"ผมว่ามนุษย์มีหางนี่แปลกนะ
ที่แปลกกว่านั้นมันเสียบปลั๊กกับต้นไม้ได้มันเหมือนมีเส้นประสาทอยู่"
อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
4 กพ. 2553
(เป็นคำพูดของอาจารย์ เมื่อการประชุมคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน ที่พอช.)
อวตาร....หนังเล่าว่า
อวตาร” (AVATAR) ภาพยนตร์สุดอลังการเรื่องผลงานของ ผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ได้ถูกถ่ายทอดไว้ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ซึ่งเป็นที่โด่งดังและถูกกล่าวขวัญถึงทั่วโลกมากที่สุดเรื่องหนึ่ง อวตารเป็นภาพยนตร์ที่ให้ทั้งความสนุก สีสันของภาพที่งดงาม น่าตื่นตา และการติดตามเรื่องราวอันเรียบง่าย แต่เร้าให้ผู้ชมตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยความยาว 3 ชั่วโมงเต็ม ด้านเทคนิคคงไม่ต้องเอ่ยถึงกันมาก ซึ่งทราบกันดีอยู่ว่า เจมส์ คาเมรอน ได้สรรค์สร้างฉากที่สวยงามบรรเจิด และสร้างตัวละครแอนิเมชันที่ดูเหมือนจริงด้วยการผสมผสานเทคนิคพิเศษกับการ เคลื่อนไหวจริงของเหล่านักแสดง อย่างทุ่มเทและลงตัว
อวตาร คือร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่ลอกเลียนแบบให้เหมือนชาวนาวี บน
“ดาวแพนโดรา” มีลักษณะคล้ายมนุษย์ รูปร่างสูงใหญ่มีหาง
ผิวหนังมีลายสีน้ำเงินเต็มตัว เรืองแสงได้ยามค่ำคืน
เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บนดวงดาวแพนโดรา
ดวงตาเปล่งประกายสุกใสสีเหลืองโทนน้ำตาล มีดั้งจมูกใหญ่เหมือนสิงโต
มีฟันเขี้ยวที่ยาวแหลม
ทีมนักวิทยาศาสตร์ นำทีมโดย “เกรส”
หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ออกแบบวิจัยและสร้างร่างเสมือนของชาวนาวี
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “พาหนะ” นี้ขึ้นมา ด้วยวิทยาการชั้นสูง
(ซึ่งบอกว่าเป็นยุคอนาคตที่ชาวโลกไฮเทคมากๆ)
โดยการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อให้ออกมามีรูปร่างหน้าตาเหมือนชาวนาวีอย่างกับแกะ
โดยร่างจะหายใจหรือเคลื่อนไหวได้ด้วยจิตของมนุษย์เจ้าของร่างอวตาร
ผ่านเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เสมอ

“เจค ซัลลี่” พระเอกของเรื่องผู้มีขาพิการทั้งสองข้าง เป็นตัวแทนของกองทัพทหารฝ่ายมนุษย์โลก ที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่โดยการใช้ร่างอวตารเป็นสื่อในการติดต่อกับชาวนาวี ที่แท้จริง บนดาวแพนโดราของพวกเขา เจคต้องเข้าไปใช้ชีวิตและคลุกคลีกับชาวนาวี ระหว่างนั้นเขาได้เรียนรู้และฝึกฝนตนเองให้อยู่และเป็นอย่างชาวนาวี การทำงานของเจคถูกใช้เพื่อการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญเพื่อแผนในการโน้มน้าวให้ชาวนาวียอมโยกย้ายถิ่นฐานและออกไปจาก ดินแดนที่พวกเขาเคยอยู่ อันจะเป็นการเปิดทางสะดวกในการขุดเจาะแร่พิเศษ “อันออบเทเนียม” ที่มนุษย์โลกตีราคาไว้ด้วยมูลค่าสูงลิบลิ่ว และจะนำเอากลับไปยังโลกของตน ซึ่งในที่สุด ผู้นำแห่งกองทัพได้ชักจูงให้ผู้นำแห่งการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ใช้การบุกโจมตีด้วยอาวุธอย่างรุนแรงเพื่อขับไล่ชาวนาวีออกไปให้พ้นทาง
โทรุมัคโต .....วีรบุรุษเผ่านาวี

เมื่อหนังหักมุม มนุษย์จากฟ้ากลับปราชัยธรรมชาติ ท้ายสุดเหตุการณ์ทุกอย่างกลับมา.....เมื่อธรรมชาตินั้นสามารถชนะได้อีก
ครั้ง นี่กระมังที่เขาเรียกว่าธรรมชาติลงโทษ ผูงมังกรบินและสัตว์อื่นๆ
รวมถึงธรรมชาติ
รวมพลังกันโจมตีกองทัพมนุษย์ผู้รุกรานทั้งหลายที่เรียกว่าอนารยชน
ในตอนหนึ่งบอกว่า "“มนุษย์ ทำร้ายแม่ตนเอง” แม่ที่นี้ชาวนาวีหมายถึงธรรมชาติขุมพลังที่เกาะเกี่ยวกันไว้
ต้นไม้แห่งชีวิตที่ทุกสรรพสิ่งประสานกันอยู่ ทั้งชาวนาวี มังกรบิน
หรือแม้กระทั่งการประสานสู่การเป็น โทรุมัคโต สัญลักษณ์แห่งการกลับใจและการพลิกฟื้นของเจค ที่กลับมาดูแลธรรมชาติ เผยในท่าทางชายผู้ขี่มงกรบินยักษ์ ที่นานกว่าหลายชั่วคนนักที่จะเป็นผู้กำชัยได้ในฐานะ โทรุมัคโต เพื่อประกาศพื้นที่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หนังเรื่องนี้ สะท้อนและกำลังบอกว่า คนจากฟ้า (หมายถึงพวกเรา)
ที่กำลังทำร้ายแม่ตัวเอง ดังเจคที่ได้ประกาศตัวเอง ในฐานะโทรุมัคโตเพื่อเป็นผู้รวมพลังชาวนาวีและกอบกู้ว่า ว่า :
"มาช่วยกัน บอกพวกเขาว่า โทรุคมัคโต เรียกพวกเขา"
"บัดนี้ท่านจะได้ สู้ศึกร่วมกับข้า พี่น้องข้า ทั้งชายหญิง "
"เราจะแสดงให้คนจากฟ้ารู้ว่า พวกเขาไม่สามารถได้ทุกสิ่งที่เขาต้องการ."
ความนัย.....จากอวตาร
![]()
จากความน่าสนใจของหนัง นี่แหละครับคงเป็นจุดเล็กที่ผมเขียนบทความเรื่องนี้ ในเรื่องอวตาร ที่ท่านเล่าให้เราฟังในวันนั้น จากประโยคของอาจารย์เรื่องหนังอวตารนี่เอง "ผมก็มานึกเอาเองว่าหากเรามีหางที่สามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันได้รับรู้ความ รู้สึกระหว่างกันบ้างก็น่าจะดีแน่ เพราะบางครั้งการที่เราไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกคนอื่นได้ สิ่งนั้นเองก็ทำให้คนอื่นก็ไม่เข้าใจเราเองเช่นกัน" เพราะคิดว่าหนังเรื่องนี้แม้แต่อาจารย์เองก็สนใจต้องมีอะไรดีแน่
"ผมตัวเองว่า บนความรู้สึกว่าคนเราไม่เคยพอจริงๆนะครับว่าไหม
ที่เราดั้นด้นเข้ามาในที่นี่ก็เพื่อ แร่อะไรสักอย่างนี่แหละ
ที่เป็นที่อยู่ของมนุษย์มีหาง
แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ก็พยายามเพื่อเข้าใจพวกมนุษย์เหล่านี้
ผมกำลังนึกถึงอะไรรู้ไหม ก็จะไปไล่ที่เขายอมทำทุกวิถีทางเลย
ท้ายสุดไม่ได้เป็นอย่างนั้น
อำนาจยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่ได้เป็นของมนุษย์กลับแปลกที่ยิ่งใหญ่นั้นคือ ธรรมชาติ
ในเรื่องที่สื่อสารสายใยชีวิตของคนและธรรมชาติโดยการใช้หางของตัวเองประสาน
กับทุกสิ่ง ที่มีช่องทางเพื่อการเชื่อมต่อกัน
ท้ายสุดมนุษย์ก็คือตัวเล็กๆคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ธรรมชาติและเราเองก็ใช้มัน อย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ผมบ่นนี่ผมก็ยังคิดว่าผมเองก็ใช้พลังงานพอสมควรเลยครับทั้งแอร์ ไฟฟ้า สารพัดที่ผมจะใช้มันลงไปได้ และที่กระตุกแนวคิดผมที่อาจารย์พูดคือ ต้นไม้มันเยอะไปหมด แต่เดี๋ยวนี้หละบ้านเรายังเยอะแบบนั้นหรือเปล่า เป็นเรื่องที่น่าหาคำตอบพอสมควร" และเราเองก็คงต้องหาคำตอบต่อไป...
เรารู้จักธรรมชาติดีแค่ไหน ?
รู้เท่ากับชาวดาวแพนเดอร่าไหม ?
แล้วเราเลือกที่จะทำลาย หรือเลือกที่จะรักษาธรรมชาติไว้ ?
ในหนังเขาอาจจะสร้างจินตนาการไปถึงดาวดวงอื่นแต่เรื่องจริงมันก็เกิดขึ้นบนดาวโลกของเรานี้แหละประเทศที่เจริญทางวัตถุมากๆ รุกรานเข้าไปในพื้นที่เพื่อเข้าไปแก่งแย่งกอบโกยทรัพยากร และ
มองว่าชาวป่า ชาวบ้านว่า "โง่" ไม่รู้อะไรทั้งๆที่ชาวป่าเขารู้จักโลกในธรรมชาติของเขาเป็นอย่างดี(ก็คงเหมือนกับว่ามนุษย์มีหางสื่อสารกับต้นไม้ได้กระมัง)คนในเมืองต่างหากที่ "ไม่รู้" และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับป่าและธรรมชาติ มีแต่การเสาะแสวงหาและใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้จักพอ
"เมื่อธรรมชาติอยู่ไกลเรายิ่งขึ้น และขณะเดียวกันเรายิ่งหนีธรรมชาติไปอีก" ลองฟังเพลงประกอบดูนะครับเราจะได้รับรู้ธรรมชาตินั้นยังมีความลับอยู่ ผ่านเพลง The secret garden

เป็นบันทึกที่สะท้อนมุมมองได้น่าคิดมากค่ะ
เรารู้จักธรรมชาติดีแค่ไหน ?
รู้เท่ากับชาวดาวแพนเดอร่าไหม ?
แล้วเราเลือกที่จะทำลาย หรือเลือกที่จะรักษาธรรมชาติไว้ ?
* ขอร่วมรำลึกถึงคุณไพบูลย์ คนดีของแผ่นดิน..
* ขอบคุณแง่คิดดีๆจากบันทึกนี้ที่สะท้อนความสมถะเรียบง่าย ในการดำเนินวิถีชีวิตแบบรักธรรมชาติ..ให้คุณค่าของเพื่อนมนุษย์ และการเผื่อแผ่ต่อสังคมอย่างจริงใจค่ะ
พี่นงนาทครับอาจารย์ไพบูลย์เล่าให้ฟังเรื่องนี้ผมเองก็ถามเรื่องนี้มันดีอย่างไรจึงไปดูครับ พบ่วามันดีจริงการเล่าเรื่องที่ง่ายๆของหนังและเทคโนโลยีนั้นยิ่งทำให้หนังน่าสนใจและน่าดูครับ ขอบคุณพี่นงนาทที่มาเยี่ยมนะครับ
มีท่านใครคิดเหมือนผมบ้างครับ
ว่าบันทึกทุกบันทึกของ "คุณลูกหมูเต้นระบำ" ทำให้หัวใจได้เต้นอย่างมีความสุข
เป็นสีสันหนึ่งที่งดงามของโกทูโนว์
รบกวนว่าเขียนเรื่อยๆ นะครับ...อยู่ให้นานๆ ที่สุด
หลงรักเข้าเสียแล้วครับ
(คิดถึงอาจารย์ไพบูลย์ด้วยนะครับ)
ขอคารวะความคิดเห็นของท่านไพบูลย์ด้วยครับ
ผมพลาดที่จะได้ทำงานกับท่านตอนท่านมาทำงาน สัจจะออมทรัพย์ที่หนองสาหร่าย กาญจนบุรีครับ
อาจารย์ครับ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม อาจารย์ไพบูลย์แนวคิดท่านเป็นแนวคิดเศรษฐศาสตร์การพัฒนาที่ปรับประยุกต์ใช้ได้จริงๆครับ
ขอบคุณดอกไม้จากพี่ๆนะครับ
เขียนซะผมอยากดูและเสียดายที่ยังไม่ได้ดู
ขอบคุณครับ
ชอบหนังเรื่องนี้มาก ชมสองครั้ง ขอบคุณที่นำมาฟื้นความจำอีกครั้งค่ะ
ตันติราพันธ์ ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชม หนังเรื่องนี้กำลังบอกเราเรื่องธรรมชาติและคนครับ....
แวะมาร่วมรำลึกถึงอาจารย์ไพบูลย์ด้วยคนนะครับ คุณลูกหมู
ปล. ภาพประจำตัวดูแล้วอารมณ์ดีนะครับ เหมือนบินได้จริง
รออ่านบันทึกนะครับ
ขอบคุณมากครับพี่ ที่มาเยี่ยมชม ผมเอาเพลงนี้มาฝากป่ากำลังบอกเรา..ผ่านเพลงป่าตะโกน