เมื่ออารมณ์ความรู้สึกผูกกับคำพูด
สองสัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกหงุดหงิด บอกไม่ถูกในความรู้สึกว่า เหตุที่ทำให้หงุดหงิดนั้นมาจากเหตุใดรับรู้ได้เพียงจิตใจมั่นหอเหี่ยว ไม่สดชื่น ไม่อิ่มเอิบ จึงมานั่งทบทวนตัวเอง ว่าอะไรหนอที่ทำให้รู้สึกก็ยังนึกไม่ออก ความรู้สึกมันก็ยังแย่เหมือนเดิม
เมื่อวานไปทำงานตอนเช้า พอไปถึงที่ทำงานหัวหน้าบอก
“เมื่อวานตึกผู้ป่วยโทรมาต่อมาAdmit คนไข้แล้ว ไม่ส่ง เอ๊กซ์เรย์ให้เขาก่อน เขาต้องเสียเวลาเอาคนไข้ออกมาอีกรอบ เท่านั้นแหล่ะ เริมหงุดหงิดขึ้นมาอีก คิดใจใน”
“เอ้า ก็คนนะวุ๊ย Admit ทีละ 3 คน ไม่ใช่เทวดานะจะได้ไม่ผิด เอาออกมาก็จบ” ( ในใจนั้นยังพาดพิงเทวดา หาเหตุผลให้ตัวเอง ไม่ใช่เหตุผลซิข้อแก้ตัวต่างหาก)
พอเดินออกมาซักประวัติ มีคนไข้มาถามหา พร้อมกล่องเบอร์การี่ กล่องใหญ่ บอกเจ้านายส่งมาขอบคุณที่สัปดาห์ที่แล้ว ช่วยดูแลตอนมาตรวจ
อารมณ์ดีขึ้นมาฉิบ เรื่องขุนเคืองหายไปหมด
พอตอนเย็นก็เลยกลับมานั่งทบทวนตัวเอง ใหม่ว่าเหตุที่หงุดหงิดนั้นคืออะไร ก็ได้คำตอบกลับมาว่า อ้อ.... ก็เราเอาอารมณ์ความรู้สึกของเราไปผูกติดกับคำพูดคนอื่น พอเขาพูดถึงเราไม่ดีก็รู้สึกไม่ชอบใจ เหมือนตกนรก แต่พอเขาพูดถึงเราดี กลับลิงโลด เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ น้านไง ความรู้สึก กับจิต ไปพูกไว้กับคำพูด และการรับรู้เข้าแล้ว จริงหากทบทวนให้ดี
เหตุการณ์แรกที่หัวหน้ามาบอกนั้นเราน่าจะขอโทษที่ทำผิดพลาด และขอบคุณที่เตือนเพื่อป้องกันความผิดพลาดครั้งต่อไป นี่เป็นสิ่งที่น่ายินดีมากกว่าการมานั่งหาเหตุผลเข้าข้าตนเองเพื่อไม่ให้เป็นคนผิด มิใช่หรือ คนไข้นั้นสำคัญการที่เราส่งกิจกรรมไม่ครบย่อมส่งผลกระทบกับผู้ป่วย ที่ต้องกลับออกมาเอ๊กซ์เรย์ ใหม่ หากระหว่างทางผู้ป่วยเกิดมีปัญหา เราคงตกนรกไม่น้อย
เหตุการณ์ต่อมาที่มีคนมาชื่นชมขอบคุณนั้น เราควรรู้สึกเฉยๆมากกว่าลิงโลด เพราะที่เราทำนั้นคือหน้าที่ที่พึงปฏิบัติมิใช่ การปฏิบัติเพื่อต้องการรางวัลหรือคำชื่นชมมิใช่หรือ หากรู้สึกชื่นชมยินดีก็เท่ากับว่า การกระทำของเราไม่บริสุทธิ์ เป็นการกระทำเพราะเพียงต้องการคำชื่นชม หรือรางวัลตอบแทน ซึ่งจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น
วันนี้จึงมานั่งทบทวนตัวเองให้เตรียม จิต เตรียมใจที่จะรับกับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวันเพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันความรู้สึกความคิดอย่างมีสติตรอง ไม่ผูกความคิด อารมณ์ ความรู้สึกกับคำพูดใด แต่ จะอยู่ในความเป็นจริงในเหตุ ในผลต่างหาก
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการทำงานวันนี้นะค่ะ
ชลัญธร
ส่องย้อนสะท้อนจากใจ...จนผมสามารถนำไปใช้...คิดถึงจัง...แต่ก็วุ่นๆ ครับ
มาให้กำลังใจค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวให้สะท้อนดูตัวเองครับ...
* ยินดีด้วยค่ะ....เป็นความสงบร่มเย็นใจที่เราได้ค้นพบเองแล้ว...
* เก็บภาพเงาชายคาบ้าน สะท้อนจากอ่างบัวในสวนมาฝากค่ะ
ความดีจะเชื่อมโยงอารมณ์และคำพูดที่สร้างสรรค์ ขอบคุณมากครับ
ไปปฏิบัติธรรมกลับมา ก็ดีอย่างนี้แหละ
บางครั้งการรู้เขาก็ไม่เท่ากับการรู่เราเนอะ..เราเป็นคนนี่นะผิดบ้างพลั้งบ้างไม่เป็นไรตั้งต้นใหม่
เราต้องให้อภัยตัวเราเอง
พอคิดได้แบบนี้ นางฟ้าเห็นๆเลยค่ะ น้องโจ้
สติ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ
เวลาที่เราตามอารมณ์ไม่ทัน อาจเพราะตัวตนเรายังใหญ่อยู่ ช่วงนี้ เจอสภาพนี้ รู้สึกอึดอัด ได้มาอ่านบันทึกนี้ ก็คลี่คลายค่ะ