"...ทุกวันนี้ ผมจึงทำงานด้วยอิสรภาพที่แท้จริง เป็นเสรีภาพที่เราทุกคนต่างมีได้ไม่ยากเย็น"

   วันนี้ระหว่างพักเบรคช่วงเย็น ผู้เขียนได้เจอกับพี่สุเวชก็นั่งคุยกันเกี่ยวกับเพื่อนที่ลาออกไปทำการเกษตร ต่างคนต่างไม่ได้โทรฯถามไถ่ถึงโครงการของเพื่อนถึงไหนแล้ว

   พี่สุเวชพูดตลกๆว่า

    "เพื่อนกำลังมีความสุขกับการเกษตรแบบพอเพียงหรือว่าล้างจานจนไม่มีเวลาทำตามสิ่งที่ฝันไว้"พี่สุเวชพูดไปพร้อมหัวเราะ หึ หึ (แฟนเพื่อนขายกับข้าว)

   "นั่นสิ ขนาดหนังสือที่พี่ให้ผมยืมอ่านผมยังอ่านไม่จบเลย"ผู้เขียนหมายถึงหนังสือ

'ปลูกอนาคต ปลูกเมล็ดพันธุ์ กับ โจน จันใด'

   "ไม่เป็นไร ค่อยๆอ่าน ไปตามที่มีเวลานั่นล่ะ"

..........................................

  

   "ชีวิตคนปกติ มันดูผิดปกติสำหรับผม"

    โจน จันใด ก็เหมือนหลายๆคนที่หลงเข้ามาอยู่เมืองกรุง เห็นผู้คนทำงานกันหนักหน่วง ไม่ค่อยมีเวลาว่าง เขาไม่เคยเห็นใครทำงานเกินแปดชั่วโมงต่อวัน 

    วิทยาการก้าวหน้าขึ้น แต่ทำไมคนต้องทำงานมากขึ้นจนสุขภาพทรุดโทรม ครอบครัวแตกสลาย ชีวิตที่ขาดจิตใจ

   เขานึกถึงชีวิตชาวนาชาวสวนที่อยุ่กันอย่างสมถะ สงบ สุข พออยู่พอกิน

   เขาเห็นความแปลกแยกของสังคมเมือง ขณะที่คำถามของเขากลายเป็นสิ่งผิดปกติ และเป็นคนแปลกของคนส่วนใหญ่

   "...ทุกวันนี้ ผมจึงทำงานด้วยอิสรภาพที่แท้จริง เป็นเสรีภาพที่เราทุกคนต่างมีได้ไม่ยากเย็น" โจน ทิ้งท้ายไว้ในตอนที่หนังของหนังสือ(ปฐมบทชีวิต ของ โจน จันใด/อิสรภาพที่แท้จริง)

.....................................


  "ว่าจะโทรหาไพวัลย์(เพื่อนที่พูดถึง)ก็ไม่ได้โทรสักที เดี๋ยวจะลองโทรสักวันเผื่อจะได้ไปเยี่ยมโครงการของเพื่อนบ้าง" พี่สุเวชพูดจริงจัง

   ผู้เขียนนึกถึงเพื่อนคนนั้นว่าปานนี้ เขาเดินตามรอยของ ฟูกูโอกะ ถึงไหนแล้ว เขาเป้นเพื่อนคนแรกที่นำหนังสือ ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นสุดท้าย  ของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ มาให้อ่านเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว 

   ไม่คิดว่าเพื่อนยังคงคิดถึงแนวคิดนั้นอยุ่และลาออกก่อนเกษียนเมื่อปีที่แล้ว

   สักวันจะได้เห็นไร่นาสวนผสม อันอุดมสมบูรณ์ ของเพื่อน ผู้ไม่เคยทิ้งอุดมการณ์นั้น

   สักวัน....

..............................

  พ.แจ่มจำรัส

29 เมษายน 2556