" แม่ไม่เป็นอะไร "
- เมื่อวันศุกร์ที่ 2 สิงาคม ผ่านมา แม่ตัวร้อนจี๋ ดูอ่อนเพลียมาก เดินขาแข็ง ตัวแข็ง ก็เดาเอาว่า คงอาจจะเป็นเพราะยาที่หมอให้แก้อาการมือสั่นของแม่หมดก่อนกำหนดที่จะต้องหาหมออีกครั้งไหม หรือมีเชื้ออะไรที่เกิดจากการสำลักบ่อยๆของแม่ทำให้ปอดติดเชื้อไหม ด้วยสาเหตุที่แม่เริ่มกินอาหารไม่ได้ หรือเบื่ออาหารที่ปั่น เพราะไม่เห็นมีข้าว มีกับข้าวเหมือนอย่างที่เคยได้กิน ได้กลิ่น ได้เห็น ที่พอจะทำให้สุนทรีในการกรับประทานอาหารบ้าง
- จึงตัดสินใจพาแม่เข้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เข้าฉุกเฉิน
- พอพาแม่เข้า ร.พ.และหมอสั่งให้นอนโรงพยาบาลแล้ว จึงได้ช่วยกันทบทวนกันกับพ่อว่าแม่ไม่เคยเข้านอนโรงพยาบาลเลยนานมากแล้ว ถามกันไปมาถึงบางอ้อว่าหลังจากไปคลอดน้องคนเล็กเมื่อ 46 ปีที่แล้ว โอ้โห ไม่น่าเชื่อ
- สาเหตุเพราะแม่จะบอกตลอดเวลาว่าแม่ไม่เป็นอะไร ถึงแม้จนเมื่อคืนวันก่อน ความดันแม่จะลดลงจนหมอให้ญาติเซ็นยินยอมเจาะเส้นเลือดดำหากว่าเกิดกรณีจำเป็นฉุกเฉิน พอไปหาแม่ที่เตียงผู้ป่วย แม่ก็ยังยืนยันว่าแม่ไม่เป็นอะไร
- แม่คงมีอาการตัวร้อนแบบนี้มาและคิดว่ามันก็ธรรมดา วิธีของแม่คือนอนห่มผ้าจนเหงื่อออก และเมื่อเหงื่อออกแล้ว น้ำเหงื่อก็จะช่วยระบายความร้อนของร่างกายทำให้ตัวเย็นลงเอง
- ซึ่ง วิธีนี้ พวกเราลูกๆจะจำกันได้ดีว่าเวลาที่พวกเราเป็นไข้ตัวร้อนทีไร จะได้กินยา ซึ่งเรียกเป็นภาษาจีนว่า "กิ๊กเซี่ยงแต้" ลักษณะเหมือนใบชาชงกับน้ำร้อนๆ กินแล้วก็จะต้องนอนห่มผ้าจนเหงื่อท่วมตัว หลังจากนั้น เมื่อตัวเย็นขึ้น เราก็จะสร่างไข้และก็จะได้รับอนุญาตให้ออกไปวิ่งป๋อ เล่นกับเพื่อนๆได้ และจะหายจากอาการตัวร้อนเป็นไข้ได้ทุกทีไป
- หมอเดี๋ยวนี้ จะบอกต่างกันกับวิธีของแม่ คือ หากตัวร้อน ให้ระบายความร้อนโดยไม่ให้ห่มผ้าหนา หากผู้ป่วยมีการระบายอากาศได้ดี ก็จะตัวเย็นลง
- แม่มีการติดเชื้อที่ปอด ต้องดูดเสมหะ ต้องวัดความดัน วัดไข้
- การอยู่โรงพยาบาลคงทำให้แม่อึดอัดไม่น้อย เพราะนานมากแล้วที่ได้เคยได้นอนพักที่โรงพยาบาล
- เราจะได้ความรู้จากการพยาบาล และเจ้าหน้าที่หลายอย่างในช่วงที่แม่ต้องได้รับการดูแลเพิ่มขึ้น
- เช่น การทำความสะอาด อาบน้ำแม่บนเตียง การพลิกตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ผ้ากันเปื้อน ผ้ารองนอน และได้มีโอกาสไปรับรู้การปั่นอาหารที่งานโภชนาการ การให้อาหาร น้ำและยาทางสายยาง
- ในที่สุด วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม แม่ก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
- แต่คราวนี้ ออกจากโรงพยาบาลพร้อมสายให้อาหารติดออกไปด้วยที่จมูกด้วย