เพิ่งอ่านเจอข่าว เด็ก ม.๖ โดนเพื่อนร่วมโรงเรียนแกล้งล๊อกอินเข้าเปลี่ยนคณะที่เลือกในการสอบแอ๊ดมิดชั่น ด้วยการใช้เพียง เลขรหัสประชาชน ผมก็รู้สึกว่า นี่เป็นตัวอย่างของความหละหลวมของระบบคอมพิวเตอร์เมืองไทย ที่ไร้สามัญสำนึก คนออกแบบระบบมักง่าย เอาข้อมูลสำคัญ(ที่ดูเหมือนลับแต่ไม่ค่อยลับ)มาใช้เป็นรหัสผ่าน และ ที่สำคัญคนไทยส่วนมากยังไม่เอาจริงเอาจัง ไม่มีสามัญสำนึกกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนตัว และจะว่าไป นี่ก็เข้าข่ายแฮ็กกิ้ง ซึ่งน่าจะมีโทษเป็นคดีทางอาญา
ฝรั่ง เช่นชาวอเมริกันเขาจะหวงมากเลย เลข SSN ถือว่าเป็นความลับ แต่ของไทยเรา ทำไมเลขรหัสประชาชนนี่มันไม่เป็นความลับกันเลย แถมยังเดาได้อีกด้วย และใช้กันจนเกร่อมากไป
ส่วนหนึ่งที่เดาเลขรหัสประชาชนได้ เพราะเลขประชาชนของเรามันไม่ใช่เลขแบบสุ่ม แต่เป็นเลขแบบอนุกรม (serial number) อย่างเลขรหัสตัวแรกๆ มันจะว่าไปตาม ประเภทของคน ท้องที่ตามจังหวัด อำเภอ ตำบล นอกจากนั้นก็เรียงกันไปตามบ้านต่างๆ ในตำบลนั้น แถมเลขตำแหน่งสุดท้ายยังคำนวนได้เสียอีก
มีเรื่องตลก ผมเคยเจอที่อนุสาวรีย์ชัยฯ สักปีหนึ่งมาแล้ว มีพริตตี้มาตะโกนปาวๆ แถวป้ายรถเมล์ ขอให้ผู้โชคดีคนไหนที่เลขประจำตัวประชาชนมีเลข 0 กับ 1 ออกมาแสดงตัว แสดงบัตรให้ดู เพื่อรับของแจก ผมก็นึกได้ว่า อ้อ คนอยู่กรุงเทพ ก็เลขบัตรเริ่มด้วย 1-10 กันทั้งนั้นนี่นะ คงมีคนโดนหลอกกันมั่งแหละ
อีกส่วนหนึ่ง คนไทยเราไม่มีการถือว่าเลขเหล่านี้เป็นความลับ ผมเชื่อว่า ใครต่อใครที่หน่วยงานปกครองท้องถิ่นและหน่วยราชการต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ ผมเชื่อว่าข้าราชการเหล่านั้นท่านอาจจะบริสุทธิ์ใจแต่ก็ไม่ทราบว่าเรื่องการรักษาความลับของประชาชนนี้จะทำได้ดีแค่ไหน แถมตามสถานที่ราชการต่างๆ ก็ขอถ่ายเอกสารบัตรประชาชนกันจนเกร่อ เสร็จแล้วเอาไปทิ้งที่ไหน ทำลายหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดาว่าเสร็จแล้วคนงานทำความสะอาดเอาไปชั่งกิโลขายมากกว่า อันนี้หละหลวมมาก (สังหรณ์ใจ) ถ้าเป็นอย่างนั้น
บางคนบอกว่า ที่เลขประจำตัวประชาชนมันกระจายว่อนกันอยู่ เป็นเพราะมีการใช้เบอร์พวกนี้กันเกร่อเกินไป เช่นแม้แต่การสมัครเว็บไซต์ต่างๆ ก็อ้างว่า ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์บังคับให้เว็บต้องจัดเก็บสำเนาบัตรไว้ด้วย ไม่ทราบจริงไหม (ผมไม่เชื่อว่าจริง อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่เคยขอดูบัตรผม) ถ้าจริง กฎหมายข้อนั้น หรือกฎกระทรวงข้อนั้น ผมว่าน่าจะเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ(ฝรั่ง) (แต่อาจไม่ผิดของไทย)
ในอนาคต เมื่ออาชญากรข้ามชาติเข้ามาหากินกับคนไทยมากขึ้น หรือคนไทยที่เป็นมิจฉาชีพเองก็ตาม ก็สามารถใช้ข้อมูลที่มันรั่วๆ แบบนี้หากินได้ง่าย
ต้องจำไว้ว่า ข้อมูล หรือ ความรู้ (รวมถึงความลับส่วนตัว รูป วีดิโอคลิป ฯลฯ) นั้นเป็นทรัพย์อย่างหนึ่ง แต่เป็นทรัพย์ที่แปลก คือว่า ถ้าปล่อยออกไปแล้ว เราก็หมดสิทธิเป็นเจ้าของมันโดยลำพังอีกต่อไป ข้อมูลอะไรก็ตามในอินเตอร์เน็ตไม่มีวันโดนลบออกไปได้หมด (เช่น ถ้าคลิปหรือรูปส่วนตัวของใครหลุดออกไป ก็หมดสิทธิแก้ไขอะไรได้)
ข่าวการแฮ็คข้างต้นอาจจะเป็นสัญญาณปลุกให้ตื่นเรื่องการรักษาความลับเรื่องข้อมูลส่วนตัวกันก็ได้
เป็นความคิดเห็นที่มีประโยชน์มาก ๆ จ้ะ มีหลายเว็บที่คุณมะเดื่อเข้่าไปคิดจะ
สมัครสมาชิก แต่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวโดยเฉพาะเลขประจำตัวประชาชน ก็
ทำให้คุณมะเดื่อเลิกล้มความคิดจะสมัครสมาชิก .... คิดเหมือนกันว่า ทางเว้บ
เขาอาจจะเอาไง้ตรวจสอบข้อมูลว่าเรามีตัวตนจริง ๆ หรือไม่ก็ได้ .... แต่คุณ
มะเดื่อก็ไม่เห็นด้วย เพราะคิดเช่นเดียวกับอาจารย์น่ะแหละจ้ะ ขอบคุณจ้ะ
เช่นกันครับ เว็บไหนขอเลขบัตรประชาชน ผมมักจะไม่สมัคร มียกเว้นอยู่เว็บเดียวคือเว็บของวัดหนึ่งที่ผมเชื่อใจบรรดาคนทำ รู้ว่าปลอดภัยแน่ๆ