่เกิด เกิดแต่ผลเสีย อย่างนี้ก็มีด้วย วอนผู้กระทำความดีเพื่อตัวเอง และโยนบาปให้ผู้อื่นได้ใคร่ครวญให้รอบคอบด้วยเถิด

ขอบคุณข้อมูลจาก :http://news.voicetv.co.th/thailand/73755.html


คำเตือนใจจากกลุ่มเด็กวัยใสกลุ่มหนึ่ง  "ผู้หญิงนะเธอเห็นเป็นของฟรี ฉันเลยสมนาคุณตอบแทนด้วยHIV..และต่อท้ายว่าขอบคุณนะที่เป็นเพื่อนกัน


ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอนามัย :(http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:OF2A0Cq6VAUJ:www.dailynews.co.th/thailand/178554+&cd=1&hl=en&ct=clnk

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.banmuang.co.th/2013

ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมกันนำพาสิ่งดีงามออกตีแผ่ให้สังคมรับรู้และร่วมสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อมนุษย์ชาติอย่างมีทำนองครองธรรม

ขอบคุณคุณครูทุกท่านที่เห็นความจำเป็นและเสียสละเพิ่มมากขึ้นเพื่อบุญอันเกิดแล้วเพียงได้คิดและเกื้อกูลบุตรหลานของประเทศชาติ

ขอบคุณทุกโรงพยาบาลที่ร่วมใจกันให้ความสำคัญต่อปัญหาแม่วัยใสนะคะ เห็นทีว่าจะผูกพันกันไปตั้งแต่แรกเกิด จนเติบโต และมีทายาทรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ยังไม่จบสิ้น ....อาชีพด้านการรักษาพยาบาลและการผดุงครรภ์ นับเป็นอาชีพแบกบุญแบบข้ามภพข้ามชาติ และเป็นงานที่ต้องมีทัศนคติบวกทั้งต่อตนเองและให้ผู้อื่นอย่างไม่มีวันจบสิ้น รุ่นแล้วรุ่นเล่า คนแล้วคนเล่า 

ขอบคุณทุกผู้เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและทางอ้อมที่ได้ให้ความสำคัญต่อทรัพยากรมนุษย์วัยใสๆของชาติ

ขอบคุณค่ะ


หมายเลขบันทึก: 544976เขียนเมื่อ 8 สิงหาคม 2013 16:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 สิงหาคม 2013 17:20 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (13)

-สวัสดีครับ

-ข้อสรุปทั้ง 6 ข้อ ต้องช่วยกันปรับและแนะนำน้อง ๆ ให้รู้และเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญครับ

-ข้อมูลเรื่องแม่วัยใสของ"กรมอนามัยเปิดเผยแม่วัยใสอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดลูกเฉลี่ยวันละ 370.คน"เป็นข้อมูลที่มากทีเดียวครับ

-ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ

ดีจังเลย พี่เลยนั่งดูรูปของน้องเพลินไปเลย อิอิ

ค่ะ ต้องช่วยกัน แล้วความสุขของสังคมจะตามมา

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณดอกไม้แห่งกำลังใจจากทุกๆท่านนะคะ

กลับจากออกกำลังกายก็แวะหากัลยาณมิตรบ้านg2kเลย

เพราะมีเรื่องดีๆให้ติดตามอ่าน และรับความรู้ใหม่ๆ

ขอบคุณค่ะ

ช่วยกันทุกคน  ตั้งแต่ครอบครัวที่มีลูกหลานเล็ก ๆ ด้วยนะคะ

To be a mother, a man and his unrestrained sex urge is also required.

We can tell girls to think of consequences and to say "NO".

We also need to tell boys and men to think of consequences and to hold "NO". Many men have not learned about responsibilities. Especially, a father responsibility, a family reponsibility, a leader and provider reponsibility,...

Good society must learn to exercise 'rights' and 'responsibilities' in acceptable ways.

 

  • จากเด็กหญิงข้ามาเป็นคุณแม่ ชีวิต ขาดความเป็น นางสาวไปครับ
  • แต่บางคนลูกโตแล้ว ไม่ยอมรับความจริง ยังอยากเป็นสาว ใช้ นาง-สาว อีก น่าแปลก ครับ กฏหมายก็ยอม
  • โอ้ชีวิต

ขอบคุณดอกไม้แห่งกำลังใจทุกดอกนะคะ

ขอบคุณอ.ดร.จันค่ะ คุณแม่ไอทีคนเก่งที่น่ารักมากๆนะคะ จันทวรรณ

ขอบคุณค่ะคุณน้องดร. โอ๋-อโณ คุณแม่ผู้มีความเมตตา และความปรารถนาดีกระตุ้นให้พี่ได้เรียนรู้และหาโอกาส

เพื่อสังคมและอยู่ในโลกit ได้อย่างมีความสุข

ท่าน sr ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยยกระดับความคิดและการเรียนรู้บนโลกไซเบอร์นะคะ
น้อง เพชรน้ำหนึ่ง เป็นเสือปีนไวมากขึ้น ขอบคุณที่ห้่วงใยโลกของแม่และมีข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มากในการร่วมมือกัน
สวัสดีค่ะ น้อง ชาดา ~natadee ดีใจมากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยมขอบคุณดอกไม้ที่มอบให้นะคะ
 ทพญ.ธิรัมภา เป็นความอบอุ่นนะคะที่ได้การติดตามหนุนนำกำลังใจมาฝากตลอด  ขอบคุณ๕่ะ
พี่ใหญ่  นาง นงนาท สนธิสุวรรณ น้องไม่ค่อยได้แวะไปเยี่ยมพี่ใหญ่ แต่พี่ใหญ่ กลับมีรักมาฝากเสมอๆขอบคุณที่กรุณาค่ะคุณแม่ต้นแม่ อิอิ
 พ.แจ่มจำรัส คุณพ่อก็มานิ ขอบคุณที่แวะมาแชร์ให้กำลังใจคุณแม่วัยใสให้ลุกขึ้นยืนกันใหม่นะคะ
น้อง tuknarak ขอบคุณดอกไม้แห่งกำลังใจที่มอบให้คุณแม่วัยใสนะคะ
 ดร. พจนา แย้มนัยนา ขอบคุณดอกไม้จาก แดนไกลมากๆนะคะ 

 Yanyong-P ขอบคุณค่ะเป็นดอกไม้ของพ่อที่ประสบความสำเร็จของการเลี้ยงดูบุตรนะคะยินดีด้วยค่ะ

และเป็นกำลังใจให้กับพ่อบ้านวัยรุ่นต่อไปนะคะ

   กุหลาบ มัทน ขอบคุณ น้องมากค่ะ ดอกกุหลาบสีแดงสดใส มาเป็นกำลังใจให้แม่วัยใสด้วยกันนะคะ

 sr "Good society must learn to exercise 'rights' and 'responsibilities' in acceptable ways."

ขอบคุณค่ะ ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะใช้สิทธิ และต้องเรียนรู้ว่าจะต้องรู้จักรับผิดชอบ ต่อการกระทำในฐานะมนุษย์ที่สมบรูณ์ มีคุณธรรมและสังคมยอมรับได้ ขอบคุณที่ชี้แนะให้เกิดปัญญาและนำแนวคิดไปร่วมหาทางช่วยเหลือ แนะแนวทางที่เป็นไปได้ให้กลุ่มที่มีโอกาสค่ะ

บทบาทของแม่และผู้เกี่ยวข้องและทุกๆคนในสังคมนั้นๆมีความสำคัญที่จะรับผิดชอบสังคมนั้นๆให้เข้มแข็ง และร่วมหาทางออกให้ลูกหลานยามวิกฤตและมีความชุกเกิดขึ้น ขอบพระคุณค่ะ

 ทพญ.ธิรัมภา

ขอบคุณค่ะ ต้องตั้งแต่เล็กๆนะคะ 

ทำให้นึกถึงใครคนหนึ่งเคยพูดให้สังคมได้คิดในหนังสือเล่มหนึ่งว่า

รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้วนะคะ

รวมทั้งความคิดของคนรุ่นเก่าที่เตือนสติการเลือกคู่เช่น

ดูนางให้ดูแม่ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

และนกแฝกสองตัวที่ถูกพายุพัดไปเติบโต

ในสถานที่และบุคคลที่ต่างกันทางความคิด และการกระทำ

ล้วนเป็นบทเรียนเตือนสติให้เราหยั่งคิด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งสิ้น

อยู่ที่ว่าความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองของโลกจะให้ความสำคัญ

เห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้อย่างไรโดยการกระทำนั้นไม่ก่อให้สังคมไม่น่าอยู่

ขอบคุณค่ะ

 

JJ

 เรียนท่านJJ

กฏหมายเขาก็ออกมาจากความสุขของคนในสังคมนั้นๆมิใช่หรือค่ะ

คิดอยู่เหมือนกัน เลยอดเลย เอิ๊กๆๆ

บางทีปัญหาโลกไม่แตกแต่คนทำให้มันแตก เพราะขาดการยอมรับ และสังคมมีความเห็นใจกันและกันมาก

จนลืมคำว่าเหมาะสม และความเหมาะสม สมควรนี่ก็เลยอยู่ที่การตัดสินใจของคำว่าพวกมาก..อิอิ ทำท่าจะออกไปกลางสภาแล้ว555

ขอบพระคุณค่ะ

 

ขอบคุณทุกกำลังใจ และทุกความคิดเห็นนะคะ

จะได้นำไปปรับกิจกรรม

และหามุมนำเสนอกระตุกให้ได้คิด

เพื่อจรรโลงสังคมที่ดีงาม

ให้คู่อยู่กับสังคมไทยๆของเรานานๆๆๆค่ะ

 

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจครับ

เครือข่ายเล็กๆครับ

ครูไปช่วยผมหน่อยสิครับ

 

ขอบคุณเช่นกันค่ะ 

จันทร์ยิ้ม

มีอะไรให้รับใช้คะ ช่วยบอกหน่อยนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี