ในชีวิตคนเรา
จะมีซักกี่คำถามกันแน่ที่มีนัยสำคัญทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันอยู่ในที
คิดถึงพี่ไหม-
เป็นอีกคำถามหนึ่งที่ผมสัมผัสได้ว่าคล้ายๆ จะเป็นเช่นนั้น
แน่นอนครับในความเป็นจริง
ไม่มีที่ใดในโลกใบนี้ที่ความคิดถึงจะเดินทางไปไม่ถึง กระนั้นก็ชวนตั้งคำถามอันหวั่นหวาดในใจไม่ได้อยู่ดีว่า
ความคิดถึงในอีกฝั่งฟากหนึ่งจากผู้ซึ่งเป็นต้นธารความคิดถึงแห่งเรานั้น จะ “คิดถึงเราบ้างไหม..”
คิดถึงพี่ไหม- เป็นคำถามทักที่ฉาบแต่งด้วยอารมณ์ของความสุขที่เราได้เอ่ยถามกับคนของความรัก ทั้งในภาวะความไกลห่าง
หรือแม้แต่นั่งอยู่ตรงหน้าของเราเอง
ขณะหนึ่ง “คิดถึงพี่ไหม” ก็เป็นคำขานทักที่อยู่หม่นเศร้าอยู่ในที
เป็นคำถามทักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งคำเว้าวอนประหนึ่งว่า “คิดถึงพี่หน่อยนะ” หรือแม้แต่
“อย่าลืมพี่นะ...อย่าลืมคำสัญญาของเรานะ” ด้วยซ้ำไป
· คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่
ห่างกันอย่างนี้ น้องคิดถึงพี่บ้างไหม
อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืมสัจจา สัญญาที่ให้
ว่าตัวห่างไกลหัวใจชิดกัน
คิดถึงพี่ไหม – จึงเป็นคำถามที่บ่งบอกถึงสถานะ
หรือระยะห่างของหัวใจคนสองคนได้อย่างจับจิตจับใจ
หรือแม้แต่การยืนยันได้ว่า
ความคิดถึงมีสถานะของการเป็นส่วนหนึ่งของ ”ความรัก” หรือเป็นส่วนหนึ่งใน “ชีวิต” ของคนเราโดยแท้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในยามอยู่ในห้วงรักและคิดถึงคนรัก
บางครั้งก็คิดถึงในภาวะอันสุขซึ้ง ขณะหนึ่งก็คิดถึงจนเกิดอาการหม่นไหม้ใจร้าวด้วยก็บ่อย จนอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า
“คิดถึงเยี่ยงไร หัวใจจึงจะไม่เป็นทุกข์” ซึ่งจะว่าไปแล้ว
ก็ไม่ใคร่แน่ใจนักหรอกว่าเป็นคำถาม หรือการรำพึงรำพันตัดพ้อกับตัวเองกันแน่
· คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจเจ้า
พี่ตรมพี่เหงาเพราะคิดถึงเจ้าเชื่อไหม
ไม่เชื่อลองกลับไปฟังเพลง “คิดถึงพี่ไหม”
ที่แต่งโดยครูเพลงอย่างอาจารย์พยงค์ มุกดา และขับร้องในเวอร์ชั่นของศรคีรี ศรีประจวบ หรือนักร้องท่านอื่นๆ ด้วยก็ได้นะครับ ส่วนฟังแล้วจะรู้สึกเช่นเดียวกับผมหรือไม่ ย่อมไม่ใช่สาระสำคัญ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ฟังเพลงร่วมกัน...
ครับ, ฟังเพลงเก่าๆ พร้อมๆ กับการท่องเล่นในวิถีวัฒนธรรมเก่าๆ ผ่านศิลปะอีกแขนงของเราเอง
หมายเหตุ :
(1)แรงบันดาลใจจากการฟังเพลง “คิดถึงพี่ไหม”
ในเช้าที่ฟ้าอุ้มฝนไว้ในอ้อมกอด (28/07/2556)
(2) คิดถึงพี่ไหม
คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่
ห่างกันอย่างนี้ น้องคิดถึงพี่บ้างไหม
อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืมสัจจา สัญญาที่ให้
ว่าตัวห่างไกลหัวใจชิดกัน
คิดถึงพี่ก่อนน้องนอนก็ได้
เมื่อยามหลับใหลน้องเจ้าจะได้นอนฝัน
ข้างขึ้นเมื่อใดแก้วใจโปรดมองแสงของดวงจันทร์
เราสบตากันในแสงเรื่อเรือง
คืนไหนข้างแรมฟ้าแซมดารา
น้องจงมองหาดาวประจำเมือง
ทุกคืนเราจ้องดูดวงดาว
ทุกคราวเราฝันเห็นกันเนืองๆ
ถึงสุดมุมเมืองไม่ไกล
คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจเจ้า
พี่ตรมพี่เหงาเพราะคิดถึงเจ้าเชื่อไหม
ฝากใจกับจันทร์ฝากฝันกับดาว
...ทุกคราวก็ได้
เราต่างสุขใจเมื่อคิดถึงกัน
เป็นเพลงโปรดสมัยเป็นนักเรียนเลยล่ะครับ
ขอบคุณมากครับ
เพลงประจำตัวผมนะเพลงนี้
คุณแผ่นดินลองอ่านชื่อเพลงดูสิ ;)...
คิดถึงค่ะ สบายดีนะคะ
ก็อาจารย์แผ่นดินชอบหายไปนาน ๆ ก็ต้องมีคนคิดถึงหน่อยเป็นธรรมดา อิ อิ
จริง ๆ แล้ว ผมก็ยังสงสัยกับสำนวนที่ว่า "สามวันจากนารีเป็นอื่น" ว่าแท้ที่จริงแล้ว มันหมายถึงสิ่งใดแน่ ระหว่า
"สามวันจาก นารีเป็นอื่น" หรือ "สามวันจากนารี เป็นอื่น" เพราะมันน่าจะตอบคำถามเพลงนี้ได้บ้างครับ...อิอิ
เป็นบทเพลงที่หวานจับใจมากครับอาจารย์
เพลงนี้ของศรคีรี ศรีประจวบ นักร้องของเมืองสับปะรดหวานนะ ไพเราะมีความหมายดี