"เมนูอาหารแสนแพง ต้องลงทะเบียนเรียน ป.โท จึง...ได้เห็น แต่อาจไม่ได้กิน หลังจากขึ้นจากเรือไม้ ทวนสายน้ำไปถึงชุมชนคนอยู่ป่ายัง บ้านหลางตาง นักศีกษา ป.โท พร้อมอาจารย์ ป.เอก คณะใหญ่ เดินตามหลังผม เข้ามาศึกษาในพื้นที่เกษตร สี่ชั้น อันอลังการงานสร้างของชาวบ้าน

      ป่าต้นน้ำพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพรเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ผู้เขียนผูกพันธ์ หมั

หมั่นแวะเวียนไปเยี่ยม ไปครั้งแรก เดินป่า

เส้นทางหฤโหด "หลักไก่ต่อ ไปหลางตาง 7 วัน7คืน ประทับธรรมชาติส่วนหนึ่ง แต่

ประทับใจเพื่อนร่วมทางชาวต้นน้ำพะโต๊ะ เป็นสำคัญ  ทริปนั้นมีเรื่องเล่าแลกเปลี่ยน

ประสบการณ์อย่างสนุกสนาน เรื่องหนึ่งที่หยิบยกมาเล่าคือ เรื่อง ต้น "คอฟฟี่เมต" 

เรื่องนี้ ทุกทริปจะได้รับฟังเรื่องนี้  วันนี้ เข้าไปใน FB นายหัวพงศา กรุณานำมาเล่าเต็ม

รูปแบบ เพื่อเป็นการเรียนรู้จึงขออนุญาติ  นายหัว นำมาแลกเปลี่ยนในบันทึกนี้อีกครั้ง .....


          "เมนูอาหารแสนแพง ต้องลงทะเบียนเรียน ป.โท จึง...ได้เห็น แต่อาจไม่ได้กิน

หลังจากขึ้นจากเรือไม้ ทวนสายน้ำไปถึงชุมชนคนอยู่ป่ายัง บ้านหลางตาง

นักศีกษา ป.โท พร้อมอาจารย์ ป.เอก คณะใหญ่ เดินตามหลังผม เข้ามาศึกษาในพื้นที่

เกษตร สี่ชั้น อันอลังการงานสร้างของชาวบ้าน

"นี่ดอกอะไรค้า...พี่พงศา"

สำเนียงเสียงหวานนัก ถามความ ผมหวามหวั่น เพราะยุคนั้นวัยผมกับนักศืกษายังไม่

กระชากกันมากนัก

"ดอกกาแฟ ครับ มันหอมเหมือนมะลิ เย้ายวนเหมือนราตรี กรุ่นไกลเหมือนจันทร์กระ

พ้อ"

ฟังสำนวนลิเกของผมสมัยนั้น แล้ว ทุกคนก็สูดดมชื่นชมดอกกาแฟ นึกกยาวไกลไปถึง

กลิ่นเม็ดกาแฟ

ใกล้ ๆ กลุ่มต้นกาแฟ มีต้นมังคุดน้อย ๆ อยู่ต้นหนื่งอายุราว สามสี่ปี

"แล้วนี่ต้นอะไรคะ..พี่พงศา" 

เธอคนเดิมฉอเลาะถาม และแอบโอบกอดต้นมังคุดนั้นพร้อมถ่านรูปกับยิ้มหวานกว้าง

"อ๋อ..นี่ต้นคอฟฟี่เมต ครับ"

ผมตอบหน้าตาเรียบ แฝงความรอบรู้ไว้ในแววตาอันเยือกเย็น

"จริงเหลอ...อุ๊ยไม่เคยเห็นต้น คอฟฟี่เมต..จริงเหลอ ไม่เชื่ออ่ะ"

เธอแย้งแบบไม่มั่นใจ จึงเข้าทางโจรอย่างผม ฉวยโอกาสหาทางสอนคนเรียนป.โท 

แบบสอนเซ็น อยู่พอดี

"จริงครับ...ประเทศเราผลิตกาแฟ ปีละหกหมื่นตัน ปลูกที่ชุมพรมากที่สุด

แต่เราไม่มีคอฟฟี่เมต เราต้องนำเข้าปีละ เกือบหกหมื่นตัน"

"เหลอ"

"น้องรู้ไหม เราดื่มกาแฟ หนึ่งช้อน คอฟฟี่เมต สอง สามช้อน "

"อืม..ค่ะ แล้วไงคะ"

"ที่นี่โครงการตามพระราชดำรี เราพยายามนำพืชบางตัวมาทดลองปลูก เรานำพันธุ์ 

คอฟฟี่เมต มาจาก เอกวาดอร์ อเมริกาใต้ มาปลูกเป็นที่แรกของประเทศ หากสำเร็จ 

จะลดการนำเข้า คอฟฟี่เมต ได้ในอนาคตครับ"

ผมเพิ่มดีกรีน่าเชื่อไปกับ ตรรกะ เหตุผลและแววตาท่าทางนักวิชาการผู้เคร่งวิชา

แล้ววันนั้ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ จึงหันมาทำความเข้าใจเรื่องต้นคอฟฟี่เมตอย่าง

จริงจัง จนขั้น นำเสนอยามค่ำที่ต้นน้ำพะโต๊ะ บนความเงียบงันบนใบหน้าของผมและ

ลูกน้อง

       "บทสรุปนะคะ..ต่อจากนี้ไป มหาลัยของเราน่าจะหาทางส่งเสริมการปลูกคอฟฟี่

เมตกันอย่างจริงจัง เพื่อเศรษฐกิจชองประเทศ"

เป็นบทสรุปของการนำเสนอค่ำนั้น

แล้วซาตานพงศา ก็เริ่มงานสอนเซ็นโดยขออนุญาตสรุปผลการศึกษา

"ผมต้องขอโทษทุกคนที่เชื่อแบบนั้น..ขอโทษจริง ๆ นั่นไม่ใช่ต้นคอฟฟี่เมต..มัน

เป็นต้นมังคุด"

ได้เรื่องครับคราวนี้ ทุกคนโกรธเคืองผมอย่างแรง เพราะทำให้เกิดการเสียหน้าครั้ง

ใหญ่ทั้งสถาบัน

"คุณโกหกอย่างนี้ได้อย่างไร คุณพงศา คุณ เป็นคนน่าเชื่อถือ ทำไมใช้นิสัยอย่างนี้ 

หลอกกันทำไม.......(สารพัดจะด่า) "

"ผมไม่ได้โกหกนะ พวกคุณรู้ไหม คุณจะเป็นมหาบัณฑิต อีกไม่กี่วัน คุณกำลังจะบอก

สังคมด้วยความเขื่ืองว่าคุณคือผู้รู้ กว่าคนอื่น ๆ .......

        .โดยบอกว่าคุณสืบค้นความรู้เป็นองค์ความรู้...คุณเป็นคนกรุงเทพ คุณไม่ถาม

ผิดหรอกที่ไม่รู้จักต้นกาแฟ ไม่รู้จักต้นมังคุด..แต่ฐานะนักสืบค้น คุณดื่มกาแฟ คุณกิน

คอฟฟี่เมตทุกวัน คุณไม่เคยสืบค้นเลยหรือว่ามันทำมาจากอะไร"

...................... ทุกคนเงียบด้วยความโกรธที่คลายลง...

แล้วผมก็ตอกย้ำอีกว่า....ตกลงคอฟฟี่เมต ทำมาจากอะไร.....(ฮา) 

( ขอบคุณ นายหัว พงศา ชูแนม  ป่าต้นน้ำพะโต๊ะ)