สวัสดีค่ะบังวอญ่าฯ
ได้เวลาแวะเข้ามาทักทายค่ะบังวอฯ หลังจากห่างหายไปชั่วขณะ อืมม์..เห็นชื่อบันทึกครั้งแรกก็ ชวนอ่านซะแล้ว เอ..ต้นคอฟพี่เมท.. หน้าตายังไงละเนี่ย ?? ..เลยได้เป็นอุทหรณ์เรื่องเล่าที่แฝงสาระชวนคิด ...
ยังไม่เคยขึ้นไปเดินที่ป่าต้นน้ำที่พะโต๊ะค่ะ .. คิดไว้ว่าสักวันจะไปให้ถึงชีวิตรอนแรนในป่าที่นี่บ้าง..เพราะตั้งแต่เด็กๆได้ยินพ่อ/น้า/ลุง..ไปเดินป่าที่พะโต๊ะกัน แม้กระนั้นในเพียงช่วงชีวิต..ไม่กี่สิบปีที่มีอายุจนปัจจุบันนี้ เห็นการเปลี่ยนแปลงของป่าที่ถูกทำลายส่งผลกระทบมากมาย เมื่อกล่าวถึง ป่าพะโต๊ะที่เคยอุดมสมบูรณ์ .. หวายเส้นใหญ่ๆ สวยๆ ล่องเรือลงมาขายตามแม่น้ำหลังสวน (บ้านเกิดเมืองนอน) เมื่อก่อนเป็นตลาดค้าหวาย ที่มีชื่อ ต่อมาป่าถูกแผ้วถางเพราะการทำไร่... กาแฟ...กาแฟๆๆ อาหารสำำหรับคนที่ชอบรสชาติ แต่เมื่อปริมาณความต้องการกาแฟระบาด ผืนป่าพะโต๊ะก็ถูกทำลาย เพราะเข้าไปลักลอบปลูกกาแฟ
ปัจจุบันนี้ได้มีโอกาสขึ้นไปดูที่ป่าต้นน้ำ มีต้นค้างคาวดำ และพืชป่าหายากชนิด ต่างๆ ในเส้นทาง ที่น่าเสียใจ คือ ป่าถูกแซมไปด้วย สวนยาง สวนผลไม้ โดยเฉพาะยาพารา การเปลี่ยนแปลงระลอกที่สอง ..ถัดมาจากกาแฟ ที่ชาวบ้านจากต่างถิ่นมา เปิดหน้าดินไว้ แม้กระทั่งเราเข้าไป เวลาเดินทางชันมาก แต่ก็ยังจะมีการซื้อขายที่ ที่ดินหลายแปลงมีป้ายติดให้เห็นว่า อยู่ในระหว่างการยึดคืน ดำเนินคดี เฮ้ิอ!!! ..หลังสวนซึ่งเป็นพื้่นที่ปลายน้ำ ก่อนสายน้ำจะไหลลงสู่ทะเล กลับจะได้รับผลกระทบ น้ำท่วมหลังสวน หลายต่อหลายครั้ง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลายคนบอกว่า เพราะป่าต้นน้ำ ป่าที่พะโต๊ะถูกทำลาย ไม่มีระบบชลอน้ำตามธรรมชาติ ฝนตกก็ไหลท่วมเมืองปลายน้ำอย่างรวดเร็ว ภาพอย่างนี้ดูเหมือนจะเป็นกันทุกที่ ...นะคะบังวอฯ..น่าเศร้าใจ ป่าถูกทำลาย..
แต่ก็ได้ชื่นชมหัวหัวพงศา และทีมฯ ที่ท่านก็ทำหน้าที่ ปลูกจิตสำนึก สร้างความตระหนักให้รักษ์ป่า ทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อรักษาป่าส่วนที่ยังมีอยู่ค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆ การเรียนรู้จากวิถีป่า ที่นำมาแบ่งปัน และทำให้คิดถึงป่าพะโต๊ะแห่งความอุดมสมบูรณ์..