กิจกรรมจิตอาสา พัฒนา"วันแม่" ผมจัดเป็นปีที่ ๓ ก่อนถึงวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยขอความอนุเคราะห์ให้ผู้ปกครองผู้เป็น "พ่อ" เข้าสู่ประตูรั้โรงเรียน พัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
เริ่มงานกัน เก้าโมงเช้า ว่าเรื่อยกันไปทั้งวัน ทั้งด้านหน้าและหลังอาคารเรียน ใครมีมีด ก็คว้ามีดกันมา ใครมีเครื่องตัดหญ้า ก็แบกกันมา บางคนไม่มีอะไรติดมือมาเลย ก็ขอเป็นคนเก็บกิ่งไม้และขนกองหญ้าที่สนามฟุตบอลขึ้นรถกระบะ นำไปให้วัวกิน
ปีนี้ ผมไม่ต้องกังวลในเรื่องมอบหมายงานผู้ปกครอง เพราะทุกคน เข้าใจว่าต้องลงมือทำงานตรงไหนบ้าง ริมสระน้ำที่เป็นป่ารกทึบ หลายคนเข้าไปลุยถางหญ้า ตัดแต่งกิ่งก้าน จนดูสวยงามโล่งตา มองเห็นทิวทัศน์หมู่บ้านและโรงเรียนได้ชัดเจน ไม่ครึ้มจนเกินไป แผนกรถตัดหญ้าสนามฟุตบอลที่กว้างใหญ่ ดูจะเหนื่อยที่สุด ต้องคอยเปลี่ยนมือ เพราะรถตัดหญ้ามีจำนวนจำกัด
ผู้ปกครองที่ถนัดฉีดยาฆ่าหญ้า มาขออนุญาตผม ตรงจุดนี้ ผมไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ก็ทำใจต้องอนุญาตให้เขาทำงานตามสบาย โดยเลือกฉีดยาฆ่าหญ้าที่ห่างอาคาร บริเวณต้นไม้ใหญ่ที่มีหญ้าปกคลุมสูงๆ และไม่มีผักและไม้ผล ผู้ปกครองบอกว่าฉีดครั้งหนึ่งก็อยู่ได้ ๖ - ๗ เดือน ก็ดีเหมือนกัน ไม่เช่นนั้น ผมต้องเสียค่าแรงและค่าน้ำมันตัดหญ้าทุกๆ ๒ เดือน หมดหลายตังค์เลย
ประทับใจผู้ปกครองกลุ่มหนึ่ง ที่ผมต้องการจะปราบกาฝาก ที่ก่อกวนต้นขี้เหล็ก แทบทุกต้น จนเกือบจะยืนต้นตายหลายต้น ช่วยกำจัดหน่อยเถอะ และทุกต้นก็มักจะมีมดแดงเต็มไปหมด แต่ผู้ปกครองสามารถปีนป่าย และเอากาฝากลงได้หมด ทำให้ผมโล่งใจ ต้นขี้เหล็กก็คงหายใจคล่องขึ้นเหมือนกัน
ช่วงบ่าย ฝนตก ผู้ปกครองที่ตัดหญ้าที่สนามบอล ก็ยังไม่ยอมถอย บอกว่าจะทำต่อให้เสร็จ ส่วนกลุ่มที่เสร็จภารกิจของตน ก็มานั่งจับกลุ่มกัน ผมถือโอกาสประชาสัมพันธ์ งานวันแม่ของโรงเรียน ที่จะจัดงานวันศุกร์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๖...ก่อนพิธีเปิด และชมการแสดงของนักเรียน ตลอดจนมอบทุนการศึกษา (ของ ดร.ปริมจิรา ทัดบุปผา) ช่วงเช้า จะจัดให้มีพิธีสงฆ์ โดยนิมนต์พระ ๙ รูป มาฉันภัตตาหาร จึงขอให้ผู้ปกครองนำอาหารคาวหวานมาทำบุญกันเยอะๆ งานนี้ทางโรงเรียนไม่ได้ตั้งโรงครัว (เช่นเคย) ปีที่แล้ว อาหารการกินพอเพียง ผมก็อยากเห็นเช่นนั้นอีก
ผมนำภาพการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ด้วยจิตอาสาของผู้ปกครอง ลงเฟสบุ๊ค พอดีเจ้านายเก่าที่ผมนับถือ มาเห็นเข้าแล้วกดไล้ค์ และบอกว่า "บริหารดี มีมนุษย์สัมพันธ์..จึงทำให้มีวันนี้" ผมรู้สึกชื่นใจ แต่ก็คิดว่า แท้จริงนั้น น่าจะเกิดจากผู้ปกครอง เขารักโรงเรียนของเขา และอยากเห็นโรงเรียนของชุมชนน่าอยู่น่าเรียน และยิ่งได้ทำกันปีละครั้ง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วยแล้ว
เชื่อว่า เขามาด้วยใจ ศรัทธาโรงเรียน ยังไงเขาก็อยากมา เหนื่อยแค่ไหนก็ยอม
นี่ล่ะ..."โรงเรียนดีศรีหมู่บ้าน..ที่ผมอยากเล่าให้ฟัง ครับ"
![]()
![]()
บริหารดี..มีมนุษยสัมพันธ์
นี่ล่ะ..."โรงเรียนดีศรีหมู่บ้าน..ที่ผมอยากเล่าให้ฟัง ครับ"
26 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Dr.Joule · 7 ส.ค. 2556
ลุงรักชาติราชบุรี · 7 ส.ค. 2556
Dr.Joule · 7 ส.ค. 2556
P. Rinchakorn · 7 ส.ค. 2556
พ.แจ่มจำรัส · 7 ส.ค. 2556
ทำงานสูงเนอะ
เห็นภาพแล้วชื่นใจหายเหนื่อยครับอาจารย์
น่ารักกันมากเลยค่ะ ท่าน ผอ. เป็นภาพที่หาดูยากในโรงเรียนในเมืองนะคะ
เสน่ห์ชอบคนชนบท เสน่ห์น้ำใจคน แต่สุดยอดคือ ผู้บริหารที่นำพาให้เขามีใจได้ขนาดนี้ค่ะ
เป็นการทำงานที่ดูแล้วมีความสุขมากค่ะ
ขอชื่นชมครับ ท่านอาจารย์ชยันต์
ตัวอย่าง 'โรงเรียนของชุมชน'
ชาวบ้านจึงรักและอยากเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนา .. ดิฉันเริ่มมองเห็นภาพอนาคตที่ต่างจากภาพเดิมในใจ ..
ปลื้มในแทนจริงๆ ชาวบ้านน่ารักมาก ครั้งต่อไปบอกล่วงหน้านะคะ คนเมืองลพ จะไปร่วมด้วยช่วยกัน
-สวัสดีครับอาจารย์
-ตามมาให้กำลังใจกับผู้ร่วมพัฒนาทุกท่านครับ
-พาน้อง ๆ มาให้กำลังใจด้วยครับครู..
นี่แหละคือโรงเรียนต้นแบบโดยแท้จริง
อยากมีผู้ริหาร ดี ๆ เอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน
สุดยอดจริง ๆ ค่ะขอเป็นกำลังใจน่ะค่ะ
แรงทุ่มเททำงานพัฒนาโรงเรียนของอาจารย์คงเป็นแรงบันดาลใจที่ดี ส่งผลให้ทุกๆคนเห็นความสำคัญและยินดีมาช่วยกัน เรียกว่าทำอะไรก็ดึงดูดสิ่งนั้นนั่นเองค่ะ หวังว่าจะเป็นแรงใจที่ดีสำหรับอาจารย์นะคะ ชื่นชมด้วยความนับถือแรงใจแรงกายของอาจารย์มากค่ะ รู้ว่าไม่ต้องเอาใจช่วยมากโรงเรียนนี้ก็อยู่รอดเป็นแบบอย่างของที่อื่นๆได้แน่นอนค่ะ