วันภาษาไทยแห่งชาติ....ประจำปีพุทธศักราช 2556


วันภาษาไทยแห่งชาติ....ประจำปีพุทธศักราช 2556

  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ของนาวสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และนายกหญิงคนที่ 16 ของโลกและในฐานะนายพงศ์เทพเทพกาญจนารองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล กระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงความสำคัญและความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่าสืบเนื่องจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย และมีความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อภาษาไทย รวมถึงเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป จึงได้เสนอขอให้รัฐบาลประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ เช่นเดียวกับวันสำคัญอื่นๆ ที่รัฐบาลได้จัดให้มีมาก่อนแล้ว เช่น วันวิทยาศาสตร์,วันสื่อสารแห่งชาติ วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ……กับการอ่าน เป็นต้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ 

  สำหรับเหตุผลที่เลือกวันที่ 29 กรกฎาคม เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ นั้นเพราะวันดังกล่าว ตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธาน และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการใช้คำไทย" โดยพระองค์ทรงดำเนินการอภิปรายและทรงสรุปการอภิปราย ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยรวมถึงความห่วงใยในภาษาไทย ซึ่งเป็นที่ประทับใจกับผู้ร่วมเข้าประชุมในครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง

  สำหรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้น มีใจความตอนหนึ่งว่า "เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้... สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก "


  นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการภาษาไทย ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ซึ่งในโอกาสต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงแสดงความสนพระราชหฤทัยและความห่วงใยในภาษาไทยอีกหลายโอกาส อย่างในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 ที่ได้ทรงมีพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า "ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้นจึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ"

  นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยะภาพในการใช้ภาษาไทย ทรงรอบรู้ปราดเปรื่องถึงรากศัพท์ของคำไทย คือ ภาษาบาลีและสันสกฤต ทรงพระอุตสาหะวิริยะแปลและเรียบเรียงวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยที่สมบูรณ์ด้วยลักษณะวรรณศิลป์ มีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่า เป็นคติในการเสียสละเพื่อส่วนรวม และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนในการใช้ภาษาไทย ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์แปลเรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ติโต พระราชนิพนธ์แปลบทความเรื่องสั้นๆ หลายบท และพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก เป็นต้น

  จากประเด็นดังกล่าวการส่งเสริมให้คนไทยสนใจการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องหรือสนใจรักการอ่านหนังสือให้มากขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องและส่งเสริมการอ่านของคนไทยให้มากกว่าปัจจุบันนี้ เพราะว่า การอ่านเป็นทักษะในการรับสารที่สำคัญอีกทักษะหนึ่งนอกจากการฟัง การอ่านเป็นการรู้รับรู้ความหมายและเข้าใจความหมายจากสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร ในโลกของการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเช่น ปัจจุบันการอ่านนอกจากจะยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นเครื่องมือแสวงหาความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ว่าการอ่านยังเป็นเครื่องมือผ่อนคลายอารมณ์  และสร้างสรรค์จินตนาการอย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้น การเรียนรู้ ฝึกฝนให้มีความสามารถในการอ่านจึงเสมือนการติดอาวุธทางปัญญาและสร้างความเข้มแข็งด้านอารมณ์ สังคม และการดำรงชีวิตให้แก่มนุษย์นั่นเอง

   พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525กล่าวถึง[2]ความหมายของการอ่านไว้ว่า การอ่าน หมายถึงว่าตามตัวหนังสือออกเสียงตามตัวหนังสือดูหรือเข้าใจความจากตัวหนังสือ สังเกตหรือพิจารณาดูเพื่อให้เข้าใจ

  ธิดา โมสิกรัตน์ และคณะกล่าวว่า การอ่าน คือ[3]กระบวนการค้นหาความหมายจากสิ่งพิมพ์เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้อ่าน การอ่านไมได้หมายความเฉพาะการมองผ่านแต่ละประโยค หรือแต่ละย่อหน้าเท่านั้น แต่ผู้อ่านต้องเข้าใจความคิดนั้น ๆ ด้วย

  นภดล  จันทร์เพ็ญกล่าวว่า การอ่าน คือ[4]การแปลความหมายของตัวอักษรเครื่องหมายสัญลักษณ์ เครื่องสื่อความหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏแก่ตาออกมาเป็นความคิดความเข้าใจเชิงสื่อสาร แล้วผู้อ่านสามารถนำความคิดความเข้าใจนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป

  จากความหมายดังกล่าวพอจะสรุปได้ว่า การอ่าน คือ กระบวนการค้นหา รับรู้และเข้าใจความหมายของสิ่งที่อ่าน โดยผ่านกระบวนการจับใจความสำคัญ และตีความ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และพัฒนาตนเองทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคม  การอ่านเป็นกระบวนการของการรับสารที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์  ข้อมูลข่าวสารและความเจริญก้าวหน้าในความรู้ทุกประเภท ปรากฏเผยแพร่ในรูปของสิ่งพิมพ์เกือบทั้งสิ้นปัจจุบันแม้ว่าจะมีสื่ออื่น ๆ  เข้ามามีบทบาทต่อการเรียนรู้ของมนุษย์มากขึ้น  ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ เป็นต้น แต่การอ่านก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ไม่อาจนำสื่ออื่น ๆ  มาทดแทนได้  หนังสือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขไปสู่โลกแห่งสรรพวิทยาการ  โลกแห่งความเพลิดเพลินและจินตนาการโดยไม่จำกัดเวลา สถานที่ และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด.


หมายเลขบันทึก: 543969เขียนเมื่อ 29 กรกฎาคม 2013 10:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 กรกฎาคม 2013 10:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

-สวัสดีครับ..

-ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ..

-การอ่าน หมายถึงว่าตามตัวหนังสือออกเสียงตามตัวหนังสือดูหรือเข้าใจความจากตัวหนังสือ สังเกตหรือพิจารณาดูเพื่อให้เข้าใจ

ขอบคุณครับ ทำให้รู้ที่มาของวันภาษาไทย

จริงๆ อย่างให้วงการที่เกี่ยวข้องกับการพูดต่อที่สาธารณะ ใช้ภาษาให้ถูกต้อง

ใช้ ร ล ให้ถูกต้อง

ไม่ส่งเสริมในการใช้ภาษาที่ผิดเพี้ยน

รักภาษาไทยครับ......แต่ตอนเรียนหลักภาษา..สอบตกครับ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี