เคยมีประสบการณ์การนำม็อบระดับหน่วยงานมาบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ และร่วมกิจกรรมม็อบมาในสมัยเรียนมาบ้าง จึงนำประสบการณ์นั้นมาสรุปแบ่งปันกัน แต่ประสบการณ์นั้นอาจผิด หรือถูกก็ได้ พิจารณาก็แล้วกันนะครับ
ลำดับขั้นการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมม็อบของคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักการเมือง และผู้มีอุดมการณ์เพื่อบ้านเมืองและประเทศชาติ
1. สัมผัสข้อมูล
รับทราบข้อมูลข่าวสาร ด้วยความตั้งใจ และไม่ตั้งใจ (ฟัง อ่าน สนทนา)
2. แสวงหาข้อมูล ข่าวสารเพิ่มเติม เพราะถูกใจในข่าวสาร บุคลิกภาพ วาทะของผู้ให้ข้อมูล
3. ทำความเข้าใจ และเริ่มเป็นผู้ให้ข้อมูล
ให้ข้อมูลข่าวสารที่รับมา คิดวิเคราะห์เพิ่มเติม และเริ่มให้แก่คนอื่น ๆ ที่ตั้งใจรับฟัง
4. ติดตามข้อมูล ข่าวสาร และเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร ในวงสนทนาด้วยการจับกลุ่ม พูด ฟัง อภิปราย จนเป็นที่ยอมรับในวงแคบ ๆ
5. ซาบซึ้ง และมีความพร้อมทางด้านสุขภาพ ฐานะทางการเงิน และเวลาที่จะไปร่วมกิจกรรมม็อบ ครั้งใหญ่ ๆ และพร้อมจะรับเคราะห์กรรม และความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น
เหตุผลการอาสาเป็นแกนนำม็อบ
1. มองเห็นพิษภัยของเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อคนหมู่มาก และทนไม่ได้ใช้บารมี ความเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพนับถือ ออกมานำกิจกรรมม็อบเป็นอุดมการณ์แท้ ทำไปเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม
2. มองเห็นพิษภัยต่อส่วนรวม และมองเห็นช่องทางการเพิ่ม อำนาจ บารมี และรายได้
3. รักษาบารมี เพิ่มบารมีเพื่อมีอำนาจ หรือยึดอำนาจมาครอง
4. ความแค้นฝังใจในตัวบุคคล ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเป็นการส่วนตัว
5. เกรงกลัวการใช้อำนาจมากลั่นแกล้ง ที่ทำให้ตำแหน่งรายได้ตกต่ำจากผู้มีอิทธิพล ในเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติของผู้นำม็อบที่ต้องถามตัวเอง
1. มีคนเชื่อถือมาก
+ รู้ไหมว่ามีอะไรให้เชื่อถือได้
2. พูดเก่ง น่าเชื่อถือ ถูกใจทั้งเนื้อหา และมีให้ฮาได้
+ รู้ประวัติ และกำพืดลึกๆ ของเขาไหม
3. พร้อมฟักกระเป๋าจ่ายแสดงน้ำใจ
+ รู้ประวัติความมีน้ำใจของเขาหรือเปล่า
4. สามารถระดมทุนมาจุนเจือข้าวปลาอาหาร การเดินทาง ฟรี
+ รู้ไหมว่าคนที่ให้ทุนมาเขาต้องการอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง
5. แสดงมิตรไมตรี ไม่ถือเนื้อถือตัว ตลอดงานม็อบ
+ เป็นเพียงการแสดงมิตรไมตรี หรือเป็นคนดีที่จริงใจมาโดยตลอด
การฟังคำปราศรัย เข้าใจนักการเมือง หัวหน้าม้อบที่พูดถึงความจริง ความจริง เชื่อถือได้จากสาระเนื้อหาหากคิดว่าถูกต้องก็ต้องให้เขานำพร้อมเดินตาม
แต่สิ่งที่ควรระวัง คือวาทะโวหาร กระแนะกระแหน ก่้นด่า มันในอารมณ์จนเราต้องเคลิ้ม ก็ต้องเรียกสติคืนมา คัดเอาเนื้อหาดี ๆ ที่คิดว่าเป็นจริง ให้ดีต้องติดตามข้อมูลข่าวสารของฝ่ายตรงข้ามด้วย จะได้เป็นข้อเปรียบเทียบให้เห็น ความเท็จ ความจริง
การเอาฮามันในอารมณ์ จากคำปราศรัยของบางคนที่ซึมซับคารมณ์หนังตะลุงหนังตะลุงปักษ์ใต้มา หากไม่เคยรู้ไม่เคยฟัง ระวังจะเคลิ้ม คนปักษ์ดูหนังตะลุงตั้วแต่หัวค่ำสี่ทุ่มยันรุ่งสวางก็เพราะมันในอารมณ์ของหนังตะลุง ดังที่เคยเขียนไว้ ลองตามดูคลิิปต์ไปดูหนังตะลุงก็ได้ ที่นี่ http://www.gotoknow.org/posts/473831