GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

พรมจรรย์กับคุณค่าของผู้หญิง

ผู้หญิงไทยถูกสอนมาแต่โบร่ำโบราณเรื่องการรักนวลสงวนตัว   

 พรหมจรรย์´ จึงกลายเป็นเครื่องหมายของ ´ผู้หญิงดี´ ในสังคมไทยมานาน ฝ่ายชายก็ให้บรรทัดฐานความดีงามของฝ่ายหญิงไว้ที่ความบริสุทธิ์ทางร่างกายจนเป็นค่านิยมจนถึงปัจจุบัน และดูเหมือนว่า ค่านิยมนั้นจะกลายเป็นป้ายตราราคาที่ผู้หญิงเอามาแปะที่ตนแบบไม่รู้ตัวไปแล้ว 

              

คำว่า พรหมจรรย์ ถ้าแปลตามตัวอักษร

      หมายถึง ´ความประพฤติอันบริสุทธิ์สะอาด´ แต่โดยทั่วไป เราจะรู้จักพรหมจรรย์ในรูปของเนื้อเยื่อบางๆ ในช่องคลอด หรือที่เรียกว่าเยื่อพรหมจรรย์

ซึ่งเยื่อบางๆ นี้สามารถฉีกขาดได้โดยการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายช่วงล่างมาก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว

          ในเมื่อพรหมจรรย์ของผู้หญิงเป็นแค่สิ่งที่อยู่ภายในร่างกาย และสามารถขาดได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่านกิจกรรมทางเพศ

              เหตุใดผู้ชายจึงมองหาสิ่งนั้นกันมากนัก อันที่จริงแล้ว ผู้ชายส่วนใหญ่ที่เฝ้าฝันว่าจะได้ผู้หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องมาเป็นภรรยา เขาไม่ได้มองไปที่เยื่อบางๆ นั่นหรอก แต่มันมีความหมายตื้นๆ เพียงว่า สาวผู้นั้นต้องไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับชายใดมาก่อนเลยต่างหาก

           และความต้องการของผู้ชายในส่วนนี้ ทำให้หลายครอบครัวสอนลูกสอนหลานที่เป็นผู้หญิงว่า พรหมจรรย์เป็นของสำคัญของเพศหญิง และเราควรเป็นอย่างยิ่งที่จะรักษาเอาไว้ให้กับผู้ชายที่เรารัก หรือไม่ก็คนที่เราแต่งงานด้วย

         ผู้หญิงจึงถูกฝังหัวด้วยความกลัวว่าจะ ´เสียตัว´ มาแทบจะตั้งแต่เกิด มิเช่นนั้น เราจะกลายเป็นผู้หญิงมีราคี สูญสิ้นคุณค่า และจะไม่มีชายใดหมายปองเราอีก

           ความเชื่อแบบนี้ ทำลายชีวิตผู้หญิงมานักต่อนักแล้ว    นัยหนึ่งมันหมายถึงการชี้นำให้ผู้หญิงเรายกคุณค่าทั้งหมดของตนไปวางไว้บนเศษเสี้ยวเพียงเล็กน้อยของชีวิต แล้วถ้าวันใดวันหนึ่ง เราเกิดพลาดพลั้งเสียท่าให้ใครโดยที่เราไม่เต็มใจ หรือถ้าเรารู้สึกว่ารักผู้ชายคนหนึ่งอย่างหมดใจ จึงมอบร่างกายให้ หลังจากนั้นเขากลับตีจาก หรือถ้าเราแต่งงาน หากแต่ต้องเลิกรากันในภายหลัง ถ้าเรายกให้พรหมจรรย์เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตถึงเพียงนั้น ย่อมหมายความว่าคุณค่าของเราหมดลงแล้วใช่ไหม    

         เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ผู้หญิงเราผูกติดความงดงามทั้งภายในและภายนอกของตนไว้ที่การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนหนึ่ง

            บางรายถึงขั้นยอมทนกับชีวิตรักที่น่าอดสู ยอมอยู่ทั้งที่ผู้ชายที่เรารักไปมีผู้หญิงอื่นมากหน้าหลายตา เพียงเพราะว่าเราได้มอบร่างกายให้เขาไปแล้ว เรามองด้วยสายตาของคนที่มีความคิดดูถูกตนว่า ถ้าเลิกกับผู้ชายคนนี้ไป ต้องไม่มีผู้ชายไหนมารักเราอีก เพราะเรากลายเป็นผู้หญิงมีมลทินเสียแล้ว 

            ดังนั้น ใครที่มีความเชื่อเช่นนี้ฝังรากลึกอยู่ในหัว จงปรับความคิดความเชื่อเสียใหม่เสียเถอะ เราไม่ได้มาประกาศว่า เฮ้! มีเซ็กซ์กันเถอะ กับใครก็ได้

            ไม่จำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้คนที่เรารักเท่านั้นหรอก เราไม่ได้มาบอกว่าการมีเซ็กซ์กับผู้ชายเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องดีงามอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าเราไม่สามารถลงเอยกับผู้ชายคนนั้น หรือไม่ เขาเป็นฝ่ายเดินออกจากชีวิตเราไป เราก็อยากให้ผู้หญิงทุกคนมองคุณค่าของตนให้สูงส่ง แล้วจงเดินออกมาจากเครื่องพันธนาการเฮงซวยนั้นอย่างเข้มแข็ง

          แม้การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่เรารักเป็นสิ่งที่ไม่ผิดแปลก แต่เมื่อความรักสะบั้นลง คุณค่าของเราก็มิได้มอดดับลงไปด้วย เรายังมีศักยภาพในการทำงาน โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ชาย เรายังมีจิตใจที่เต็มเปี่ยมในการมีความรักใหม่ และเรามีโอกาสอีกมากมายที่จะพบกับชายคนใหม่ที่มองคุณค่าของเราที่สมองและหัวใจ มิใช่ตรงแค่ ´ส่วนนั้น´ ของร่างกาย     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): สุขภาพจิต
หมายเลขบันทึก: 53345
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)