KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 593. ครูในฐานะนักจัดการความรู้

วันที่ ๑ เม.ย. ๕๖ ผมเข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา ที่ สสค.  โดย ศ. นพ. ประเวศ วะสี เป็นผู้เรียกประชุม  เชิญบุคคลสำคัญ ๓ คน ที่อาจารย์เรียกว่า “สามนางพญา” (Queen Bee) ด้านการปฏิรูปการเรียนรู้ มาให้ความเห็น  ท่านบอกว่า ต้องการพิมพ์หนังสือว่าด้วยการขับเคลื่อนกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา ให้มีพลัง จับใจผู้คน  สำหรับใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของการเรียนรู้  จากการสอนถ่ายทอดเนื้อหาวิชาในห้องเรียน สู่การเรียนรู้ทุกพื้นที่ของชีวิต

“สามนางพญา” ไล่จากอายุน้อยที่สุด ไปสู่อายุมากที่สุด (ที่จริงอายุไล่เรี่ยกัน คือ ๖๐ +_)  คือคุณสุภาวดี หาญเมธี ประธานกลุ่มบริษัทรักลูก,   คุณพรพิไล เลิศวิชา เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ผู้เชี่ยวชาญ Brain-Based Learning,    และ รศ. ประภาภัทร นิยม  มีการพูดกันว่าทักษะของครูในยุคใหม่ต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง  และครูในปัจจุบัน ไม่มีทักษะเหล่านั้น  ซึ่งหมายถึงทักษะในการทำหน้าที่ “คุณอำนวย” หรือโค้ช ของการฝึกทักษะ ให้แก่ศิษย์ 

คุณพรพิไล กล่าวว่า ครูต้องมี dialogue skills หรือทักษะจัดการประชุมแบบสุนทรียเสวนา  ให้ นร. แลกเปลี่ยนเรียนรู้การตีความปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำ  แบบไม่เน้นถูก-ผิด แต่เน้นการคิดหรือการตีความที่หลากหลาย  เพื่อให้เกิดปัญญา   

การเรียนรู้สมัยใหม่ นักเรียนต้องเน้นเรียนโดยลงมือทำ  ทำไปคิดไป  เมื่อเห็นผลที่เกิดขึ้นก็ทำความเข้าใจ ว่าผลนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร  หาคำอธิบายผลที่เกิดขึ้นนั้น  ได้เป็นความรู้ภายในตัวนักเรียนแต่ละคน (tacit knowledge)  แล้วครูชวนนักเรียนประชุมหรือคุยกัน หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แบบสุนทรียสนทนา  เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่กว้างขวางเชื่อมโยง หลายแง่หลายมุม

ครูสมัยใหม่ จึงต้องเป็นนักจัดการความรู้  ในฐานะ “คุณอำนวย” จัดการ ลปรร. Tacit Knowledge ในกลุ่มนักเรียน เพื่อยกระดับความรู้จากการปฏิบัติ  เชื่อมโยงสู่ความรู้ทฤษฎี (Explicit Knowledge)  ด้วยประการฉะนี้

วิจารณ์ พานิช

๑ เม.ย. ๕๖