ปีนี้เป็นปีที่ผมสบายใจที่สุด ดูเหมือนว่า มันรู้สึกโล่งๆ โปร่งๆ แบบสบายๆ

         วันหยุดเรามาลองฝึกการปล่อยวางสู่ความสุข  การที่คนเราใช้ชีวิตในประจำวันทุกวันนี้  มักจะใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา บางครั้งคิดหลายๆเรื่องในห้วงระยะเวลาเดียวกัน หากคิดมากๆก็จะส่งผลให้ใจเราเป็นทุกข์ ทุกข์เพราะคิดมาก มีผู้รู้หลายท่านเคยกล่าวไว้ว่า หากท่านใดไม่สามารถที่จะก้าวพ้นความทุกข์ ตัวเราก็จะเดือดร้อนหรือเป็นทุกข์นั่นเอง ตราบใดที่เรายังไม่เข้าใจหรือไม่สามารถที่จะแยกแยะระหว่างจิตกับความคิด ออกจากันได้ เราก็จะเป็นทุกข์ไปอีกนานแสนนาน

         ผู้เขียนต้องยอมรับเช่นกันว่า อยู่ระหว่างฝึกเข้าสู่ความสนใจในธรรมะ และจะพยามฝึกการปล่อยวาง มีความรู้สึกว่า ตัวเราสบายใจขึ้นมาก ความกังวลลดลงไปเยอะ พระท่านบอกไว้ว่า ความทุกข์แก้ด้วยการปฏิบัติธรรม แต่เราต้องลองเดินเข้าไปเปิดใจกับธรรมะ

          เชื่อมั้ยความทุกข์กลัวรอยยิ้ม

         เพียงเรายิ้มน้อยๆความทุกข์ก็หายไปแล้ว

        ลองยิ้มดูสิ……………………………….

ก็เป็นคำถามตามมาว่า เราจะปล่อยวางได้อย่างไรที่ทำให้เราไม่อยากทุกข์

คำตอบก็คือ ลองปล่อยวางโดยไม่ต้องคิดอะไร ปล่อยจิตนิ่งๆหรือจิตว่าง คงจะต้องฝึกปฏิบัติกันนะครับ จะทำให้จิตว่างได้อย่างไร แล้วจิตว่างมันเป็นอย่างไร จงฝึกจำคำที่พระสอนเช่น

         ทำตัวให้สบาย ………ได้แล้ว

         ทำใจให้สบาย………ได้แล้ว

        จะมีอะไรอีกเล่า………ที่ชีวิตต้องการ

        ไม่มีใครสุขตลอดกาล

        ไม่มีใครทุกข์ตลอดกาล

        เป็นธรรมดาของคน ต้องทุกข์บ้าง สุขบ้าง คละกันไปนั่นเอง

        ลองค้นหาตัวเองให้เจอนะครับ

       สร้างความสุขที่พอเพียง


      ปีนี้เป็นปีที่ผมสบายใจที่สุด ดูเหมือนว่า มันรู้สึกโล่งๆ โปร่งๆ แบบสบายๆ เพราะลูกๆทั้งสองคนจบการศึกษาและมีงานทำที่มั่นคง  ซึ่งผมมีความตั้งใจและมุ่งมั่น จะตามหาและสร้างความสุข พร้อมที่จะดำเนินชีวิตแบบพอเพียงครับ อยากจะเชิญชวนท่านที่สนใจใฝ่ธรรมมะ ลองฝึกปฏิบัติด้วยการปล่อยวาง สู่ความสุขกัน เป็นการเริ่มต้นนะครับ


เขียวมรกต

๒๘ กค.๕๖