ความรู้เกี่ยวกับนิทาน

คำว่า นิทาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “นิทาน น. เรื่องที่เล่ากันมา เช่น นิทานชาดก นิทานอีสป”
นิทานเป็นคำศัพท์ภาษาบาลี มีความหมายว่า คำเล่าเรื่อง
ส่วนนักคติชนวิทยาให้ความหมายว่า นิทาน หมายถึง เรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ (การเล่าสืบต่อกันมาโดยใช้วาจา) บางส่วนได้รับการบันทึกไว้บ้างแล้ว

ประเภทของนิทาน
นิทานแบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้
๑. เทวปกรณ์หรือเทพปกรณัม กล่าวถึง โลก จักรวาล เทวดา กำเนิดมนุษย์และสัตว์ ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของเทวดาและผู้ครองแผ่นดินมีอยู่บ้าง เช่น เรื่องเมขลารามสูร จันทคราส สุริยคราส ฯลฯ
๒. นิทานศาสนา มีจุดมุ่งหมายในการสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชน แนะแนวทางประพฤติปฏิบัติ สร้างค่านิยมและบรรทัดฐานทางอ้อมให้แก่สังคม เรื่องราวเกี่ยวกับนรกสวรรค์ หรือเรื่องราวของบุคคลที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนา โครงเรื่องจะยึดพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ เช่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นิทานศาสนาของไทยจะมีที่มาจากพุทธประวัติ เช่น นิทานชาดก เป็นต้น
๓. นิทานคติ คติ หมายถึง แนวทาง แบบอย่าง แนวคิดที่ปรากฏในนิทาน คือ คุณค่าของจริยธรรม และผลแห่งการประกอบกรรมดีกรรมชั่ว กรรมดีที่นำผลดีมาให้ ส่วนกรรมชั่วที่นำผลชั่วมาให้ นิทานคติมักชี้ให้เห็นผลดีผลร้ายของกรรมในตอนท้ายเรื่องเสมอ
๔. นิทานมหัศจรรย์หรือเทพนิยาย เป็นนิทานเกี่ยวกับเทวดานางฟ้า หรือเป็นเรื่องราวที่มหัศจรรย์เหนือธรรมชาติ
๕. นิทานชีวิต มีลักษณะเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง นิทานชีวิตจะดำเนินเรื่องอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงมากกว่านิทานชนิดอื่น เช่น เรื่องพระลอ ไกรทอง ขุนช้างขุนแผน
๖. นิทานประจำถิ่น มักเป็นเรื่องแปลกซึ่งเชื่อว่าเคยเกิดขึ้นจริง ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ตัวละครและสถานที่บ่งไว้ชัดเจน อาจเป็นเรื่องของบุคคลในประวัติศาสตร์
๗. นิทานอธิบายเหตุ เป็นเรื่องที่อธิบายถึงกำเนิด หรือความเป็นมาของสิ่งที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ
๘. นิทานเรื่องสัตว์ เป็นเรื่องที่สัตว์เป็นตัวเอก โดยทั่วไปมักแสดงให้เห็นความฉลาดของสัตว์ชนิดหนึ่ง และความโง่เขลาของสัตว์อีกชนิดหนึ่ง
๙. นิทานเรื่องผี มีผีเป็นตัวเอกของเรื่อง เรื่องเล่าเกี่ยวกับผนี้ีสะท้อนให้เห็นความเชื่อในเรื่องวิญญาณ และเรื่องภูตผีของคนไทย ผีในเรื่องที่เล่ามีทั้งผีดีให้ความช่วยเหลือ หรือคุ้มครอง และผีร้ายที่คอยหลอกหลอน รังความคน
๑๐. นิทานตลก มักจะมีขนาดโครงเรื่องไม่ซับซ้อน ตัวละครอาจเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็ได้ จุดสำคัญของเรื่องอยู่ที่ความไม่น่าเป็นไปได้ต่างๆ

คุณค่าของนิทาน
นิทานมีคุณค่าหลายประการคือ
๑. ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
๒. ช่วยกระชับความสัมพันธ์
๓. ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ
๔. ให้ข้อคิดและคติเตือนใจ
๕. ช่วยสะท้อนให้เห็นสภาพของสังคมในอดีต

คำนิยมที่ปรากฏอยู่ในนิทานประเภทต่างๆ
ค่านิยม หมายถึง วิธีจัดรูปพฤติกรรมของมนุษย์ที่ฝังแน่นอยู่ในตัวคน และเป็นสิ่งที่เรายึดถือปฏิบัติกันต่อๆ มา หรืออาจหมายถึง การยอมรับนับถือและพร้อมที่จะปฏิบัติตามคุณค่าที่คนหรือกลุ่มคนที่มีอยู่ต่อสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจเป็นวัตถุ มนุษย์ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมทั้งการกระทำด้านเศรษฐกิจ สังคม จริยธรรม และสุนทรียภาพ โดยได้ประเมินค่าจากทัศนคติต่างๆ อย่างถี่ถ้วนและรอบคอบแล้ว

คำนิยมที่ปรากฏอยู่ในนิทานอาจสรุปได้ดังนี้
๑. ความขยัน
๒. ความกตัญญู
๓. ความไม่โลภ
๔. ความมีปิยวาจา
๕. ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
๖. ความอดทนอดกลั้น
๗. การเชื่อฟังผู้ใหญ่ บิดามารดา หรือผู้อาวุโส
๘. การยกย่องผู้มีวิชาความรู้และความเป็นคนฉลาดหลักแหลม
๙. การให้อภัยกัน

นิทานเรื่องวาจาดี ไม่มีภัย
นิทานเรื่องนี้แสดงคุณธรรมและจริยธรรมเรื่องปิยวาจา คือ วาจาอันเป็นที่รัก ได้แก่ การกล่าววาจาที่อ่อนหวานไพเราะ ซึ่งจะนำแต่ความสุขสวัสดีมาสู่ผู้พูด ดังคำกล่าวที่ว่า พูดดีเป็นศรีแก่ตัว

นิทานเรื่อง “วาจาดีไม่มีภัย” นี้แสดงให้เห็นว่าการที่ยักษ์ไม่ทำร้ายเด็กชายผล และพากลับบ้านตามเดิมนั้น เพราะเด็กชายผลรู้จักใช้คำพูดและพูดจาไพเราะอ่อนหวาน

นิทานเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การพูดจาไพเราะจะนำแต่ความดีมาให้ ดังพุทธศาสนสุภาษิตบทหนึ่งที่กล่าวว่า “โมกโข กลยาณิยา สาธุ ผู้เปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ” และ “มุตวา ตปติ ปาปิก ผู้เปล่งวาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน”

ดังนั้น ทั้งชื่อเรื่องและเนื้อเรื่องของเรื่องนี้จึงสอดคล้อง และแสดงให้เห็นความสำึคัญของการพูด

คำประพันธ์ที่เกี่ยวกับการมีปิยวาจา
เนื่องจากนิทานเรื่องวาจาดี ไม่มีภัย เป็นนิทานที่แสดงค่านิยมการมีปิยวาจา การรู้จักพูดทำให้รอดพ้นจากอันตรายได้ และเพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการพูด การสนทนา การมีปิยวาจามากขึ้น จึงขอนำคำประพันธ์หรือข้อความที่แสดงค่านิยมและความสำคัญของการใช้คำพูดให้นักเรียนได้อ่านเพื่อส่งเสริมการพูดดีอยู่เสมอ