สวัสดีครับ....

เดือนนี้ผมได้ไปดูหนังมา 2 เรื่องตลอดเวลาการทำงานอาทิตย์นี้ โดย 2 เรื่องนั้น ความเหมือนกันคือความสนุกและตื่นเต้น และเนื้อเรื่องที่ทันสมัยตื่นเต้นตลอดเวลา แต่นอกจากความสนุกแล้วผมได้ของแถมมาอีกนั่นก็คือ "ความคิดของผมเองที่มีต่อหนัง" ผมขอนำไปสู่ทั้ง 2 เรื่องครับ
<p>After Earth (สยองโลกร้างปี) …..
</p><p><iframe width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/GZ93XVCF67o?feature=player_detailpage" frameborder="0" allowfullscreen=""></iframe>
</p><p> มนุษย์ทำลายโลกจนปนปี้ แล้วหนีไปอยู่ดาวอื่น
แต่ก็เหมือน “เคราะห์ซ้ำ” เพราะมี 2 พ่อลูก ขี่ยานมาตกบน “โลก” อีกครั้ง
“กรรมยังมาซัด” ต่อด้วยการที่ โลกดันมีแต่สัตว์ประหลาด และมนุษย์ “อยู่ยาก” เสียแล้ว ..
</p><p> หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพ่อลูก ที่เกิดขึ้นเมื่อนายพล ไซเฟอร์ เรจ กับลูกชาย คีไต ที่แทบจะไม่สนิทกันอย่างพ่อลูกคู่อื่นเขาเลย คีไตพยายามทุกอย่างเพื่อให้เป็นแบบที่พ่อเป็น โดยปมในใจตอนเด็กที่พี่สาวถูกฆ่าโดยสัตว์ประหลาด จากการที่พ่อยุ่งอยู่กับหน้าที่การงานตลอดเวลา แต่เหตุการณ์จำให้ 2 พ่อลูกนี้ต้องอยู่ด้วยกันจากภารกิจ…จำเป็นต้องมาต่อสู้เพื่อความอยู่รอดร่วมกัน เมื่อพวกเขาประสบอุบัติเหตุ ติดอยู่บนดาวโลกที่มนุษย์ทอดทิ้งไปเสียนาน จนกลายเป็นดาวลึกลับอันตรายไปเสียแล้ว</p><p> ซึ่งจากการที่ไซเฟอร์บาดเจ็บ ทำให้คีไตต้องเป็นคนคอยดูแลพ่อของเขา พร้อม ๆ กับเป็นผู้นำในการหาทางรอดจากสถานการณ์นี้ไปด้วย และสิ่งนี้เองที่จะเป็นบททดสอบว่าคีไตนั้นมีความสามารถมากพอจะเป็นทหาร เหมือนพ่อ อย่างที่เขาฝันเอาไว้ได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นสายสัมพันธ์ของพ่อลูกก็จะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเช่นกัน คือความรักคือความผูกพันธ์ของพ่อคนหนึ่งที่มีต่อลูก… ในหนังบอกถึงความรักมากมายเหลือเกิน แม้หลายๆมุมมองมองเรื่องของหนังที่เบาบางไม่มีฉากหนัก แต่สำหรับผมมองว่า
</p><p>After Earth :บอกผมว่า
</p><p>
</p><p> สื่งที่ประโยคหนึ่งที่พ่อสะท้อนต่อลูก : เราต้องรู้ว่าความกลัวอาจไม่ใช่ความจริง แต่มันผลมาจากความคิดเราที่สร้างขึ้นมา คุณเข้าใจไม่ผิดหรอกที่จะบอกว่า สิ่งที่อันตรายที่สุดคือความเป็นจริง แต่ความกลัวนั้นมันเป็นแค่ทางเลือก.. หรือประโยคง่ายๆคือ “การที่เรามัวแต่ฝักใฝ่ในความกลัว ไม่กล้าที่จะลุกขึ้นเปลี่ยนแปลง และขจัดความกลัวออกไป ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น” หรือจากที่หนังบอกว่า </p><ul style="line-height: 1.45em;">
</ul>ทั้งสองคน พยายามเลี้ยงลูกในแบบของตัวเองในที่สุดพวกเขาก็จะได้รู้ว่า “ลูกชาย” ของพวกเขา “พร้อม” รับมือกับ “โลก” นี้ได้หรือไม่ … ผมมองถึงความเป็นเนื้อเดียวของพ่อและลูกคู่นี้ในการสร้างหนัง….<p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><hr><p style="line-height: 1.45em;">Man of steel </p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;"><iframe width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/JlACxB9qdEY?feature=player_detailpage" frameborder="0" allowfullscreen=""></iframe>
</p><p style="line-height: 1.45em;"> Superman เป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดมา Clark Kent/Kal-El (Henry Cavill) เป็นนักข่าวหนุ่มที่อายุราว ๆ 20 ผู้ที่มีอำนาจและพลังเหนือคนอื่น เขาถูกส่งมาจาก Krypton ที่ซึ่งห่างไกลจากโลกมาก ให้มาอยู่ในโลก Clark ต่อสู้ดิ้นรนอย่างที่สุดกับคำถามที่ว่า “ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?” Clark เป็นลูกชายบุญธรรมของ Martha (Diane Lane) และ Jonathan Kent (Kevin Costner) Clark ค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษเกินมนุษย์ธรรมดา เพราะเมื่อโลกต้องการความมั่นคง หรือแม้แต่จะเกิดการคุกคาม Clark ก็จะกลายเป็น Man of Steel, เพื่อที่จะปกป้องคนที่เขารักและจะส่องแสงเหมือนกับว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความ หวัง (ที่มา www.sanook.com)
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;"> เรื่องนี้พึ่งดูเสร็จสดๆร้อนเมื่อเย็นของวันนี้ ดูเสร็จแล้วก็มานั่งจิ้มๆ ที่มือถือตัวเองดูเพื่อเก็บความรู้สึกจากหนังและบรรยากาศที่กำลังสดๆ ว่าคืออย่าไร พร้อมกับกับลองนั่งเล่นๆ AAR กับเพื่อน ทุกคนดูแล้วมันคืออะไรแต่ละคนคิดว่าอย่างไรบ้าง ส่วนตัวผมนั้นก็คิดอย่างที่เอาภาพมาแปะไว้ครับ … แต่เป็นการคิดที่เรียกว่าคิดชั่วขณะนั้นเลยก็ว่าได้ หรือเป็นแบบที่เรียกว่าปิ๊งแว๊บขึ้นมา ..อย่าถือว่าผิดหรือถูกเลยครับ แต่มันคือความสนุกของหนังเรื่องนี้ที่กำลังสื่อมาถึงผม
</p><p style="line-height: 1.45em;"> หรือหากมองที่พี่เอกจตุพรมองนั้น : ”มองข้อดีของคนอื่น
เรียนรู้และฝึกตนเองให้มีข้อดีนั้น”หรือในฉากบาทหลวงบอกกับ Kent ว่า“ศรัทธา นำมาซึ่งความไว้วางใจ”ในขณะที่ Kent กำลังเดินออกไปจากโบสถ์</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><p style="line-height: 1.45em;">
</p><hr><p style="line-height: 1.45em;">บันดาลใจจากหนัง…</p><p style="line-height: 1.45em;"> หรือหากดูหนังแล้วเก็บประโยคเด็ดๆจากหนังทั้ง 2 เรื่อง เราจะพบว่า…พลังใจมันเบ่งบาน และขอแบ่งปันทุกท่านครับ แต่เดือนนี้เองหนังหลายเรื่องเชียวเข้าที่ขะเข้ามาน่าสนอยู่ </p><ol>
</ol><p style="color: rgb(119, 119, 119);">
</p>

ผมขอจบท้ายบันทึกนี้ด้วยประโยคนี้ครับ…</span>
<blockquote style="margin: 0 0 0 40px; border: none; padding: 0px;"><p style="line-height: 1.45em;">The only to stay of trouble to grow old.หนทางเดียวที่จะอยู่ห่างความยุ่งยาก คือการทำตัวเป็นผู้ใหญ่</p></blockquote><p style="line-height: 1.45em;">The lady from Shanghai
</p>
ตั้งใจจะไปดู Super Man พรุ่งนี้ค่ะ เห็นใคร ๆ ชื่นชม ทำให้ไม่พลาดแน่ค่ะ
ที่ประจวบฯ ไม่มีโรงหนัง คริ คริ
เลยไม่ค่อยได้ดูหนัง ถ้าจะดูหนังสักเรื่องต้องไปถึงหัวหิน
ปกติเป็นคนไม่ชอบดูหนัง แต่บางครั้งต้องอดทนเข้าไปดูเป็นเพื่อนลูก ๆ
จริง ๆ แล้ว ถ้าดูหนังดูละคร แล้วย้อนคิด ก็จะได้ประโยชน์จากการดูทั้งสิ้น
ไม่ได้ดูหนังมานานมากแล้ว.. แต่ตอนนี้ชักอยากจะดูซะแล้วซิ ^__^
ขอบคุณน้องลูกหมูเต้นระบำมากๆๆๆๆ เลยค่ะ
เยี่ยมมากคะ อยากให้เด็กๆคิดฝึกคิดแบบนี้บ้าง
...เป็นคนที่ไม่ชอบดูหนัง...แต่อ่านแล้วสนุก...และน่าดูนะคะ...ขอบคุณค่ะ
คุณลูกหมูได้มากมากการดูหนังจริง ๆ เลยนะครับ
ชอบบันทึกสไตล์นี้ของคุณลูกหมูมากนะครับ
...
ขอบคุณครับ
คุณลูกหมูได้มาก
มากกว่าการดูหนัง จริง ๆ เลยนะครับ มีสาระแฝงมามากมาย ชื่นชมครับขอบคุณพี่ๆที่เข้ามาให้กำลังใจนะครับ
ขอบคุณมากค่ะ