เมล็ดพันธุ์ดีๆ ไม่ค่อยตาย


ประโยคนี้หลุดออกมาจากปากอาจารย์สุธรรมในวันที่ผมคุยกับท่านเรื่องงาน ในยามที่กำลังรู้สึกว่า โครงการดีๆบางเรื่องอาจจะต้องถูกพับไป

บางที ความงดงามของงานแต่ละงานนั้นอาจจะอาจจะถูกแปลความแตกต่างหรือถูกให้นิยามของความน่าสนใจต่างกันออกไปตามแต่มุมมองของคนแต่ละคน บางสิ่งในบางขณะมันเป็นสิ่งที่ดีเหลือเกิน แต่นั่นมันอาจจะถูกต้องในเพียงโมงยามนั้นเท่านั้น เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน ฤดูกาลเปลี่ยน มันอาจจะไม่ใช่ความงดงามอย่างที่เราเคยมอง เป็นเช่นนี้อาจารย์จึงเปรียบเปรยว่า ความคิดดีๆเปรียบดั่งเมล็ดพันธุ์ เรายังคงเก็บมันไว้ได้ เก็บให้ดีๆ อย่าให้ถูกมอด ปลวก รา หนู แมลงสาบมาแทะเล็ม ไอ้พวกนี้มันก็คือจิตใจของเรานั่นเอง (ประโยคหลังๆนี่ผมมาขยายความเองนะครัง)

ช่วงนี้ผมกำลังเพาะเมล็ดพันธุ์ดีๆอยู่กลุ่มหนึ่ง

เรื่องมันมีอยู่ว่า ในช่วงนี้เกิดภาวะไข้เลือดออกระบาดหนัก จังหวัดสงขลาได้รางวัลชนะเลิศประเภทมีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดและมีคนเสียชีวิตจากไข้เลือดออกหลายคน คราวนี้ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า "เราต้องทำอะไรบ้างไหม" คำตอบก็คือ "มีสิ" เราเป็นสถานบริการสาธารณสุขนะ ที่นี่ไม่ใช่โรงรักษาอย่างเดียว เรามีหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคด้วยนี่นา การรักษาโรคภัยเป็นการจัดการที่ปลายเหตุปลายน้ำ ไข้เลือดออกเป็นตัวอย่างที่คลาสสิคที่สุดในเรื่องการตั้งรับจัดการปลายน้ำหากเราไม่จัดการควบคุมมิให้เกิดโรคให้ดีๆ

ว่าจังสีเลยมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งมานั่งคุยกันว่าจะทำอิหยังดี (แบบว่า กำลังติดอีส่อยน่ะ)

คนในกลุ่มน้ันเป็นคนของโรงพยาบาลและคนของมหาวิทยาลัย และคนกลุ่มนี้ยังไปคุยกับเทศบาลคอหงส์ เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมใจกันป้องกันโรคไข้เลือดออก ความคิดดีๆก็ผุดขึ้นมาอีก ว่าเราควรให้นักศึกษาของเรามีส่วนร่วมในการทำงานครั้งนี้ด้วย จะดีแค่ไหน ถ้านักศึกษาได้ลงชุมชนในขณะนี้ ไม่ต้องไปหาค่ายบำเพ็ญประโยชน์ที่ไหนไกลๆเลย เพราะตอนนี้เรากำลังมีสงครามกับยุงลายอยู่ในชุมชนของเรา ชุมชนของเราก็อยู่ตรงนี้แหละ รอบๆวิทยาเขตคอหงส์นี่แหละ จะดีไหม ถ้าเราจับคู่นักศึกษากับอสม.ออกเดินในหมู่บ้าน จัดการเรื่องการให้ความรู้ การกำจัดลูกน้ำยุง การจัดการกับภาชนะเก็บน้ำต่างๆไม่ให้ยุงมันมาวางไข่ โอ้โฮ แค่คิดก็สนุกแล้ว
ว่าแล้ว คนกลุ่มดังกล่าวก็มาคุยกับนักศึกษา อธิบายปัญหาให้ฟัง ลองสอบอารมณ์ดูว่า จิตวิญญาณของปัญาชนเข้าสิงเขาหรือยัง น่าเชื่อได้ครับ น้องๆเข้าใจในบทบาทของตัวเองเป็นอย่างดี เขาเข้าใจว่าเรา (หมายถึงมหาวิทยาลัย) กับชุมชนนั้น แยกกันไม่ออก มันเป็นสัมพันธภาพที่บรรพบุรุษเราโปรยทางเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว เพราะมีชุมชน วิทยาเขตจึงจัดตั้งขึ้นมาได้ และเพราะมีวิทยาเขต ชุมชนจึงเจริญได้อย่างรวดเร็ว มันเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอยู่ในที ดังนั้น สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากการพูดคุยในวันนั้นก็คือ "เราต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชี้นำสังคม เพราะนี่เป็นชุมชนของเรา เป็นบ้านของเรานั่นเอง" 
เอาเป็นว่า เมล็ดพันธุ์ดีเริ่มปรากฎ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำจากนี้ไปก็คือ การรดน้ำ พรวนดิน เติมปุ๋ย (อินทรีย์ ที่ไม่ทำร้ายดิน) และเฝ้ารอดูการแตกยอด ออกหน่อ โผล่พ้นดินขึ้นมาอย่างงดงาม

"เมล็ดพันธุ์ดีๆน่ะมันอยู่ทน ดินจะแห้งจะแล้งยังไง มันก็ไม่ตาย รอให้สภาพแวดล้อมเหมาะสม ได้น้ำได้ฝนสักหน่อย เดี๋ยวมันก็แทงยอดออกมาได้"