โรงเรียนขนาดเล็ก จะจิ๋วแต่แจ๋ว ไม่ได้เลย ถ้าไม่ทำโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน

      ผู้เขียนคุยกับ "คุณมะเดื่อ" เพื่อนครูที่ผู้เขียนให้ความเคารพ ถึงเรื่องราวใน

โรงเรียน ว่าตลอดปิดเทอมมีความสะอาดเอี่ยม เหมือนปิดเสาร์อาทิตย์ ด้วยฝีมือและ

ความใส่ใจของครูเวร และคณะครูที่มาเตรียมการ ๓ วัน ก็ช่วยกันคนละไม้ละมือ พอ

เปิดเรียน ๑๖ พฤษภาคม นักเรียนก็เรียนได้เลย


      อีกท่านหนึ่งที่มาความสำคัญ คือ รปภ.(ยาม) ของโรงเรียน    ชื่อ 

ยามกร่าง กรับทอง อายุ ๖๕ ปี มีสุขภาพแข็งแรง อาชีพทำนาปลูกอ้อย ฐานะ

เศรษฐกิจครอบครัวดี มีลูกหลานมากมาย รักและเสียสละเพื่อโรงเรียนของชุมชน อยาก

เห็นโรงเรียนมีความความสะอาด ร่มรื่นและปลอดภัย


      ผู้เขียนติดต่อ ยามกร่าง ให้มานอนที่โรงเรียนตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เนื่องจากโรงเรียน

ไม่มีภารโรง และขณะนั้นมีการลักขโมยบ่อยมาก โดยให้ค่าตอบแทน ๒,๐๐๐ บาท 

ตอนหลังเพิ่มให้ ๒,๒๐๐ - ๒,๔๐๐ ตามลำดับ ผู้เขียนจ่ายเงินส่วนตัวให้ ๒,๐๐๐ บาท

ตลอดมา ที่เหลือคุณครู ๔ คนช่วยกันออก

      คำนวณเงินที่ผู้เขียนจ่ายค่าตอบแทนความมีน้ำใจของยามกร่างไปแล้ว นับถึงสิ้น

เดือนเมษายน ๒๕๕๖ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๖๐,๐๐๐ บาท แต่คุ้มค่ามาก โรงเรียนมี

ภูมิคุ้มกันที่ดี ผอ.ได้ใจชาวบ้าน ยามกร่างปฏิบัติหน้าที่เกินเงินเดือน เช้าตื่นขึ้นมา 

จะเก็บกวาดอาคาร กวาดใบไม้บนถนน  เปิดประตูหน้าต่าง  ดูแลความเรียบร้อย ก่อน

กลับบ้าน เป็นเช่นนี้เกือบเจ็ดปีที่บ้านหนองผือ ก็ช่วยให้ผู้เขียนนอนหลับสบายคลาย

กังวล เพราะมียามกร่าง นอนเวรที่โรงเรียน


      เมื่องานอาคารสถานที่เบาใจ ก็หันมาดูวิชาการงานการเรียนการสอน ดูที่ ป.๓ NT 

และ ป.๖ Onet  ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา สพฐ.และสทศ. ปรับรูปแบบและเนื้อหา

การสอบระดับชาติ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ที่ทำท่าว่าจะดี ต้องสะดุดลง แต่ยังโชคดีที่

โรงเรียนเตรียมการแต่เนิ่นๆ ด้วยการสอนแบบเข้ม ทำให้ผล NT ออกมากลางๆค่อน

ข้างดี Onet ป.๖  ทั้งเขตฯมี ๙๓ โรงเรียน บ้านหนองผือ อยู่อันดับที่ ๓๒  ถ้าจัดอันดับ

ในโรงเรียนเล็กด้วยกันทั้งหมด ๔๔ โรงเรียน บ้านหนองผืออยู่อันดับที่ ๑๔  ทำให้มี

เสียงฮือฮากล่าวขานจากศึกษานิเทศก์พอสมควร ว่าเราทำได้ทั้งที่ไม่มีครูท่านใดจบ

วิชาเอกหลักๆเลยแม้แต่คนเดียว ที่สำคัญ มี ๒ วิชา คือ วิทยาศาสตร์และภาษา

อังกฤษ คะแนนสูงกว่าระดับประเทศ ติดท๊อปเท็นของเขตด้วย


     คงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะนำไปคุยโม้โอ้อวดใดๆ ได้แต่คุยและสรุปในที่ประชุมครู 

ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นจากครูประจำชั้น และนักเรียนให้ความร่วมมือ รวมทั้งครูทุกคน 

ให้ความใส่ใจ ให้ความสำคัญกับแนวทางบริหารจัดการของผอ.ที่ต้องการทำ

โรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน ทั้งงานวิชาการ งานข้อมูลสารสนเทศและสิ่งแวดล้อม พอ

ทำได้ลงตัว ทุกอย่างก็เชื่อมโยงกันหมด


      ผู้เขียนจึงบอกครูว่า ปีนี้ ขอเหมือนเดิมนะ ครูทำหน้าที่และรับผิดชอบห้องเรียน

ของตนให้ดีที่สุด(ครูคนหนึ่งสอน ๒ ชั้น)เป็นครูใหญ่ประจำห้อง  มีสิ่งใดจะให้ผอ.ช่วย

บอกทันที อย่าเก็บปัญหาไว้ จะได้แก้ไขทัน บรรยากาศชั้นเรียนและธุรการข้อมูลประจำ

ห้องต้องพร้อม หมั่นทบทวนสะสาง ไม่ต้องคิดแบบบันทึกมากเรื่องมากความ ทำที่มี

อยู่ให้สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ใส่ใจในการใช้สื่อ ใช้เครื่องมือประเมินผลจะดีกว่า 

แผนการเรียนรู้ก็ไม่ต้องทำทุกวิชา มีโอกาสก็พานักเรียนออกไปนอกห้องบ้าง


      สิ่งใดที่ครูเห็นว่าดี ทำแล้วเกิดประโยชน์กับเด็กและองค์กร ทำเลย ไม่ต้องเกรงใจ 

บางเรื่องไม่ต้องเขียนโครงการรออนุมัติ รอคำสั่ง เจอผอ.คุยได้เลยหรือหารือกันในที่

ประชุม จะได้ช่วยกันร่วมคิดร่วมทำ อย่ากลัวว่าพูดแล้วจะเหนื่อยหรือสิ้นเปลือง ผอ.ไม่

ปล่อยให้ทำคนเดียวแน่ และอย่าให้จำนวนครูจำนวนเด็ก และงบประมาณ มาเป็น

ข้ออ้าง เป็นข้อจำกัดในการพัฒนาอย่างเด็ดขาด ตราบใดที่ผอ.ยังมีเงินเดือน

และยังอยู่โรงเรียนเล็กๆแบบนี้


      ท้ายสุด ขณะที่ก้าวไปข้างหน้า อย่าลืมบทเรียนในปีที่ผ่านมา วิเคราะห์หาจุดที่ต้อง

ปรับปรุงแก้ไข โรงเรียนเล็กๆจะย่ำเท้าอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว และแน่นอน จะจิ๋วแต่แจ๋ว ไม่

ได้เลย ถ้าเราไม่ทำโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน


                                                                              


 

  

  


 




ขอบคุณเพลงประกอบจาก You Tube