ครูควรย้ำเสมอว่า การลงสนามแข่งขัน อย่ามุ่ง หวังว่าจะต้องชนะเท่านั้น ต้องคิดเสมอว่า เราต้องทำให้ดีที่สุด เต็มกำลังความ สามารถที่สุด ผลแพ้ชนะ ไม่ใช่สิ่งสำคัุญ

นักเรียนที่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ ( วาดภาพ ) นั้นอาจจะหาได้ไม่ยากนักใน

ระดับประถม  แต่การที่ครูจะเสริมแรง และรังสรรค์ปั้นแต่งให้เด็ก ๆ เหล่านี้ เกิด 

" พรแสวง" นั้น อาจจะทำได้ไม่ต่อเนื่อง  โดยเฉพาะในโรงเรียนประถม ที่อาจ

จะไม่มีครูที่มีวิชาเอก หรือเชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจิตรศิลป์  




คุณมะเดื่อ (จำเป็น )  ต้องสอนกลุ่มสาระ ศิลป์ ทั้ง ๆ ที่ ไม่ได้มีความรู้เฉพาะ

ด้านอะไรเลย  ไม่ว่าจะ  ร้องรำทำเพลง  หรือ งานปั้น  งานวาด ใด ๆ  ทั้งนี้

เพราะ ในความเป็นจริง ครูที่สอนระดับประถม  ในโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่

สามารถจะเลือกวิชาที่สอนได้มากนัก  บางครั้งก็ใช้ความถนัด  หรือไม่ก็ต้อง

ใช้ " ความจำยอม "  เป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่า ใครจะสอนวิชาใด  หากเป็น

โรงเรียนที่มีครูไม่ครบชั้น  หรือ พอดีใช้  ก็ไม่ต้องอาศัยเกณฑ์ใด ๆ ทั้งนั้น 

เพราะต้องสอนหมดทุกวิชาน่ะแหละ ซึ่งโรงเรียนแบบนี้ มีอยู่มากมาย  ( อย่างนี้

แล้ว จะต้องถามไหมว่า ทำไมผลสัมฤทธิ์จึงไม่เป็นไปตามปรารถนาของ.........)


      


คุณมะเดื่อ " จำยอม "  สอนสาระศิลปะในชั้น ป.4 - ป.6  เพราะไม่มีครูท่านใด

ถนัด ในด้านนี้  เมื่อต้องสอนนักเรียน  แม้ครูมะเดื่อจะไม่ถนัด  หรือสวรรค์ 

(เกือบ) ลืมให้พรมา  คุณมะเดื่อก็ต้องใช้ พรแสวง  เท่าที่สติปัญญาจะพาไปถึง 

อาศัยความคิด (ส่วนตัว) ที่ว่า  เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ สวรรค์จะประทานพรด้านศิลปะ

มาให้แล้วมากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่บุคคล  หากคุณมะเดื่อให้พรแสวงกับพวก

เขาเหล่านี้  ก็คงจะพากันเดินไปบน  " ถนนคนมีศิลป์"  ได้บ้าง




การแนะนำให้นักเรียนรู้จักสังเกตศิลปะในธรรมชาติ  การพาไปดู  การให้เลียน

แบบ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ  และที่สำคัญต้องไม่ย่อท้อ  ต้องไม่เลิกรา  สิ่ง

เหล่านี้คือ " พรแสวง"  ที่คุณมะเดื่อ ปลูกฝังให้กับเด็ก ๆ ที่รักงานศิลปะ




การเรียนรู้ของครูกับเด็ก เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กัน  บางครั้ง ครูได้เรียนรู้วิธีการ

สอนจากการทำงานของเด็ก  และจากผลงานของเด็ก เกิดความคิด " นอก

กรอบ...นอกตำรา "   ที่น่านำไปใช้ในการจัดกิจกรรมต่อไป


  


การจะฝึกฝนให้เด็ก ๆ ที่มีพรสวรรค์ และพรแสวงให้เกิดทักษะมากยิ่งขึ้น ครู

ต้องมีความอดทน และให้กำลังใจ ตลอดจนจัดกิจกรรมส่งเสริม ยั่วยุให้เด็ก ๆ 

เหล่านี้เกิดความรักในงานศิลปะอย่างจริงจังและต่อเนื่อง   เพื่อให้เด็กเกิด

กำลังใจ มีความมุมนะที่จะเดินบนถนนคนมีศิลป์อย่างต่อเนื่องต่อไป  


  


การส่งเสริมให้เด็ก ๆ  เหล่านี้เกิดทักษะและประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งใน

โรงเรียน และนอกโรงเรียน เป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการปลูกฝังให้เด็ก ๆ เกิดความ

พยายาม และมีกำลังใจ  แต่...ครูควรย้ำเสมอว่า การลงสนามแข่งขัน อย่ามุ่ง

หวังว่าจะต้องชนะเท่านั้น  แต่เราต้องคิดเสมอว่า เราต้องทำให้ดีที่สุด  เต็ม

กำลังความสามารถที่สุด  ผลแพ้ชนะ ไม่ใช่สิ่งสำคัุญ  


  


ครูมะเดื่อจะสอน เพิ่มเติมเด็ก ๆ ที่สนใจด้านการวาดภาพ ตั้งแต่ ป.4 ฝึกทักษะ

ต่อเนื่อง และเมื่อมีเวทีให้เด็ก ๆ เหล่านี้ได้แข่งขัน ก็จะส่งเข้าแข่งขันเท่าที่จะมี

โอกาส  และเมื่อเด็ก ๆ อยู่ในชั้นที่สูงขึ้น ก็มักประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง




ผลงานภาพวาดของ  ด.ช.สายธาร    อินทร์บำรุง   นักเรียนชั้น ป.6




ผลการฝึกทักษะการวาดภาพมาตั้งแต่ชั้น ป.4 เมื่อ ด.ช.สายธาร อินทร์บำรุง 

อยู่ชั้น ป.5 ได้เป็น 1 ใน 3  คน ของทีมวาดภาพจัดทำหนังสือเล่มเล็ก และได้รับ

รางวัลเหรียญเงิน ในการประกวด งานศิลปหัตกรรมภาคตะวันกลางและภาค

ตะวันตก  ครั้งที่ 62  จ. ระยอง  สำหรับนักเรียนอีก  2  คน ปัจจุบันเรียนต่อใน

ชั้น ม.1  และได้รับทราบว่า ไม่ได้เข้าในชมนุมศิลปะ ตามที่ตั้งใจ  การฝึกฝน

อาจจะไม่ต่อเนื่องนัก  จึงเป็นที่น่าเสียดายยิ่ง


..............................................................