แม่วัยใสหมายถึงใคร

ในความเข้าใจของคนทั่วๆไปเมื่อเอ่ยถึงวัยใสเราจะนึกถึงเด็กน้อยช่วงชั้นประถมต้นตอนปลาย เริ่มแตกเนื้อสาว จนถึงวัยรุ่นตอนกลางคือช่วงชั้นมัธยม และรวมหมายถึงเด็กสาวช่วงมัธยมปลาย แต่สำหรับผู้เป็นสว. บางท่านอาจรู้สึกไปถึงวัยที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกๆก็เป็นได้ ด้วยความน่ารักสดใสของวัยไม่ต่างจากดอกไม้แรกแย้ม ใช่ใครๆก็พูดแบบนี้เพราะมันเป็นนั้นจริงๆ

หลายๆหน่วยงานได้ให้นิยามคำว่าวัยรุ่นวัยใสโดยเอาอายุเป็นเกณฑ์ในการให้คำจำกัดความ ซึ่งจะอยู่ในช่วงอายุ 11 ถึง 18 ปี บ้างก็กำหนดที่อายุ12-24 ปี 

แต่สำหรับฉันแล้วฉันคงไม่เอาอายุเป็นเกณฑ์กำหนด เพียงอย่างเดียว ฉันเห็นความจำเป็นของกลุ่มเด็กน้อยที่เติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าที่ควร อันมีผลมาจากสารอาหารที่ได้รับจากอาหารที่ไปกระตุ้้นการทำงานสูงมากจนเป็นเติบโตทางร่างกายเร็วมาก

ฉันเคยเจอแล้วย่าง 12 ปีตั้งท้อง จะเลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ต่างจากต้นไม้ที่ถูกเร่งวันคืน ผลผลิตถ้าให้สมบรูณ์จึงต้องอาศัยเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น ความรัก ความอดทน ฯลฯ มันมากเกินกว่าแม่วัยใสจะตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง จนกลายเป็นปัญหาสังคม เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องใช้งบประมาณมากมายในการรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งปัญหาผลข้างเคียงที่พลอยได้รับก็จะตามมา

จากการเผยแพร่ งานวิจัยของ ศ.ดร.ศิริพร จิรวัฒน์กุล (2555: ASTV ผู้จัดการออนไลบ์ : 12กุมภาพันธ์) ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านเพศภาวะและสุขภาพสตรีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น (แม่วัยใส) โดยสำรวจหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่มารับบริการด้านสูตินรีเวช ในโรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลศูนย์ใน 7 จังหวัด อาทิ กำแพงเพชร นครราชสีมา สมุทรสงคราม สุราษฎร์ธานี ฯลฯ จำนวน 3,114 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ 64.9% มาตรวจหลังคลอด 28.2% และมีปัญหาจากการตั้งครรภ์ 6.9% พบข้อมูลที่น่าสนใจคือ แม่วัยใสส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุ 15 ปีมากที่สุด และตั้งครรภ์ที่อายุน้อยที่สุด คือ 12 ปี โดยส่วนใหญ่ คือ 62.9% มีแฟนอายุมากกว่าตนเอง อายุเฉลี่ยของผู้ชายที่ 20-30 ปี ทั้งนี้ แม่วัยใสส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมากที่สุด 12.5% มัธยมศึกษาตอนปลาย 7.7% ประถมศึกษา 3.1% ซึ่งการตั้งครรภ์ส่งผลให้แม่วัยใสต้องพักการเรียน/ไม่ได้เรียน 70.3% และผลการวิจัยยังพบว่า แม่วัยใส มีเซ็กซ์ครั้งแรกไม่ป้องกัน 33.9% เกือบ 2 ใน 3 ไม่ตั้งใจให้ท้อง แต่พร้อมเตรียมตัวเป็นคุณแม่หลังได้กำลังใจจากคู่รัก พบเพื่อนคือคนที่คุยเรื่องเพศด้วยมากที่สุด สะท้อนมาตรการป้องกันยังไม่พอ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ และยังกล่างถึงเหตุผลในปัญหาที่เกิดว่า  “แม่วัยใสส่วนใหญ่ไม่คุมกำเนิดในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 33.9% ส่วนวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้มากที่สุดคือถุงยางอนามัย 27.4% โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือใช้ถุงยางอนามัยมากที่สุด ส่วนภาคใต้ใช้ถุงยางอนามัยน้อยที่สุด รองลงมาคือ ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน 18.5% และใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด 8.7% อย่างไรก็ตาม แม่วัยใสส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจตั้งครรภ์ถึง 70% โดยแม่วัยใส 92.4% บอกให้แฟนทราบว่าตั้งครรภ์ และอีก 16.2% ต้องปกปิดการตั้งครรภ์กับผู้ปกครอง เพราะกลัวถูกตำหนิ

และที่น่าสนใจของงานวิจัยชิ้นนี้คือ  ศ.ดร.ศิริพร กล่าวถึงผล การสำรวจพบว่า แหล่งความรู้เรื่องเพศของแม่วัยใส หรือการพูดคุยปรึกษาเรื่องเพศ พบว่า เพื่อนหญิงคือแหล่งเรียนรู้เรื่องเพศมากที่สุด 69.4% รองลงมาคือ แฟน 69.1% หนังสือ เรียน 53.7% ครู 50.5% โทรทัศน์ 47.6% หนังสือทั่วไป 41.2% แม่ 35.5% เพื่อนผู้ชาย 35.8% และอินเตอร์เน็ต 29.9% สะท้อนให้เห็นว่า เด็กวัยรุ่นเมื่อมีปัญหามักจะเลือกปรึกษากับเพื่อน หรือค้นหาข้อมูล ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือ อินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ 

กรมอนามัยเปิดเผยแม่วัยใสอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดลูกเฉลี่ยวันละ 370.คน  

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมโครงการพัฒนายุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตอนหนึ่งถึงข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มัธยมศึกษาปีที่ 5 และ ปวช.ปี 2 โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ปี 2550-2554 

พอสรุปได้ดังนี้

1. ร้อยละ 55.1 ใช้ถุงยางอนามัย ในการมีเหศสัมพันธ์ 

2. ร้อยละ 70 ใช้บ้านตนเอง หรือบ้านเพื่อน เป็นสถานที่ที่มีเพศสัมพันธ์ 

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นพบว่า

1.ขาดความรู้ความเข้าใจ

2.คิดว่าร่วมเพศครั้งเดียวไม่ตั้งครรภ์

3.การใช้ถุงยางอนามัยขัดขวางความรู้สึกทางเพศ

4. ไม่รู้ว่าตนเองจะมีโอกาสตั้งครรภ์เมื่อใด 

5. ไม่กล้าไปขอรับบริการคุมกำเนิด

6. เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการมีทัศนคติไม่ดีต่อวัยรุ่น..

ท้ายบทความได้นำเสนอแนวทางการแก้ไข ซึ่งหากศึกษาและให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อมั่นว่า ปัญหาเหล่านี้จะลดน้อยลง เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักนิด เพราะเรื่องการปรับเปลี่ยนค่านิยมนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือกัน สร้างความตระหนักในปัญหาที่หลายๆประเทศที่เจริญมากแล้วก็ยังต้องผจญกันต่อไป แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ถูกมองข้ามไปมันมาพร้อมๆกับปัญหาัของวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควร รวมทั้งวัยที่ล่วงเลยไปคือปัญหาการติดเชื้อเอดส์จากการมีเพศสัมพันธ์ โดยรู็เท่าไม่ถึงการณ์ การดูใจและศึกษากันไปนานๆ มีสติ อาจช่วยให้ไม่เกิดปัญหาโดยเฉพาะการรับเชื้อ HIV จากการมีคู่ของวัยรุ่น และแพร่กระจายโดยกิจกรรมทางเพศที่สังคมไม่พึงประสงค์ การสร้างความตระหนักและความศรัทมธาต่อศษสนาที่ตนเองนับถือจึงเห็ฯว่าจะยังมีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์ทุกคน

น.พ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมอนามัยได้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาและพัฒนางานอนามัยการเจริญพันธุ์กรมอนามัย โดยใช้มาตรการและแนวทางการดำเนินงานในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำวัยรุ่นให้มีความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ เพราะธรรมชาติของวัยรุ่นเมื่อมีปัญหาจะไม่กล้าปรึกษากับพ่อแม่หรือครู แต่จะหันไปปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนแทน หากเพื่อนไม่มีความรู้หรือแนะนำไม่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ กรมอนามัยได้ดำเนินการเฝ้าระวังการทำแท้งในประเทศไทย โดยโรงพยาบาลนำร่อง 134 แห่ง จาก 13 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่าร้อยละ 53 ของผู้ป่วยที่มาทำแท้งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและเยาวชน ร้อยละ 30 มีสถานภาพเป็นนักเรียนนักศึกษา และการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นพบว่า มากกว่าร้อยละ 80 เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดปัญหาวัยรุ่นต้องขาดโอกาสในการศึกษา และต้องรับภาระในการดูแลบุตรในขณะที่ตนเองยังไม่พร้อม

กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ และขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ.2553-2557) เพื่อสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เช่น ส่งเสริมให้ครอบครัวมีลูกเมื่อพร้อม สนับสนุนให้โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้เพศศึกษา ส่งเสริมให้โรงพยาบาลทุกแห่งพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งเน้นการเข้าถึงการให้บริการในกลุ่มวัยรุ่น โดยจัดบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เป็นมิตร สำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (Youth Friendly Health Service : YFHS

การผลักดันเป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้าเพียงผลักอย่างเดียวก็จะถูกทิ้งงานได้ แม้เป็นสาระแห่งชาติก็ตาม ด้วยแต่ละกระทรวงต่างมีนโยบายเป็นของคตนเองอยู่แล้ว จึงรู็สึกชอบหากเครือข่ายได้จับมือกันอย่างจริงจัง ทั้งดัน ทั้งผลักและที่สำคัญก็อย่าลืมกระปุกความห่วงใยสำหรับหนุนนำการทำงานให้ขับเคลื่อน  เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง กองพลาธิการต้องหูตาไวเสริมแรงให้ทันก่อนที่กองทัพย่อยๆที่ขาดกำลังเสริมจะหมดแรงเสียก่อน

ข่าวเสียวในหัวอกผู้เป็นแม่ ในระดับโรงเรียน ผอ.พึงระวัง "

สำหรับสถิติ ในปี 2555 มีนักเรียนทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย มาเข้ารับการปรึกษาจากโครงการเพียง 5 คน แต่ในปี 2556 จนถึงเดือน มิ.ย. มีมากถึง 40 คน โดยปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ท้องก่อนวัยอันควร มีมากถึง 20 คน ทำแท้งก่อนมาร่วมโครงการ 2 คน จากเด็กในโรงเรียนทั้งหมด 2,700 คน ที่น่าตกใจเด็กกลุ่มเสี่ยง ยังให้ข้อมูลว่า เด็กมัธยมหลายแห่งที่เป็นเพื่อนกัน นิยมมีเพศสัมพันธ์กันในห้องเรียนมากขึ้น " และยังมีรายงานเกี่ยวกับเด็ก10ขวบตั้งครรภ์ "

ข่าวอย่างนี้คุณครูจะว่าอย่างไร อย่าทิ้งเด็กไว้ในห้องตามลำพังโดยที่คุณครูออกไปโผบินในโครงการสัญจรข้ามเขต ในทุกๆวันจนถึงกับทิ้งนักเรียนกลุ่มใหญ่เพียงได้ทำตามใจครูปรารถนา เช่นการอ้างและพานักเรียนเพียง ไม่ถึง10คน แล้วทิ้งอีก 20+ ไว้ตามลำพัง หรืออ้างไปช่วยราชการลูกเสือค่ายต่างๆ  โดยไม่บอกกล่าวเพื่อนครู ฝากฝังห้องเรียน หรือแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบ  จะได้ไม่เกิดปัญหาที่แก้ไม่ตก และไม่เกิดผลเสียด้านการเรียนของเด็ก เรื่องทิ้งชั้นเรียนแบบนี้มีจริง ครูที่อยู่โยงท่านจะเหนื่อย ผลงานก็ไม่เกิด เกิดแต่ผลเสีย อย่างนี้ก็มีด้วย วอนผู้กระทำความดีเพื่อตัวเอง และโยนบาปให้ผู้อื่นได้ใคร่ครวญให้รอบคอบด้วยเถิด

ขอบคุณข้อมูลจาก :http://news.voicetv.co.th/thailand/73755.html


คำเตือนใจจากกลุ่มเด็กวัยใสกลุ่มหนึ่ง  "ผู้หญิงนะเธอเห็นเป็นของฟรี ฉันเลยสมนาคุณตอบแทนด้วยHIV..และต่อท้ายว่าขอบคุณนะที่เป็นเพื่อนกัน


ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอนามัย :(http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:OF2A0Cq6VAUJ:www.dailynews.co.th/thailand/178554+&cd=1&hl=en&ct=clnk

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.banmuang.co.th/2013

ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมกันนำพาสิ่งดีงามออกตีแผ่ให้สังคมรับรู้และร่วมสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อมนุษย์ชาติอย่างมีทำนองครองธรรม

ขอบคุณคุณครูทุกท่านที่เห็นความจำเป็นและเสียสละเพิ่มมากขึ้นเพื่อบุญอันเกิดแล้วเพียงได้คิดและเกื้อกูลบุตรหลานของประเทศชาติ

ขอบคุณทุกโรงพยาบาลที่ร่วมใจกันให้ความสำคัญต่อปัญหาแม่วัยใสนะคะ เห็นทีว่าจะผูกพันกันไปตั้งแต่แรกเกิด จนเติบโต และมีทายาทรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ยังไม่จบสิ้น ....อาชีพด้านการรักษาพยาบาลและการผดุงครรภ์ นับเป็นอาชีพแบกบุญแบบข้ามภพข้ามชาติ และเป็นงานที่ต้องมีทัศนคติบวกทั้งต่อตนเองและให้ผู้อื่นอย่างไม่มีวันจบสิ้น รุ่นแล้วรุ่นเล่า คนแล้วคนเล่า 

ขอบคุณทุกผู้เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและทางอ้อมที่ได้ให้ความสำคัญต่อทรัพยากรมนุษย์วัยใสๆของชาติ

ขอบคุณค่ะ