ได้อ่านข้อเขียนของคุณชาติชาย อมรเลิศวัฒนา กรณีนายเขตไทยคนต่างด้าว ได้เลขประจำตัวประชาชนผิดประเภทบุคคล [1]และข้อเขียนของ รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เรื่อง BR (Birth Registration) : ประเด็นการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ และสร้างชื่อเสียงให้นักวิจัยแสนดีอย่างยั่งยืน [2] ผู้เขียนมีข้อสังเกตเกี่ยวกับ “นิติวิธีในการกำหนดสัญชาติ” หรือที่ผู้เขียนขอเรียกว่า “นิติวิธีในการให้สถานะทางทะเบียนแก่บุคคลในรัฐ” เพื่อแก้ไขปัญหาความไร้รัฐ (Stateless Person) ของเด็ก และ ความไร้สัญชาติ (Nationality-less person) ของเด็ก
ดร. พันธุ์ทิพย์ เสนอว่า เพื่อศึกษาทั้งประเด็นการรับรองคนเกิดและคนอยู่ในทะเบียนราษฎร โดยการศึกษาปัญหากฎหมายการทะเบียนราษฎรเป็นหลัก และเอาปัญหา “นิติวิธีในการกำหนดสัญชาติ” เป็นรอง
ผู้เขียนเห็นด้วยตามแนวทางเสนอของ ดร. พันธุ์ทิพย์ เป็นอย่างยิ่ง ดร. พันธุ์ทิพย์ กล่าวถึง “ปัญหาการบันทึกผิดในทะเบียนราษฎร อันเกิดจากมาจากปัญหาการจดทะเบียนคนเกิดผิดหรือมิใช่ ก็ได้” ในที่นี้ผู้เขียนขอทบทวนเรื่องราว และนำเสนอประสบการณ์เกี่ยวกับ “การให้เลขประจำตัวประชาชนผิดประเภทบุคคล” ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็น “นิติวิธีในการให้สถานะทางทะเบียนแก่บุคคลในรัฐ” อันจะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำความเข้าใจ “นิติวิธี” ตั้งแต่แรกเริ่ม
(๑) โครงการให้เลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก โดยการกำหนดประเภทบุคคลออกเป็น ๘ ประเภท (เดิมกำหนดไว้ ประเภทบุคคลที่ ๑ – ๘ ต่อมา เพิ่มเป็น ๑๐ ประเภท บุคคลประเภทที่ ๙ และ ๐, ๐๐) [3] ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๖ ขั้นตอนเริ่มจาก การแก้ไขปรับปรุงทะเบียนบ้านรุ่นปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้เป็นปัจจุบันที่สุด หลังจากนั้น ก็ดำเนินการคัดลอกรายการบุคคลในทะเบียนบ้านจากแบบพิมพ์แบบเดิม ตาม ท.ร.๑๔ พ.ศ.๒๕๑๕ ฉบับสำนักทะเบียนฯ ไปลงในแบบพิมพ์ใหม่ คือ ท.ร.๑๔ พ.ศ.๒๕๒๖ โดยมีสาระสำคัญที่แตกต่างไปจาก ท.ร. ๑๔ เดิม ๒ ประการ คือ (๑) มีรายการเลขประจำตัวประชาชนบุคคล ๑๓ หลัก กล่าวคือ บุคคลแต่ละคนก็จะมีเลขประจำตัวประชาชนเพียงเลขเดียว และ (๒) มีรายการเลขรหัสประจำบ้าน ๑๑ หลัก กล่าวคือ บ้านแต่ละหลังที่มีเลขหมายประจำบ้าน (บ้านเลขที่)จะมีเลขรหัสประจำบ้านเพียงเลขเดียว
(๒) หลังจากคัดลอกเสร็จตามข้อ (๑) ก็จะถึงขั้นตอนการลงเลขรหัสประจำบ้าน และเลขประจำตัวประชาชน โดยมีการลงรายการคุมไว้ในเล่มการให้เลขประจำตัวประชาชนด้วย เรียงลำดับไปตามตำบล หรือถนน หมู่ที่ และ บ้านเลขที่
(๓) การดำเนินการตามข้อ (๑) และ ข้อ (๒) จะใช้วิธี “จ้างคัดลอก” หมายความว่า มีการจ้างบุคคลภายนอกมาทำการคัดลอกรายการในทะเบียนบ้าน จาก ท.ร.๑๔ ปี พ.ศ.๒๕๑๕ ไปลงใน ท.ร.๑๔ ปี พ.ศ.๒๕๒๖ และในการลงรายการเลขรหัสประจำบ้าน และเลขประจำตัวประชาชนใน ท.ร.๑๔ ปี พ.ศ.๒๕๒๖ โดยกรมการปกครองจัดสรรค่าคัดลอกให้รายชื่อละ ๑๐ สตางค์
(๔) หลังจากลงรายการตามข้อ (๑) และ ข้อ (๒) เสร็จเรียบร้อย ก็จะนำเสนอนายทะเบียน (ปกติก็คือ ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ หรือผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นฯ) เป็นผู้ลงนามในช่อง “นายทะเบียน” โดยนายทะเบียนจะลงนามทุกรายการบุคคล (นายทะเบียนลงนาม ๑ ชื่อต่อรายการบุคคล ๑ รายการ)
(๕) การดำเนินการตาม ข้อ (๑) – (๔) กรมการปกครองได้กำหนดแผนการให้เลขประจำตัวประชาชนแก่บุคคลประเภทที่ ๑ - ๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๗ แต่ข้อเท็จจริงถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗
(๖) รายการเลขประจำตัวประชาชน ประเภทบุคคลประเภทแรกที่ลงรายการก็คือ บุคคลประเภท ๓ ซึ่งหมายถึง “คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในสมัยเริ่มแรก (คือตั้งแต่ก่อนวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗) หมายความว่า บุคคลใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ ที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทยมาตั้งแต่ก่อนวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗”
(๗) ในระหว่างที่มีการให้เลขประจำตัวประชาชนบุคคลประเภทที่ ๓ อยู่นั้น หากมีบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิม (ท.ร.๑๔ ปี พ.ศ.๒๕๑๕) อยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้เลขประจำตัวก็ขอย้ายบ้านไปเขตหรืออำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นฯ อื่นก่อนช่วง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ บุคคลคนนั้นก็จะได้ เลขประจำตัวประชาชนบุคคลประเภทที่ ๔ โดยมีสมุดทะเบียนคุมการให้เลขประจำตัวประชาชนแยกไว้ต่างหาก
(๘) บุคคลที่เกิดและมีสัญชาติไทยและได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา ในห้วงตั้งแต่หลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๖ เป็นต้นมา จะได้รับการแก้การเกิดตามแบบสูติบัตรแบบใหม่ คือ ท.ร.๑ (แบบเดิมคือ สูติบัตร ท.ร.๑๙) และบุคคลดังกล่าวก็จะได้เลขประจำตัวประชาชนบุคคลประเภทที่ ๑
(๙) หากบุคคลที่เกิดตามข้อ (๑) และได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา ๑๕ วัน ตามกำหนด เมื่อไปแจ้งภายหลังเด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท ๒
(๑๐) เลขประจำตัวประชาชนประเภทที่ ๕ , ประเภทที่ ๖ , ประเภทที่ ๗ , ประเภทที่ ๘ ก็มีการกำหนดในภายหลังต่อมา หลังจากการกำหนดเลขประจำตัวประชาชนประเภทที่ ๓ และ ๔ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ประเภทที่ ๕ ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน
ประเภทที่ ๖ ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายในลักษณะชั่วคราวและคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ประเภทที่ ๗ ได้แก่ บุตรของบุคคลประเภทที่ ๖ ซึ่งเกิดในประเทศไทย
ประเภทที่ ๘ ได้แก่ บุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยหรือบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย
ประเภทที่ ๙ คือพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ตัวเลขแรกจะขึ้นต้นด้วยเลข ๙
ข้อสังเกตจากการให้เลขประจำตัวประชาชนผิดพลาดไป
(๑) ระบบโปรแกรมกำหนดให้มีการตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลที่เกิดก่อนปี ๒๕๒๗ แต่ได้เลขประจำตัวประชาชนประเภท ๑ (เลขประจำตัวประชาชนของบุคคลที่เกิดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๗ และแจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา) เพื่อป้องกันการออกหลักฐานผิดประเภท เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีบุคคลที่เกิดก่อนปี ๒๕๒๗ ได้เลขประจำตัวประชาชนประเภท ๑ เป็นจำนวนมาก
(๒) กรณีรายการบุคคลประเภท ๐ ซ้ำกับรายการบุคคลประเภท ๐๐ หรือ ซ้ำกับรายการบุคคลประเภท ๖ หรือ ประเภท ๗ มีหนังสือเวียนสั่งการให้แก้ไข จำหน่ายรายการบุคคลประเภท ๐ ไว้ ตามหนังสือเวียนเกี่ยวกับการจัดทำบัตรประจำตัวจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ของสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๑๙ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ แต่ไม่กล่าวถึงกรณีการแก้ไขเลขรายการบุคคลประเภท ๐ หรือ รายการบุคคลประเภท ๐๐ ที่ออกผิดพลาดไป
(๓) กรณีที่ข้อมูลตามฐานข้อมูลผิดพลาดบกพร่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่เข้าใจระเบียบฯ (ทำให้ฐานข้อมูลขัดแย้งกัน) โปรแกรมก็จะแก้ไขเลขประจำตัวประชาชนให้ใหม่เป็นบุคคลประเภทที่ ๕ โดยตัวเลขที่ ๖ จะขึ้นต้นด้วยเลข ๙ อาทิเช่น
ประมาณก่อนปี ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีการเปิดระบบออนไลน์ทะเบียนราษฎรแก่สำนักทะเบียนทั่วประเทศ บุคคลประเภทที่ ๓ ได้ถ่ายทำบัตรประจำตัวประชาชนไปแล้ว แต่อยู่ในระหว่างการแก้ไขฟิล์มรูปถ่ายใหม่ เนื่องจากฟิล์มถ่ายรูปบกพร่อง เช่น รูปหลับตา หรือถ่ายไม่ติด และในระหว่างที่มีการแก้ไขฟิล์มโดยการเรียกถ่ายซ่อมนั้น ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าว ได้มีการแก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน (แก้ไขรายการฯ หลังจากที่ได้ถ่ายรูปครั้งก่อนถ่ายซ่อมไปแล้ว) เช่น มีการแก้ไขรายการวัน เดือน ปีเกิด หรือแก้ไขชื่อบิดามารดา หรือแก้ไขรายการอื่นใดของบุคคล ทำให้ฐานข้อมูลบุคคลปัจจุบันเปลี่ยนไป (ฐานข้อมูล ณ วันผลิตบัตร กับวันที่แก้ไขรายการในทะเบียนบ้านขัดแย้งกัน กล่าวคือ มีการแก้ไขรายการหลังวันที่ที่ถ่ายรูปทำบัตรฯ) ดังนั้น ฐานข้อมูลก็จะมีการแก้ไขจากเลขบุคคลประเภทที่ ๓ ให้เป็นประเภทที่ ๕ โดยยกเลิกเลขประจำตัวประชาชนบุคคลประเภทที่ ๓ โดยมีข้อสังเกตจากเลขบุคคลประเภทที่ ๕ ตัวที่ ๖ จะขึ้นต้นด้วยเลข ๙ คือจะได้หมายเลขบุคคลเป็น 5-XXXX-900XX-XX-X (เลข ๑๓ หลัก)
หรือ กรณีบุคคลประเภทที่ ๒ เกิดตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๖ ลงไป แต่เกินกำหนดเวลาการแจ้งการเกิดภายใน ๑๕ วัน แต่ไปกำหนดเลขบุคคลเป็นประเภทที่ ๑ หรือ บุคคลประเภทที่ ๔ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้เลขประจำตัวก็ขอย้ายบ้านไปเขตหรืออำเภออื่นก่อนช่วง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ แต่ไปกำหนดเป็นเลขบุคคลประเภทที่ ๕ (ที่ถูกต้องต้องเป็นบุคคลประเภทที่ ๔) เป็นต้น ก็จะมีการแก้ไขเลขประจำตัวประชาชนเป็นบุคคลประเภทที่ ๕ ที่ตัวเลขที่ ๖ จะขึ้นต้นด้วยเลข ๙
(๔) นายเขตไท (ไม่มีนามสกุล) บุตรนายจะเร และนางเอ๋ สัญชาติพม่า เกิดที่โรงพยาบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ได้รับการแจ้งเกิดเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ โดยเทศบาลเมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ได้รับสูติบัตรบุตรบุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ ท.ร.๐๓ ได้รับหมายเลขประจำตัว ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วย ๐๐ มีสัญชาติพม่าตามบิดามารดา
ซึ่งถือเป็นการออกเลขประจำตัวบุคคลที่ผิดประเภท เพราะ ตามหลักนายเขตไทย ต้องได้เลขประจำตัวประชาชนเลข “๐” ซึ่งเป็นบุตรของคนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่เกิดในประเทศไทย มิใช่เลข “๐๐” ซึ่งเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติ ลาว พม่า กัมพูชา [4]
ฉะนั้น กรณีของนายเขตไท จึงเป็นการออกเลขประจำตัวประชาชน ผิดประเภท
(๕) ข้อเท็จจริงมีอีกกรณีที่ทำให้ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลขประจำตัวประชาชน ก็คือ การคัดลอกลงรายการเลขประจำตัวประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกผิด ในการคัดลอกครั้งแรก(จาก ท.ร.๑๔ ปี พ.ศ.๒๕๑๕ ลง ท.ร.๑๔ ปี พ.ศ.๒๕๒๖) หรือ การเขียนคัดลอกครั้งต่อต่อ ๆ มา เช่น การแจ้งการย้ายที่อยู่จากบ้านเลขที่หนึ่งไปยังอีกบ้านเลขที่หนึ่ง (ย้ายทะเบียนบ้าน) โดยการเขียนรายการผิดพลาด เช่น อ่านผิด เพราะลายมือที่เขียนไว้เดิมอ่านยาก ฯลฯ เป็นต้น เพราะในช่วงแรก ๆ ของโครงการกำหนดเลขประจำตัวประชาชน ยังต้องใช้ระบบเขียนด้วยมือก่อน ยังไม่ได้เปิดระบบออนไลน์แต่อย่างใด ทำให้ความผิดพลาดมีได้เสมอ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจสอบโดยสำนักทะเบียนกลางว่ามีความผิดพลาดเกี่ยวกับเลขประจำตัวประชาชน ก็จะแจ้งให้สำนักทะเบียนฯที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขเลขประจำตัวประชาชนเสียใหม่ตามที่สำนักทะเบียนกลางแจ้งมา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีแก้ไขเลขประจำตัวประชาชนเป็น "เลขบุคคลประเภทที่ ๕" ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น
เพราะตัวเลขประจำตัวประชาชนตัวสุดท้าย คือหลักที่ ๑๓ เรียกว่า "เป็นตัวเลขตรวจสอบ digit error" โดยโปรแกรมจะตรวจสอบว่าเลขดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ถ้าตรวจพบว่าไม่ถูกต้องก็จะแก้ไข
รายละเอียดหลากหลายกรณีตามนัยหนังสือสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท ๐๓๑๐.๕/ว ๒๓๕๙ ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เรื่อง แนวปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเลขประจำตัวประชาชนและการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนกลาง
อย่างไรก็ตาม หลังจากปี พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นต้นมา ความผิดพลาดจากการคัดลอกเขียนผิดก็ค่อย ๆ หมดไป เพราะเริ่มมีการเปิด “ระบบออนไลน์” ไปตามสำนักทะเบียนต่าง ๆ โดยเริ่มจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของศูนย์ภาคก่อน โดยเปิดเป็นกลุ่มอำเภอไป จนครบอำเภอในจังหวัดนั้น ๆ เช่น จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดที่ใหญ่มากมีเขตการปกครอง จำนวน ๓๖ อำเภอ (รวมกิ่งอำเภอ) และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล จำนวน ๔ แห่ง จึงต้องแบ่งโซนการเปิดระบบออนไลน์ไปทีละจุดจนครบทั่วทั้งจังหวัดในที่สุด และเป็นผลสำเร็จที่ทำให้การเปิดระบบออนไลน์ทะเบียนสมบูรณ์ครบตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นต้นมา
(๖) สำหรับเลขรหัสประจำบ้าน ๑๑ หลัก ก็เช่นเดียวกัน หากมีการแก้ไขเลขรหัสประจำบ้าน ก็จะมีการแก้ไขเลขรหัสตัวที่ ๕ จะขึ้นต้นด้วยเลข ๙ คือจะได้เลขรหัสประจำบ้านเป็น XXXX-9XXXXX-X
จากกรณีที่มีการออกเลขประจำตัวบุคคลที่ผิดพลาดในกรณีที่ยกตัวอย่างดังกล่าวข้างต้นเป็น “นิติวิธีในการให้สถานะทางทะเบียนแก่บุคคลในรัฐ” ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินการเกี่ยวกับสถานะของบุคคล ที่อาจคาดไม่ถึง อาทิ เช่น
(๑) ถูกล็อคโดยโปรแกรมของสำนักทะเบียนกลาง เพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งเลขประจำตัวประชาชนที่ถูกล็อคโดยระบบออนไลน์ จะไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียนใด ๆ ได้เลย จนกว่าจะได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน เช่น ไม่สามารถแจ้งการย้ายได้ ไม่สามารถถ่ายบัตรประชาชนได้ ไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียนครอบครัว (สมรส) ได้ หรือ ไม่สามารถแก้ไขรายการบุคคลในทะเบียนบ้านของตนได้ เป็นต้น
(๒) เมื่อจะดำเนินการตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามระเบียบกฎหมาย ก็จะติดขัดด้วยระเบียบ และระบบ เช่น บุคคลประเภทที่ ๗ แต่ไปลงรายการเป็นบุคคลประเภทที่ ๖ หากเกิดก่อนวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ บุคคลคนนั้นจะต้องได้สัญชาติไทยตามหลักดินแดน แต่ปรากฏว่าถูกลงรายการเป็นบุคคลประเภทที่ ๖ โดยไม่มีสูติบัตร ท.ร.๓ (บุคคลประเภทที่ ๗) ทำให้ยุ่งยากในการขอลงรายการสัญชาติไทย เพราะมีการลงหลักฐานผิดข้อเท็จจริงไป
(๓) เช่นกันกรณีของนายเขตไทย หากมีการลงเลขประเภทบุคคลเป็นเลข “๐๐” (แรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติ ลาว พม่า กัมพูชา) จะมีผลทำให้นายเขตไทย ไม่สามารถขอลงรายการในสัญชาติไทยตามปกติได้เลย เพราะเป็นต่างด้าว “สัญชาติพม่า” หากเป็นรายการบุคคลเลข “๐” หากปรากฏว่าบิดาหรือมารดาสามารถขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ ได้ ก็จะทำให้บุตร(นายเขตไทย) สามารถของลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ ได้เช่นกัน
ผลของการที่ออกสูติบัตรผิดไปก็คือนายเขตไทกลายเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติ พม่า ลาว กัมพูชา ที่เกิดในประเทศไทย แทนที่จะเป็นบุตรของคนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่เกิดในประเทศไทย
อ้างอิง
ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๕ ข้อ ๑๕๒
“เลขประจำตัวประชาชนไทย” จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/เลขประจำตัวประชาชนไทย
คู่มือเพื่อการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร(สำหรับผู้ปฏิบัติงาน)
http://www.oppd.opp.go.th/13-12-12_User.pdf
หนังสือสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท ๐๓๑๐.๕/ว ๒๓๕๙ ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เรื่อง แนวปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเลขประจำตัวประชาชนและการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนกลาง
http://www.mediafire.com/view/?eh2827o5uf9vs11
หนังสือสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๘ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เรื่องการแจ้งการเกิดและการจัดทำทะเบียนประวัติสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ http://www.mapfoundationcm.org/pdf/thai/policy24115.pdf
หนังสือสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๑๙ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ การจัดทำบัตรประจำตัวจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๓๐๒/ว ๑๒๙๘ ลงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๖ เรื่อง การกำหนดการให้เลขประจำตัวประชาชน http://www.mediafire.com/view/?rdkj0rliy7lodrk
ชาติชาย อมรเลิศวัฒนา, “เขตไทผู้ซึ่งรัฐไทยรับรองสัญชาติพม่า บุตรบุญธรรมคนสัญชาติไทย.” ๑๔ เมษายน ๒๕๕๖.http://www.gotoknow.org/posts/532923
มงคล ยะภักดี, “การสำรวจข้อมูลสถานะทางทะเบียนราษฎรของกลุ่มคนไร้รากเหง้า : ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะ.” 7 มิถุนายน 2553.
http://www.gotoknow.org/posts/364660
มงคล ยะภักดี, “อันเนื่องแต่ ว ๘ : การแจ้งเกิดและการจัดทำทะเบียนประวัติสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑.” 7 มิถุนายน 2553.
http://www.gotoknow.org/posts/266543
พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, “BR (Birth Registration) : ประเด็นการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ และสร้างชื่อเสียงให้นักวิจัยแสนดีอย่างยั่งยืน.”๑๕ เมษายน ๒๕๕๖.http://www.gotoknow.org/posts/533047
[1] ชาติชาย อมรเลิศวัฒนา, ๑๔ เมษายน ๒๕๕๖.http://www.gotoknow.org/posts/532923
[2] พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, ๑๕ เมษายน ๒๕๕๖.http://www.gotoknow.org/posts/533047
[3]ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๕ ข้อ ๑๕๒, หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๔๐๒/ว ๑๒๙๘ ลงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๖ เรื่อง การกำหนดการให้เลขประจำตัวประชาชน, “เลขประจำตัวประชาชนไทย” จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/เลขประจำตัวประชาชนไทย
[4]หนังสือสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๘ เรื่องการแจ้งการเกิดและการจัดทำทะเบียนประวัติสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ลว.๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒http://www.mapfoundationcm.org/pdf/thai/policy24115.pdf
เป็นงานเขียนที่เป็นประโยชน์มากค่ะ การทบทวนประวัติศาสตร์กฎหมายการทะเบียนราษฎรเป็นสิ่งที่จำเป็นค่ะ จะช่วยให้เข้าใจหลายเรื่องที่อาจไม่เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน อาทิ เลข 8 ซึ่งอาจเป็นทั้งคนต่างด้าวอยู่ถาวร คนสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ คนสัญชาติไทยโดยการสมรส คนสัญชาติไทยโดยการเกิดในสถานการณ์พิเศษ
ดีค่ะ มีคนชวนคิดประเด็นยากๆ และเป็นคนในทางปฏิบัตื
ขอบคุณมากครับสำหรับบทความที่มีประโยชน์และได้ความรู้ครับ ปรับใช้กับงานพื้นที่ได้เลยครับ