ผมเชื่อว่าระบบการบริการทางการพยายาลแบบไร้รอยต่อมีจริง Seamless health care
ผมเชื่อว่าเสียงของผู้ป่วยเปลี่ยนโลกได้ และผู้ป่วยและหมอเองก็มีความรักให้กันปรับกันไป
ผมเชื่อว่าหากเรามองถึงมิติจิตวิญญาณที่ใส่ลงไปในระบบทางการแพทย์จะสามารถทำได้ดี
ผมเชื่อว่า..................................
ผมชวนมาฟังเพลง รพ.สูงเนินครับ .....ขอบคุณ Credit น่าจะเป็นทาง G2K ของพี่ คุณระพี ครับ ผมยืมมาครับเพื่อสร้างแรงบันดาจใจด้วยกันครับ....
หยุดยาวเวลาคิดและเพลินเยอะขึ้น.........
หยุดยาวนี่และก่อนหยุดยาว 2-3 วันผมได้มีโอกาสที่ได้รับผิดชอบงานหนึ่ง เล่นเอามึนงง และตื่นเต้นพอสมควรเพราะจบมาทางสายสังคมแต่งานนนี้ไหงมาทางสายวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อลองมานั่งทวนความคิดตัวเองทั้งวิทยาศาสตร์และสังคมไปๆมานั่นก็คือระบบเดียวกัน เรื่องที่ผมรับผิดชอบและนั่งลองทำดูและจะเอามาเล่านั่นก็คือเรื่อง "ประสบการณ์จากผู้ป่วย" หากถามว่าทำไมต้องทำเรื่องนี้ ผมลองประมวลสิ่งที่ได้ฟังจากผู้ใหญ่หลายท่านๆมา ผมสังเคราะห์ความคิดตัวเองในลักษณะนี้ครับ (ผมประมวลความคิดมาจากท่านเหล่านี้ครับ คือ อาจารย์อนุวรรธ แม่ต้อย อาจารย์โกมาตร พี่พอลล่า และพี่ดาว ผมต้องขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้ที่ผมลองมาและนั่งกลั่นต่อ เพื่อเตรียมการประชุม Patient experience ครับ ในวันที่ 6-7 มิถุนายน 56 ที่จะถึงนี้ )

Credit รูปภาพนี้ : พี่พรล่าถ่ายครับ
<ol>
</ol>
<hr><p>ไปอ่านมาเขาเล่าให้ผมฟังว่า ……….
</p><p>
สถาบันพีคเกอร์ (Picker Institute)
</span></p>
ก่อตั้งโดยเจมส์ พีคเกอร์ (Jame Picker) เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรจัดตั้งขึ้นเพื่อฟังเสียงสะท้อนจากประสบการณ์ของผู้ป่วยและครอบครัวแล้วนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพ ได้เริ่มดำเนินการสะท้อนบริการสุขภาพตั้งแต่ปี1993 โดยการศึกษามุมมองและประสบการณ์ความเจ็บป่วยในมิติต่างๆ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ป่วยและครอบครัวหลังจำหน่ายออกจากสถานบริการใหม่ๆ โดยไม่ลืมมุมมองจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ รวมทั้งการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และด้วยความร่วมมือจาก Harvard Medical School, Picker Institute และ The Common wealth Fund มีการกำหนดเป็น 7 มิติของการประเมินคุณภาพจากประสบการณ์ผู้ป่วย ต่อมาในปี 1987 จึงเพิ่มเติมมิติที่ 8 หลักการประเมินคุณภาพจากประสบการณ์ผู้ป่วยทั้ง 8 มิติได้แก่
1. เคารพในความเป็นมนุษย์ (Respect for patients’values, preferences and expressed needs)
2. ประสานทุกจุดบริการ (Coordination and integration of care )
3. สื่อสารข้อมูลให้ถึงพร้อม (Information, communication and education)
4. สิ่งแวดล้อมสัปปายะ (Physical comfort)
5. ภาวะอารมณ์สมดุลดี (Emotional support and alleviation of fear and anxiety)
6. เน้นการมีส่วนร่วมของญาติมิตร (Involvement of family and friends)
7. ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง (Continuity and transition)
8. เข้าถึงทุกเรื่องที่จำเป็น (Access to care)
ทั้งนี้กระบวนการที่สถาบันแพลนทรี คือ
การปรับเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกของหน่วยศัลยศาสตร์ ในปี 1985
ความสำเร็จของหน่วยนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่มีความความพึงพอใจมากขึ้น
จนได้รับการบรรจุไว้ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington)
และนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในรูปแบบแพลนทรีที่นิวยอร์ก โอเรกอน
และแคลิฟอร์เนีย ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990
ชื่อเสียงของสถาบันแพลนทรี
ทำให้ผู้บริหารระดับสูงและสถาปนิกจากสถาบันสุขภาพทั่วโลกส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพไปศึกษาดูงานโรงพยาบาลที่มี
Planetreemodel units ทำให้เกิดการขยายเครือข่ายองค์กรที่ใช้รูปแบบ Planetree ไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ยุโรป มากกว่า 150 โรงพยาบาล รวมทั้งคลินิกและสถานพยาบาล
องค์ประกอบของ Planetree Model เป็นการดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง มี 10 องค์ประกอบได้แก่
1. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ (Human Interactions)
2. การเกื้อหนุนจากครอบครัว เพื่อน และการสนับสนุนทางสังคม (Family, Friends, and Social Support)
3. การเข้าถึงข้อมูล (Access to information)
4. การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา (Healing environment ThroughArchitectural Design)
5. อาหารและโภชนาการ (Food and Nutritional)
6. ศิลปะและความบันเทิง (Arts and Entertainment)
7. จิตวิญญาณ (Spirituality)
8. การสัมผัสของมนุษย์ (Human Touch)
9. การรักษาแบบองค์รวม (Complementary Therapies)
10. การสร้างชุมชนเข้มแข็งที่เอื้อต่อสุขภาพ (Healthy Communities)
และจากแนวคิดที่สำคัญทั้งหมดนี้ได้นำไปสู่การปฏิบัติของเครือข่ายสถาบัน Planetreeเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรของตนเอง และมีการเผยแพร่ผลงานเหล่านั้น ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบการดูแลที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Creating a Patient-Centered System) 2.ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (Personalized Health Information) 3.การบันทึกในเวชระเบียน (Open Medical Records) 4.ดูแลสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลให้เงียบสงบ (Ensuring Quieter Hospital Environments) และ 5.การมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัว (Partnering with Patients’ Families)
หากเรามอง 2 แนวคิดแล้ว...เห็นอะไร

Credit :http://radiographics.rsna.org/content/30/5/1401/F5.expansion
หากมอง 2 แนวคิดผมเห็นเลยครับ 2 รูปแบบที่ออกมาจากการทำงาน คือในเรื่องของ Spiritual HA และมองเห็นไปอีกกระบวนการหนึ่ง คือ Model Care lover ครับ (เป็นทั้งการมาพัฒนามาตราฐานสถานพยาบาลที่ปรับและมุมมองสุขภาพจากผู้ป่วยเข้าไป นั้นหากสะท้อนคือเราจะเห็น RM Risk management ในนั้นครับ และเมื่อเห็นจะเกิดการปรับมาตราฐานที่มีรูปแบบที่เกิดจากเสียงสะท้อนผู้ป่วยโดยตรง โดยในเบื้องต้นจะเป็นรูปแบบ รูปแบบหรือต้นแบบการรักษาที่มีความรักและหัวใจมนุษย์ไปด้วย และจะมีการขยายผลออกไปเรื่อยๆแน่นอนครับ)
โดยทั่วไปการฟังเสียงผู้ป่วยนั้นมีทั้งกระบวนการที่เป็นการสำรวจความคิดเห็น หรืออีกรูปแบบที่สำคัญพอๆกันนั่นคือ การเป็นกระบวนการ หากผมอ่านของ Picker และผมค่อนข้างเห็นด้วยเข้าใช้กระบวนการแบบนี้นะครับ
1. การสนทนากลุ่ม (Focus groups) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลขนาดเล็ก
2. การสัมภาษณ์รายบุคคล
(One-to-one interviews) เป็นการสนทนากับผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการรายบุคคล
ด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบพบปะ (face-to-face) หรือสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
3. การทดลองใช้บริการโดยไม่รู้ตัว (Mystery shopping) เป็นวิธีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการผู้รับบริการ โดยผู้เก็บข้อมูลเปลี่ยนบทบาทไปเป็นผู้ใช้บริการ
4. การสังเกตในสถานการณ์จริง (Observation in healthcare settings) เทคนิคนี้นักวิจัยต้องได้รับการฝึกฝนวิธีการสังเกตและบันทึกพฤติกรรม ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา เป็นวิธีการสังเกตที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามตลอดระยะเวลาของการใช้บริการสุขภาพของผู้ป่วยโดยไม่รบกวนการดูแลและรักษา ใ
5. ตัวแทนความเห็นผู้ป่วย
(Patient panels) เป็นตัวแทนผู้ป่วยที่จัดตั้งขึ้นแบบจิตอาสาเพื่อให้ความคิดเห็นในการพัฒนาคุณภาพแก่บุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งสะท้อนความคิดใหม่ๆ
6. การจัดกิจกรรมพิเศษ (Deliberative events/citizen’s juries) เป็นการสอบถามความคิดเห็นในที่สาธารณะ เช่น การสานเสวนา เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนส่วนใหญ่ให้ได้ร่วมกันพิจารณาและหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ที
7. การวิเคราะห์ (เอกสาร (Analysis of written materials) เป็นเทคนิคการวิจัยที่พยายามบรรยาย
เนื้อหาของข้อความหรือเอกสาร/สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น กลยุทธ์ นโยบายและพฤติกรรม
โดยมุ่งประเมินประเด็นสำคัญที่สนใจหรือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ถ้าลองนำไปนั่นจะปรับระบบขนาดใหญ่มาก เพราะเป็นทั้งกระบวนการ และเป็นอีกเรื่อง มันเป็นความรักของเพื่อมนุษย์ด้วยกัน และให้ผู้ป่วยเองสามารถค้นหา Source of hope ครับ สวัสดีวันวิสาขบูชาครับ.............
ผมขอฝากกำลังใจให้ทุกท่านครับ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลระบบสุขภาพเพลงนี้ให้ทุกท่านครับ…เมื่อทุกท่านเห็นคนไข้ดีขึ้นจะเป็นมีพลังใจมากมาย…ครับ เพลงกำลังใจ…ในรูปแบบเน้นไปทางล้านนาเล็กน้อยเพราะผมเป็นคนเหนือ (เมืองนั่นเองครับ….) ลูกหมู
<iframe src="http://www.youtube.com/embed/5UT82DC3z1I?feature=player_detailpage" allowfullscreen="" frameborder="0" height="360" width="640"></iframe>
<p>
</p>
ทั้ง .... เรื่องของ Spiritual HA ....และ.... Model Care lover ..... เป็นความงดงาม ของคนทำงาน นะคะ ..... ขอบคุณบทตวามดีดี นี้มากๆ นะคะ
ขอบคุณครับพี่ ดร เปิ้ลที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ และชื่นชมนะครับ ทีมงานพี่ ดี เปิ้ลเป็นทีมงานที่เข้มแข็งทุกคนครับ ดูจากรอยยิ้ม
มาเยี่ยมเยียนบ้านนี้ทีไร ได้ความรู้ ความคิด มากมาย
จนแทบจะหอบกลับไม่ไหว ที่แน่ ๆ ได้มีโอกาสนำไปประยุกต์ใช้กับเด็กนักเรียนได้ด้วยค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับครูที่เข้ามาเยี่ยมชม เวลาผมไปบ้านครูแต่ละครั้งพลังก็มากมายเหลือเกินครับครู
"คลื่นลูกเก่า มลายเมื่อไกล้ฝั่ง คลื่นลูกใหม่ประดังเข้าแทนที่" ทุกครั้งที่มีงาน HA และการไปเยี่ยม รพ.ของสรพ. จะมีน้อง พรทั้งหล้า มารายงานให้เห็นความเคลื่อนไหว ให้คนที่ไม่ได้เข้าวงเวทีได้เรียนรู้ ระยะหลังมานี้ น้องพรทั้งหล้า คงภาระงานเยอะจึงห่างหาย ทำให้ผู้เฒ่าคิดถึง ....
ลูกหมูเต้นระบำ มาทายทักบันทึกทำให้ได้เรียนรู้เรื่องHA อย่างต่อเนื่อง
รพ.สูงเนินเป็นอีก รพ.หนึ่งที่ผมหวังและตั้งใจ แวะไปเรียนรู้เยี่ยมเยียน
"ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่น" คือโฆษณา ผ้าปูที่นอนยี่ห้อหนึ่ง HA ที่เนียนในเนื้องาน มาสู่การเป็นองค์กรที่น่าไว้วางใจ ก็ดุจเดียวกับ โฆษณา ผ้าปูที่นอน....คือ หลับเป็นสุข.....
แวะมาชื่นชมรอยหยักร้อยล้านหยักในสมองของคุณลูกหมูเต้นระบำค่ะ
เก่งมากนะคะ
ขอส่งกำลังใจให้งานก้าวหน้าลุล่วงไปด้วยดีนะคะ เป็นผลพลอยได้ที่ดีมากกับผู้ป่วยและผู้ร่วมงานด้วยค่ะ
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- ขอบคุณมากครับพี่วอญ่า ช่วงนี้พี่พอลล่ายุ่งๆนะครับแต่งานที่พอลล่าทำก็มากมายหลายอย่าง...ล่วยแล้วแต่เป็นพลังในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งนั้นครับพี่.. ขอบคุณพี่วิญญ่าที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ และพี่วอญ่าเองก็เป็นหนึ่งในการทอผ้าปูที่นอนยี่ห้อ HA นี้เช่นกันนะครับพี่ ............
Bright Lily ขอบคุณนะครับพี่ที่เข้ามาเยี่ยมชมกลับจาก happy ba ที่ภูเก็ตแล้วหรือครับพี่ ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะครับเดินทางเยอะๆแบบนี้ แต่อย่าลืมถ่ายภาพสวยและบรรยายเรื่องเล่าให้พวกเราได้อ่านด้วยนะครับพี่ ขอบคุณมากครับ..
ขอบคุณดอกไม้จากพี่ทุกคนที่ให้นะครับ…..
มาให้กำลังใจน้องลูกหมูคนเก่งจ้ะ
คุณมะเดื่อ ขอบคุณมากครับพี่ที่เข้ามาเยี่ยมชมและมาอ่านนะครับ... ลูกหมูไม่ได้เก่งหรอกครับโชคดีที่มีผู้ใหญ่ใจดีเล่าให้ฟังและเราก็ได้ฟังมาเล่าต่อครับพี่
ก๊อกๆๆๆ มาแอบอ่าน อิอิ
♥.`๏'-พร ทั้ง หล้า`๏'- ♥ 555 เจ้า HAI มาเองเลยนะครับ...แอบนินทาไปด้วยในบทความนะครับพี่อย่าถือนะ... ขอบคุณนะครับ..ที่ให้ความรู้เยอะแยพไปหมด..
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆๆ อ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจ ได้ทั้งความรู้และกำลังใจ ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือคำตอบที่ผู้รับบริการต้องการ ฝันดีก่อนนอนคืนนี้ค่ะ
เสียงสะท้อนจากผู้รับบริการ ช่วยให้เราได้พัฒนาทั้งความคิดและการกระทำค่ะ
ช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้เราได้ ยามที่รู้สึกท้อแท้ (แต่ไม่ท้อถอย นะคะ)
บางเวลา.. ก็ทำให้เราหมดแรงทำงานได้เหมือนกัน
HA ช่วยให้เราพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง เพราะเราจะถูกตรวจสอบตลอดเวลา
ขอบคุณน้องลูกหมูเต้นระบำมากค่ะ ที่ช่วยบอกเล่ากิจกรรมดีๆ
รพ.สูงเนินยินดีต้อนรับวอญ่าท่านผู้เฒ่านะคะ ^__^
กิตติพร วานิชขจร ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและเป็รพลังให้พี่ๆทุกคนครับ ในการทำงานต่อไปนะครับพี่..
kunrapee ขอบคุณนะครับพี่ที่เอา Clip youtube ดีๆแบบนี้มาลง ผมเข้ามาเห็นปุ๊บโดนจริงๆเลยครับพี่.. ขอบคุณพี่ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนติดตามกันนะครับผม
มาให้กำลังใจ สำหรับคน สานฝัน แม้จะไม่ง่าย แต่น่าจะมี วันนั้น
Nursing Administration ขอบคุณมากครับอาจารย์จะลิงะยายามดูครับ และผมเองคงต้องขอความรู้อาจารย์ด้วยครับ
ชื่นชมในแนวคิดมากค่ะ