<blockquote><blockquote> <strong><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"></span></strong><img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/034/461/original_aek.jpeg?1285450178" border="0" align="middle"><br>

</blockquote></blockquote><p class="MsoNormal">เมื่อถามถึง คำว่า สุขภาพ มีความหมายอย่างไร กับคนในชุมชน ก็จะได้คำตอบที่หลากหลาย และคำตอบก็เป็นคำตอบที่เป็นแนวคิดเชิงบวก </p> <p class="MsoNormal">ครั้งหนึ่งเมื่อช่วงเรียนปริญญาตรี อาจารย์ท่านได้บอกว่า “Health is ม่วน คำว่า ม่วน เป็นภาษาล้านนา ซึ่งหมายถึง มีความสุข สนุก ดังนั้นความหมายของสุขภาพจึงเกี่ยวพันกับความสุข หากปรากฏการณ์ใดที่สร้างสุข ปรากฏการณ์นั้นถือเป็น สุขภาพ ตามความหมายง่ายๆ </p> <p class="MsoNormal">          จะมีสุขอย่างไร ? เป็นคำถามแสนง่าย แต่หาคำตอบยากมาก  เพราะความหลากหลายของความสุขนี่เอง ทำให้มนุษย์มีกระบวนการสร้างสุขหลากหลาย ตามจริตและแรงกรรม(Karma) ของตน</p> <p class="MsoNormal">          ผมคิดว่า หากเราจะสุข ก็ต้องพึงมีองค์ประกอบครบ กาย ใจ จิตวิญญาณ ที่เติบโตอย่างเข้มแข็ง ตามภาษาพระท่านเรียก พรูหะระ ก็คือ ทำให้งอกงาม เข้มแข็ง กล้าแกร่ง เป็นสุขและชนะทุกข์ได้ </p> <p class="MsoNormal">          บันทึกนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อนำแลกเปลี่ยนคนทำงานด้วยกัน เตือนตนเองเพื่อการพัฒนาของตน โดยใช้หลัก โยนิโสมนสิการสัมปทา  ฉลาดคิด แยบคาย ให้ได้ผลประโยชน์และความจริง นั่งประมวลความคิดตนเองผ่านประสบการณ์การทำงานช่วงที่ผ่านมา และการได้มีโอกาสทำงานด้านสุขภาพชุมชนในอดีต</p><h3 style="background-color: #ffff00">พัฒนากาย </h3> <p class="MsoNormal">          คำตอบที่ถามเรื่องความหมายของ สุขภาพ ที่ถามชาวบ้าน มักจะได้คำตอบแรกว่า ความสมบูรณ์ของกาย เป็นคำตอบแรกๆ ของการมีสุขภาพดี ดังนั้น กายน่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดเห็นเป็นรูปธรรมที่สุด ง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับ การพัฒนาใจและจิตวิญญาณ </p> <p class="MsoNormal">          ร่างกายเราก็เหมือนเครื่องยนต์ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา หาก ระบบใดขัดข้องอาจทำให้ระบบใหญ่ทั้งระบบล่มลงได้ ดังนั้นการดูแลร่างกายให้แข็งแรง ก็เป็นเสมือนการดูแลเครื่องยนต์ทั้งองคาพยพ  ให้ฟิตและพร้อมอยู่เสมอ เช็คเครื่องตามระยะ หรือเริ่มมีอาการผิดปกติ(ซึ่งอาจสายไป) </p> <p class="MsoNormal">          สิ่งที่นำเข้าไปในร่างกายรวมถึง กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ สำคัญครับ ทั้ง อาหาร การออกกำลังกาย อากาศ อารมณ์ แม้กระทั่ง อุจจาระก็สามารถบอกโรคได้  กิจกรรมและการดูแลสุขภาพเหล่านี้ นำไปสู่ อโรคยา(ความปลอดโรค)</p> <p class="MsoNormal">          สร้างนำซ่อม เป็นแนวคิดของกระทรวงสาธารณสุข ที่พยายามเชิญชวนให้ดูแลสุขภาพ โดยการสร้างเสริมสุขภาพก่อนที่จะเข้าโรงซ่อม ดังนั้นการเตรียมพร้อมเรื่องของกายจึงสำคัญที่สุดในส่วนพื้นฐาน</p> <h3 style="background-color: #ffff00">พัฒนาใจ </h3> <p class="MsoNormal">          การพัฒนาใจ นี่ยากขึ้นมาอีก กายจะแข็งแรงอย่างไรก็ตาม หากใจอ่อนแอ ก็แย่เอาง่ายๆ เพราะกายและใจสัมพันธ์กัน </p><p class="MsoNormal">การออกกำลังกายช่วยให้กายแข็งแรง แต่การสงบนิ่ง เป็นการออกกำลังของใจ  </p><p class="MsoNormal">ดังนั้น หลักสำคัญในการพัฒนาใจ ก็คงเป็นการสงบนิ่ง ฝึกตนโดยการใช้ศิลปะการครองชีวิตของพระพุทธเจ้า  งดงามในเบื้องต้นด้วยศีลบริสุทธิ์ งดงามในท่ามกลาง  ด้วยการมีจิตใจสงบเย็น และงดงามในบั้นปลาย ด้วยความสมบูรณ์แห่งปัญญา</p> <p class="MsoNormal">          การพัฒนาใจต้องใช้เวลา ฝึกฝน ไม่ได้ปฏิบัติสำเร็จกันโดยง่าย  ปล่อยวาง เรียบง่าย และว่าง …ต้องฝึกบ่อยๆตามสถานการณ์ที่เป็นจริงในชีวิตประจำวัน มีสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ก็อาจใช้คำว่า ช่างมันเถอะ และ เป็นเช่นนั้นเอง  ในการจัดการกับความยึดติด(อุปาทาน) ที่เรายังมี โดยเฉพาะ อัตตวาทุปาทาน ยึดมั่นโดยความเป็นตัวตนที่เป็นพื้นฐานที่ทุกคนมี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า สิ่งต่างๆที่คนมีอุปาทานเข้าไปยึดถืออยู่นั่นหละเป็นตัวความทุกข์ หรือเป็นมูลเหตุแห่งทุกข์ หรือ ร่างกายและจิตใจที่คนเข้าไปยึดถือด้วยอุปาทานอยู่นั่นหละเป็นความทุกข์ </p> <p style="background-color: #99ff99" class="MsoNormal">ทุกข์ยึด ทุกข์ปล่อย หรือทุกข์คลายอยู่ที่เราครับ</p><h3 style="background-color: #ffff00">พัฒนาจิตวิญญาณ </h3><p class="MsoNormal">          พัฒนาสองสิ่งแล้ว กาย และ ใจ มาถึงการพัฒนาจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นการพัฒนาชั้นสูงขึ้นไปอีก เป็นการฝึกจิตรู้ ฝึกปัญญา ซึ่งเทียบได้กับการสังเคราะห์จากประสบการณ์ (Spiritual Experience)เพื่อนำมาเป็นอุบายในการพัฒนาตน ฝึกให้รู้ ให้เข้าใจ อันถูกต้องและสมบูรณ์</p> <p class="MsoNormal">          ในหนังสือของท่านพุทธทาส (๒๕๔๘) มีตอนหนึ่งกล่าวว่า เพราะฉะนั้นเราควรต้องเห็นคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของการที่เห็นสิ่งทั้งหลายถูกต้องตามความเป็นจริงและควรพยายามให้เกิดมีขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง กล่าวคือ ทางที่จะเป็นไปเองตามธรรมชาติ โดยการประคับประคองให้ดี ทำจิตใจให้มีปีติปราโมทย์</p> <p class="MsoNormal">          การพัฒนาทางจิตวิญญาณจึงเป็นการฝึกปรือตน ให้มีปัญญา สติ สัมปชัญญะ  สมาธิ เพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่และดูแลตนเอง ที่เห็นกันอยู่ก็คือ การฝึก อานาปานสติ แบบง่ายๆ พิจารณา กาย ใจ จิต เวทนา ในวิถีประจำวันเห็นความจริงพื้นฐาน เข้าถึงความสุขได้ไม่ยาก</p> <p class="MsoNormal">          เมื่อถึงพร้อม กาย ใจ จิตวิญญาณ ก็ชีวิตคุณภาพก็เติบโตขึ้นในทุกมิติ สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ความมีดุลยภาพ(Equilibrium) พัฒนาอะไรก็ตามต้องคำนึงถึง ความสมดุล หากไร้สมดุลก็จะไม่ยั่งยืน อย่างไรก็ตามการพัฒนากาย ใจ จิตวิญญาณให้เติบโต พึงปฏิบัติอย่างสมดุล เพียงพอ และพอดี</p><blockquote><blockquote><blockquote><p class="MsoNormal"> </p></blockquote></blockquote></blockquote> <p class="MsoNormal">          คนทำงานอย่างเรา ต้องให้ความสำคัญของความสมดุล ระหว่าง การทำงาน การเรียนรู้ และธรรมะ  หากเปรียบชีวิตเป็นเครื่องดื่มก็คงต้องเป็นเครื่องดื่มที่กลมกล่อมและส่วนผสมที่ลงตัว…อย่างไรก็ตาม การทำงาน คือ การปฏิบัติธรรม ดังที่ท่านพุทธทาส ท่านได้กล่าวไว้ นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นปัจจุบันมาทบทวน แบบแยบคายและเชิงบวก เพื่อชีวิตที่ดีงามในวินาทีข้างหน้าของตนเอง และสังคม</p> <p class="MsoNormal"> </p> <p class="MsoNormal">          บันทึกนี้เขียนเพื่อเตือนตน</p> <p style="background-color: #ffffff" class="MsoNormal">          เพื่อพัฒนาตนให้สมดุลในชีวิต </p> <p style="background-color: #ffffff" class="MsoNormal">          ผ่านวันคืนและวัยที่ยังเยาว์-อ่อนด้อยประสบการณ์ของผม  </p> <p style="background-color: #ffffff" class="MsoNormal">          ผมไม่ได้มีความรู้ลึกเรื่องธรรมะ แต่ผมสนใจใคร่รู้ </p> <p style="background-color: #ffffff" class="MsoNormal">          ผมไม่แตกฉานแต่ผมอยากจะค้นคว้า </p> <p class="MsoNormal">          ผมไม่ได้สำเร็จแต่ผมมุ่งมั่นคิดทำ ...</p> <p class="MsoNormal">          </p> <p class="MsoNormal"> </p> <p style="text-align: center; background-color: #ffffff" class="MsoNormal" align="center">Stop doing bad things.</p> <p style="text-align: center; background-color: #ffffff" class="MsoNormal" align="center">Do more good things.</p> <p style="text-align: center" class="MsoNormal" align="center">Purify your mind.</p> <p class="MsoNormal"> </p> <p class="MsoNormal"> </p> <p class="MsoNormal">แรงบันดาลใจในการเขียน :  Karma by Phra Bhasakorn Bhavillai (2005) หนังสือเล่มนี้เขียน-แปล เป็นภาษาอังกฤษ โดย David Freyer  หนังสือจะกล่าวถึง The coming and going of Karma ที่น่าสนใจ โดยการเทียบกับแรงทางฟิสิกส์ แรงกระทำ ต่อพื้นที่ และแรงสะท้อน Good Action and Bad Action</p> <p class="MsoNormal"> </p> <p style="background-color: #ffccff" class="MsoNormal">(ผมเคยฟังธรรมที่น่าสนใจจาก Phra Bhasakorn Bhavillai ที่วัดสวนดอก เชียงใหม่ เมื่อครั้งเรียนปริญญาตรีที่ มช.  เลยประทับใจตลอดมา และวันหนึ่งโชคดีก็ได้หนังสือเล่มนี้มาอ่าน : Karma)</p><blockquote><blockquote><blockquote><blockquote><blockquote><blockquote><p class="MsoNormal"> </p></blockquote></blockquote></blockquote></blockquote></blockquote></blockquote> <p style="text-align: center" class="MsoNormal" align="center">                                         Purify your mind.</p> <p class="MsoNormal">                                                     จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร</p> <p class="MsoNormal">                                                         ๗ ต.ค. ๔๙</p> <p class="MsoNormal">                                                     เมืองปาย,แม่ฮ่องสอน</p>