USA Trip 2013 : เดินทางกลับเมืองไทย

พนักงานของ ANA บริการดีมาก เขาลงจากเคาน์เตอร์มาช่วยเราเข็นกระเป๋า 3 ใบไปชั่งน้ำหนัก ให้เราดูแผนผังแสดงที่นั่งบนเครื่องบินและทางไป Gate 99 ประกอบคำอธิบาย

วันที่ 23 มิถุนายน 2556 

เราเดินทางกลับเมืองไทยด้วยเที่ยวบิน NH 0007 ออกจากสนามบินซานฟรานซิสโก (SFO) ในเวลา 12.25 น. เมื่อวานเราจัดกระเป๋ากันหลายรอบ เพราะของฝากและของตัวเองที่ซื้อ แม้ไม่หนักแต่กินพื้นที่ ต้องเปลี่ยนกระเป๋าเป็นใบใหญ่ขึ้น เนื่องจากใบที่ไม่ใหญ่มาก จัดของแล้วแน่นและยางล้อ 1 ข้างแตกหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ จัดกระเป๋าแล้วก็ชั่งน้ำหนักดูให้แน่ใจว่าไม่เกิน 23 กก.

ก่อนนอนดิฉัน save ไฟล์รูปภาพที่ถ่ายทุกวันที่อยู่ที่นี่ใส่ Handy drive ใช้เวลานานมาก เลยต้องปล่อยให้เครื่องคอมฯ ทำงานไป ปิดหน้าจอแล้วเข้านอน ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ประมาณ 06.30 น.

ตื่นเช้าก่อนนาฬิกาปลุกเพราะสามีตื่นบ่อยมาก ดื่มกาแฟ กินอาหารเช้า และเตรียมอาหารไปกินที่สนามบินระหว่างรอขึ้นเครื่อง เป็นขนมปังครัวซองคนละชิ้น และพีชที่ซื้อจาก Farmers Market เมื่อวานนี้ ส่วนน้ำดื่มไปหาเอาข้างหน้า

ลูกชายขับรถไปส่งที่สนามบิน เราออกเดินทางจากที่พักใน UC Davis ประมาณ 8 น.กว่า ระหว่างทางแวะที่ Rest area ที่เคยแวะเมื่อไปเที่ยวซานฟรานซิสโกปีที่แล้ว เพื่อเข้าห้องน้ำ ที่พักตรงนี้เป็นที่สูง ลมพัดแรง มองเห็นเมือง (ไม่รู้ชื่อ) อยู่ไกลๆ ด้านล่าง



มองจาก Rest area


อากาศวันนี้ครึ้มๆ มีหมอกและเมฆสีเทา แบบฝนจะตก การจราจรไปสนามบิน SFO มีรถมาก แต่ไม่ถึงกับติดขัด



มีหมอกมาก


ไปถึงสนามบินยังไม่ถึง 10 น. ลูกส่งเราที่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารขาออกแล้วก็เดินทางกลับไป Davis เลย คงมั่นใจว่าพ่อแม่ไปต่อถูก ไม่หลงทางแน่นอน

สนามบิน SFO ไม่พลุกพล่าน เราหาเคาน์เตอร์ check in ของสายการบิน ANA ได้ ก็ไป check in เลย เรามีกระเป๋าที่ต้อง load 3 ใบ carry on 1 ใบ เป้แบบสะพายอีกคนละใบ นับว่ามากมายอยู่ พนักงานของ ANA บริการดีมาก เขาลงจากเคาน์เตอร์มาช่วยเราเข็นกระเป๋า 3 ใบไปชั่งน้ำหนัก ให้เราดูแผนผังแสดงที่นั่งบนเครื่องบินและทางไป Gate 99 ประกอบคำอธิบาย 



มองจากหน้าต่างอาคารผู้โดยสาร สนามบิน SFO


ในสนามบินมีร้านขายของ แต่ไม่มากมายและไม่ล้ำออกมาที่เส้นทางเดิน เราเข้าไปชมของ 2-3 ร้านแต่ไม่ได้ซื้ออะไร ร้าน Coach มีกระเป๋าสวยๆ ราคาเกือบหมื่นและเกินหมื่นบาท เราซื้อที่ outlet ราคา 3-4 พันบาทใช้ก็พอ เจอคนไทยกลุ่มใหญ่ด้วย



ลงบันไดเลื่อนไป G99


เครื่องบิน Boarding และออกตามเวลา เรานั่งแถว 31 เป็นเก้าอี้ 3 ที่นั่ง ริมทางเดินเป็นหนุ่มญี่ปุ่นที่มีอัธยาศัยดี ช่วยเรายกกระเป๋า carry on ขึ้นเก็บบนที่เก็บของเหนือศีรษะ หนุ่มคนนี้หลับได้ดีตลอดการเดินทาง ไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำเลย เราเลยต้องอดทนไปด้วยเพราะเกรงใจ ดิฉันหลับเล็กน้อยตอนเครื่องขึ้น หลังจากนั้นไม่หลับเพราะเป็นเวลากลางวันตลอดทาง



เครื่องบินเริ่มออกจากฝั่งเข้ามหาสมุทรแปซิฟิก


เริ่มต้นอาหารว่างบนเครื่องบินเป็น Rice cracker และเครื่องดื่มเหมือนเดิม อาหารหนักมื้อแรกตอนเกือบบ่ายสองครึ่ง (เวลาที่ซานฟรานซิสโก) ดิฉันเลือกเมนูญี่ปุ่นมีข้าวแกงกะหรี่หมูทอด หมี่ ซุปมิโสะ ผลไม้ ไม่ชอบแกงกะหรี่แต่จะกินเส้นหมี่ ให้สามีเลือกเมนูแบบตะวันตก เป็นข้าว ผัดหอยเชลล์ใส่หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดหอม และซอสหอยนางรม



เมนูแบบญี่ปุ่นถ้ากินหมดทั้งชุดจะได้พลังงาน 910 kcal.


ของหวานเป็นไอศกรีม Haagen-Dazs รสวนิลาถ้วยเล็กๆ (220 cal เป็นพลังงานจากไขมัน 140)

ก่อนถึงเวลาอาหารอีกมื้อเรากินกาแฟไป 1 แก้ว อาหารอีกมื้อเรียก Refreshment เสริฟในเวลาประมาณสามทุ่มครึ่ง (เวลาที่ซานฟรานฯ) เป็น "Dijion mustard flavered creamy chicken stew with pasta" คล้ายพาสตากับแกงไก่ ผลไม้ (เหมือนมื้อก่อน) และโยเกริต์ รวม 642 kcal ดิฉันกินไม่หมด กะว่าที่กินไปคงจะประมาณ 400 kcal



อาหารมื้อ Refreshment



ท้องฟ้าสดใส อากาศข้างนอกคงเย็นมากๆ ที่หน้าต่างเครื่องบิน น้ำกลายเป็นเกร้ดน้ำแข็ง


เราถึงสนามบินนาริตะ (NRT) ช้ากว่าเวลาเล็กน้อย ผ่าน security check point แล้วยังมีเวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมง ทางไป G57 ที่จะขึ้นเครื่อง เที่ยวบิน NH 0915 ไม่พลุกพล่าน มีเวลาเข้าห้องน้ำ เดินดูข้าวของที่ขายได้สะดวก ลูกสาวมีเงินเยนเหลืออยู่และให้มา 12,000 เยน เราเลยซื้อขนมเป็น Tokyo Banana (ขนมขึ้นชื่อ) KitKat-ชาเขียว ราเมนสำเร็จรูป โมจิ Rice cracker ชาเขียวผง จนเงินเยนเกือบหมด มีของหิ้วเพิ่มอีก 2 ถุงใหญ่

ในตั๋วเครื่องบินที่เรา check in จาก SFO บอกว่าเวลา Boarding คือ 17.20 น. (เวลาที่โตเกียว) แต่ปรากฏว่ากว่าจะได้ขึ้นเครื่องจริงก็เกือบ 18 น.แล้ว ดูการจัดการตรงนี้ไม่ราบรื่น แจ้งเลื่อนเวลา Boarding อยู่ 3 รอบ จาก 17.20 น. เป็น 17.40 น. แล้วเลื่อนอีกครั้งละ 5 นาที 2 รอบ เราพบว่าเที่ยวบินนี้ได้รวมผู้โดยสารจาก 4 สายการบินคือ ANA, United Airline, TG, และสายการบินของแคนาดา



พระอาทิตย์ใกล้ตก ยามเย็น


เครื่องบินลำนี้เก่าแล้ว ภายในเครื่องไม่ทันสมัย การบริการอาหารว่างยังเป็นเมนูเดิม เบื่อ rice cracker และน้ำแอปเปิ้ลไปเลย



อาหารมื้อหนักเลือกแบบตะวันตก เป็นข้าวซีฟู๊ดสไตล์อิตาเลียน กินได้ไม่มาก เพราะเมนูแบบญี่ปุ่นเป็นเนื้อวัว 


ค่ำแล้วจึงหลับได้เป็นพักๆ เปลี่ยนท่านั่งบ่อยเพราะเมื่อย เครื่องบินลงที่สนามบินสุวรรณภูมิเกือบ 22.40 น. รอผ่านการตรวจคนเข้าเมืองไม่นานมาก สังเกตว่าที่นี่เจ้าหน้าที่เขาไม่ทักทายคนที่เข้าเมือง ต่างจากที่อื่น ขนาดที่อเมริกาว่าเขาเข็มงวด เขาก็ยังพูดคุยทักทายบ้าง

เมื่อได้กระเป๋าครบถ้วน เราก็เดินทางกลับบ้าน ลูกชายคนเล็กมารับ ถนนในกรุงเทพฯ คืนนี้โล่ง กลับถึงบ้านเกือบ 24 น. รื้อของบางส่วน เข้านอนเมื่อตีหนึ่งกว่า หลับได้

จบการเดินทางไกล เตรียมตัวกลับไปทำงานที่รออยู่ข้างหน้า

วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM KM Facilitator



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

ตามมาตลอดทริปค่ะ ชอบมากค่ะ กรุณาเขียนอีกนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

มีอยู่อย่างหนึ่งนะคะ ที่อาจจะเหมือนกัน .. เล็กๆ ค่ะ .....ไม่เป็นความลับ ดิฉันชอบ booking ที่นั่งริมหน้าต่างแบบนี้ค่ะ

ชอบมองท้องฟ้า และก้อนเมฆ เมื่อเครื่องขี้น และลง  

ให้ความรู้สึกหลายๆ อย่างค่ะ ......เป็นบรรยากาศที่เราเกี่ยวเกี่ยว ณ ภาคพื้นดินไม่ได้.ค่ะ

ขอบคุณคุณ Bright Lily ที่ติดตามอ่าน ปกติเวลาขึ้นเครื่องบินจะชอบนั่งริมหน้าต่างเสมอค่ะ ชอบมองท้องฟ้า พื้นดิน

เวลาไปเที่ยวและอยู่กับลูก มีเวลาและอารมณ์ที่จะเขียนบันทึกได้ทุกวัน พอกลับมาทำงานก็อาจจะไม่สามารถเขียนบันทึกได้ทุกวัน

เขียนเพื่อบันทึกประสบการณ์ของตนเอง และเพื่อให้ลูกๆ ที่เมืองไทยได้รู้ด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวยจังครับ...

โตนี่ฟาง
IP: xxx.207.136.212
เขียนเมื่อ 

ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องคอมฯ พอว่างงานพี่แกก็เริ่มงอแง..ไม่สามารถกลับเข้ามาเขียนเรื่องในบล๊อกได้อีกเลย ทั้งที่เตรียมเรื่องไว้หลายเรื่องเหมือนกัน นายแบ๊งค์นำคอมฯของตัวเองมาให้ใช้เพราะไปติดพันกับสาวไอเข้า  ไอแพ็ดครับ. ดีใจครับเพราะพอเปิดอ่านเรื่องนี้ทำให้คิดถึงอดีตขึ้นมาทันที..ไม่ทราบว่าที่สนามบินยังเปิดเพลง..อิ๊ฟยูคัมทูซานฟรานฯอยู่หรือเปล่า ? อยากแนบภาพเก่าในอดีตมาให้ชมด้วยแต่น่าเสียดายครับ..เปล่า..มิใช่ปลวกกินหมด..ตอนผมไปอเมริกาครั้งแรกน่ะเหรอ ? ยังไม่มีกล้องเป็นของตัวเองเลย..น่าเศร้าใจที่จนจริงๆ. มีโอกาสซื้อกล้องแรกในชีวิตแบบที่ยังต้องใช้แฟล๊ตแบบสี่เหลี่ยม- แฟล๊ตคิ๊วส์. ถ่ายครบ ๔ ภาพแล้วต้องถอดทิ้ง..มาซื้อในพีเอ๊กซ์ที่แค๊มป์เลอจูนส์ คาโรไลน่าเหนือ..คุ้มจริงๆครับ นำไปถ่ายที่วอชิงตันดีซี / แมรี่แลนด์ / ฟลอริด้า / โอไฮโอ และอีกหลายแห่ง คุ้มมากเพราะพอกลับถึงสัตหีบ..จ่ารุ่นน้องขอซื้อต่อ..กำไรถ่ายครับ..คืนแรกที่ผมไปลงที่สนาม   บินทราวิสก็สนุกพอสมควรครับ..ท่านใดยังอยากติดตาม ผมขอประชาสัมพันธ์หน่อยน๊ะครับ ตามอ่านได้ที่นี่ในชื่อ..โตนี่ฟางคนล่าฝัน..เฺฮ้ย ! จะมาเขียนชมผู้เขียนหรือจะเข้ามาประชาสัมพันธ์กันแน่..ลูกเพ่ ?..ต้องจบจริงๆแล้วครับ เพราะเริ่มมีคนสงสัยกันแล้ว..มิงกาลาบา..

เรียนคุณโตนี่ฟาง ไม่ทันสังเกตว่าที่สนามบิน SFO เปิดเพลง If you come to San Francisco หรือเปล่า น่าจะไม่ได้เปิด ถ้าเปิดคงสะกิดใจแล้วค่ะ

เขียนเมื่อ 

พระอาทิตย์ตกบนเครืองบินสวยดีน่ะครับ

คงจะได้ไปเที่ยว USA สักครึ่งหนึ่งในชีวิตครับ


เขียนเมื่อ 

ถ่ายภาพได้สวยมากเลยครับ

ติดตามอ่าน จนจบเลยครับ

ขอบคุณอาจารย์ขจิตค่ะ ไม่มีโอกาสได้เจอกันเลยนะคะ

เขียนเมื่อ 

เหมือนได้เดินทางไปเอง ... จิงๆ