วันที่ 14-16 มิถุนายน 2556 ทีมขับเคลื่อน PLC มหาสารคาม ร่วมกับ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1  จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์  บันทึกนี้เขียนต่อจากบันทึกแรก อ่านได้ที่นี่ครับ 

หลังจากกำหนดเป้าหมายชัดแล้ว ผมเน้นย้ำให้ทุกคนเห็น "หลักการ" หรือ "แนวคิดหลัก" ที่ผมคาดหวังว่า ครูทุกคนจะเชื่อและนำไปปฏิบัติ โดยยึดเป็น "แนวทาง" ในการพัฒนานักเรียนต่อไป

หลักสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ ด้วยทฤษฎีทางจิตวิทยา ที่ผมฟังมาจาก นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ท่านสรุปเป็นคำสำคัญสั้นว่า "คนที่ self ดี จะมีทำเรื่องไม่ดี" และขยายความว่า นักเรียนจะเป็นคนที่มั่นใจและภูมิจในตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้านำเสนอ ก็ต่อเมื่อ นักเรียนรู้สึกว่า "ฉันทำได้" "ฉพันคิดได้เอง ฉันสร้างสรรค์ได้" และ "ฉันมีความสำคัญ" ซึ่งตามจิตแพท์ มนุษย์เราจะค่อยพัฒนา  Self   ตามลำดับขั้น ตามตัวภาษาอังกฤษที่พบเขียนบนสไลด์ (ใครสนใจ โปรดค้นต่อเถิดครับ) เราเรียกวิธีการทำให้นักเรียนมีความรู้สึกแบบนี้ว่า "จิตวิทยาเชิงบวกเพื่อการเรียนรู้" ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเข้าใจได้ง่าย แต่ความจริงตอนนำไปปฏิบัติต้องใช้ความละเอียดอ่อน และทักษะสำคัญที่ต้องฝึกฝนคือ "การรู้เท่าทันอารมณ์ตามจริง" ภาษาจิตตปัญญาศึกษาคือ "การห้อยแขวนคำตอบ และพิจารณาใคร่ครวญ" 

ผมทำกิจกรรมสนุกๆ 3 อย่าง เพื่อทำให้ครูเข้าใจกระบวนการเรียนรู้จาก ฐานกาย (คือการรับรู้จาก ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย) ฐานคิด และฐานใจ และแสดงให้เห็นพื้นที่สีแดง ซึ่งหมายถึง พื้นที่ของการตกเป็นทาสของสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้นจากภายในอก เช่น เมื่อเห็นนักเรียนแต่งกายไม่เรียนร้อยเดินเข้า ก็จะโมโหและด่ากลับไปทันที ฯลฯ
 

กิจกรรมแรกคือ ให้ครูจับคู่กัน หันหน้าเข้าหากัน แล้วบอกว่า ต่อไปนี้ จะถามคำถามหนึ่งคำถาม หลังจากถามเสร็จให้บอกคำตอบกับเพื่อนทันที โดยไม่ให้หยุดคิด โดยให้ตกลงกันไว้ก่อนว่า ใครจะเป็นบอกก่อน คำถามคือ "ท่านชอบไปเที่ยวที่ไหนมากที่สุด" (หลังจากสิ้นคำถาม เสียงหัวเราะเฮฮา ก็ดังสนั่นดีเดียวครับ.... เกือบ 80% ตอบว่าชอบไปทะเลครับ )  บทสรุปที่สำคัญของกิจกรรมนี้คือ ทำให้ครูรู้ว่าการถามคำถามที่ไม่มีผิดถูก เป็นคำถามที่คำตอบอยู่ในใจผู้พูดอยู่แล้ว นอกจากจะตอบได้ชัวร์แล้ว ยังทำให้ผู้ตอบมีความสุขด้วยครับ

กิจกรรมที่ 2 คือ การถามคำถามโดยไม่ให้ตอบทันที  ให้หยุดคิดก่อน พิจารณาหาเหตุผลก่อนว่า ทำไมจึงตอบอย่างนั้น หลักให้สัญญาณ ให้เริ่มเติมตอบพร้อมอธิบายสลับกันคนละ 2 นาที คำถามคือ "อาหารที่ชอบที่สุดคืออะไร"  (ยิ่งฮากว่าเดิม นี่เป็นกิจกรรม ice breaking ไปในตัวด้วย) .... กิจกรรมนี้หากผู้เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตให้ดี จะเห็นว่าตนกำลังคิด (Metacognitive) และรู้ว่าตนเองกำลังคิดเรื่องอะไร (Cognitive)  

กิจกรรมที่ 3 ต้องการทำให้ครูผู้เข้าร่วมกิจกรรม รู้จักการเรียนรู้การ "ห้อยแขวนคำตอบ" หรือ "รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ "จิตวิทยาเชิงบวกกับนักเรียน"   วิธีการคือ ให้แต่ละคู่วางมือทั้งสองคว่ำลงไว้บนโต๊ะ จากนั้นยกเมือข้างหนึ่งตีไปบนมือของเพื่อน โดยตกลงกันว่าใครจะเป็นคนตี  เมื่อถูกตีให้ใช้มืออีกข้างตีโต้ตอบไปมือของเพื่อนที่วางอยู่บนโต๊ะทันที   จากนั้น ให้ตีแรงขึ้น หากถูกตีมาแรง ให้ตีโต้กลับด้วยความแรงเท่าๆ กัน   และสุดท้าย ให้ตีแรงๆ 1 ครั้ง เมื่อถูกตี ไม่ต้องตีโต้กลับ แต่ให้จับความรู้สึกที่มือที่เจ็บ แล้วค่อยๆ หายเจ็บ เมื่อหายเจ็บแล้ว ให้ค่อยๆ ยื่นมือไปแตะมือผู้ตีเบาๆ แล้วพูดว่า "....ไม่เป็นไร ...พี่ให้อภัย"..... (ยิ่งยังความสนุกและความสุขกับวงผู้ร่วมมากทีเดียวครับ)..... กิจกรรมนี้เชิญท่านลองพิจารณาดูเถิดครับ  ผู้ร่วมจะรู้จักคำว่า "ห้อยแขวนคำตอบ" หรือไม่  ผมโชว์สไลด์วงกลม 3 ชั้น และระบายพื้นที่สี่แดง ที่คนทั่วไปจะขยายสีแดงออกเกือบทั้งวงกลมทีเดียว ....สุดท้ายผมสรุปว่า ....คนที่จะใช้จิตวิทยาเชิงบวกได้ดี จะต้องมีพื้นที่สีแดงน้อย หรือไม่มีเลยยิ่งดี




วันถัดมาผมอธิบายเรื่องธรรมชาติของการเรียนรู้เพิ่มเติม โดยเน้นว่า นักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ก็ต่อเมื่อ นักเรียนได้คิดหรือได้ลงมือทำเท่านั้น ..และเน้นว่า มนุษย์เรียนรู้ได้จาก 3 ทาง (ตามหลักพุทธ) คือ ทางฟังอ่านดู เรียนจากการคิดพิจารณาเป็นเหตุเป็นผล และเรียนรู้จากการปฏิบัติ และแนวทางในการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Active Learning)  การเรียนเป็นทีมให้ผลสัมฤทธิ์มากกว่าการเรียนเดี่ยว และ การทำงานร่วมกันของครู (PLC) มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากกว่า ปริญญาของครู

(อ่านต่อบันทึกต่อไปนะครับ )