เป็นทุนพัฒนาบุคลากรเล็กๆ ไม่ได้เห็นผลใหญ่โตอะไร มีผลทางจิตใจเล็กน้อย และไม่ได้เบียดเบียนตัวเองเพราะที่มาของรายได้ไม่ได้มาจากฐานเงินเดือน
ตั้งแต่บีแมนไปสอนรายวิชาศึกษาทั่วไป (ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔) มีรายได้เพิ่มขึ้นจากรายวิชาเหล่านี้ปีละ ๒-๔ หมื่นบาท ปีแรกบีแมนเจียดเงินจากส่วนนี้มา ๓๐ เปอร์เซนต์ พอครบ ๒๐,๐๐๐ บาท ฝากธนาคารไว้เป็นเงินต้น และสมทบอีกปีละ ๑๐ เปอร์เซนต์ โดยคงยอดเงินต้นไว้
ตั้งชื่อบัญชีกองทุนไว้ว่า "กองทุนพัฒนาบุคลากร" ช่วงแรกๆ เอาไว้เลี้ยงนิสิตที่ปรึกษา ปีละ ๒ ครั้งๆ ละ ประมาณ ๑,๐๐๐ บาท
ต่อมาบริจาคให้ Unicef เดือนละ ๓๐๐ บาท ปีละ ๓,๖๐๐ บาท (เงินส่วนนี้เอาไปหักภาษีประจำปีได้)
เทอมนี้มีรายวิชาสัมมนา และการเลี้ยงผึ้ง ก็เอาเงินส่วนนี้ไปสนับสนุนให้นิสิตจัดเบรค มีผู้เกี่ยวข้อง ๓๐ คน ใช้จ่ายไปประมาณเกือบพันบาท
- รายวิชาสัมมนากลุ่มย่อย ๘+๒ คน ๒ ครั้ง ใช้ไป ๓๕๐ บาท
- รายวิชาการเลี้ยงผึ้ง ชั่วโมงสุดท้ายมีการพรีเซนต์ ๒๐ คน ใช้ไป ๓๓๐ บาท
- รวม ๒ รายวิชา เป็นเงิน ๖๘๐ บาท
เป็นทุนพัฒนาบุคลากรเล็กๆ ไม่ได้เห็นผลใหญ่โตอะไร มีผลทางจิตใจเล็กน้อย และไม่ได้เบียดเบียนตัวเองเพราะที่มาของรายได้ไม่ได้มาจากฐานเงินเดือน
เพิ่มเติม..บัญชีกองทุนยกมาต้นปี ๒๕๕๖
-
เงินต้น...๒๐,๐๐๐ บาท
- รายรับ ๑๐ % ของค่าสอนวิชาศึกษาทั่วไป ๒ รายวิชา (เทอม ๒) ๒,๒๐๐ บาท
- รวม ๒๒,๒๐๐ บาท
- หักค่าเบรค ๒ รายวิชา ๖๘๐ บาท
- หักบริจาคยูนิเซฟครึ่งปี ๑,๘๐๐ บาท
- รวมหัก ๒,๔๘๐ บาท
- เหลือส่วนเงินต้น ๑๙,๗๒๐ บาท...(๑๖ ก.ค.๕๖)
อาจารย์ดูมีความสุขและสนุกกับตัวเลขจัง ยินดีด้วยค่ะ
...ความสุขที่เป็นผู้ให้...ได้พัฒนาใจตัวเองนะคะ
เรียน ดร.พจนา
อาจารย์น่าชื่นชมมาก
เล็กน้อยแต่งดงามมากๆ
สบายดีไหมครับ
ชื่นชมครับ
..น่า..ทึ่ง..จัง..เจ้าค่ะ...อ่านแล้ว..มี..ความอยากที่จะลอกเลียน..แบบวิธีคิด..วิธี..ทำ...เกิดขึ้น..."มีคำถามว่า..จะช่วย..สมทบ..กองทุนพัฒนาบุคคลากร..ด้วยคนจะได้ไหมเจ้าคะ..ยายธีมีเงินเดือน..คนแก่..อยู่..เดือนละห้าร้อย..ตอนนี้..อาจจะเป็น..หก..ร้อย..ต่อเดือน..มีป่า..ปลูกเองอยู่..สนใจเรื่องผึ้งป่า...ผึ้งโพรง..เคยมาทำรังใน..ตุ่มดินที่ตั้งทิ้งไว้มีไม้เขียงปิดอยู่..ปรากฏว่าวันหนึ่งมีผึ้งมาอยู่เต็ม...เงินนี้..อาจจะช่วย..บุคคลที่สนใจ..ได้บ้างนะ.".(ยายธี)
เรียน ท่านอาจารย์ JJ
เรียน ยายธี