ดิฉันขอเขียนบอกเล่าความอดทนมานะพยายามและมีอุดมการณ์ของลูกผู้ชายชาติทหารคนหนึ่งที่พยายามพัฒนาเยาวชนของหาดใหญ่ด้วยประสบการณ์ในการสร้างเยาวชนทีมชาติของกีฬายิมนาสติกของไทย

เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่น้องต้นไม้ฝึกเล่นยิมนาสติกกับครูตุ๋ยและครูพ่อพี่หมิวที่ สโมสร S.R. ยิมนาสติกคลับ ที่เดียวในจังหวัดสงขลาที่สอนยิมนาสติก อยู่ใกล้ๆ สนามกีฬากลางจิระนคร โรงยิมอยู่ด้านข้างสะพานข้ามไปเขต 8 มีครูตุ๋ยเป็นเจ้าของโรงยิมแห่งนี้

ครูตุ๋ยเป็นทหารเรือยศพันตรีและเป็นครูฝึกยิมนาสติกที่เก่งมากๆ ฝึกให้กับเยาวชนทีมชาติอีกด้วยและนำเยาวชนจังหวัดสงขลาคว้าชัยในกีฬาประเภทนี้มาแล้ว

แต่เยาวชนเหล่านี้ก็ต้องเลิกเล่นยิมกันไปเพราะต้องเลือกที่จะตะลุยเรืยนหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย น่าเสียดายมากที่เยาวชนเหล่านี้ไม่สามารถนำความถนัดในกีฬานี้มาใช้เป็นด่านในการเข้ามหาวิทยาลัยและเข้าสู่ทีมชาติได้

ครูตุ๋ยเปิดสโมสรยิมนาสติกที่หาดใหญ่ โดยเช่าโรงเก็บรถแทร็กเตอร์เก่าแล้วมาทำให้เป็นโรงยิมที่กว้างขวาง ที่โรงยิมมีแทมโบลีนขนาดใหญ่ที่ครูตุ๋ยทำเองไว้ให้เด็กๆ ฝึกกระโดด มีที่ห้อยโหน มีบาร์คู่ มีราวไต่ มีม้าขวาง และอุปกรณ์หลายๆ อย่างที่ครูตุ๋ยน่าจะคิดทำขึ้นมาเอง

น้องต้นไม้ฝึกอยู่กับครูตุ๋ยในวันเสาร์อาทิตย์ครั้งละ 2 ชั่วโมงพร้อมกับเด็กๆ อีกไม่กี่คน ครูตุ๋ยเล่าให้ฟังว่ามีเด็กคนหนึ่งกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นออทิสติกแม้แต่จับดินสอก็ยังทำไม่ได้ แม่เขามาฝากให้ฝึกเล่นยิม ผ่านมาแค่หนึ่งปีน้องคนนั้นไม่หลงเหลือสภาพกล้ามเนื้ออ่อนแรงอีกเลยและเป็นเด็กที่อารมณ์แจ่มใสมาก

แม้ความร้อนระอุของโรงยิมในช่วงเมษานี้ประมาณ 40 องศาน่าจะได้ เด็กคนนี้รวมทั้งน้องต้นไม้และเด็กในวัยไล่เลี่ยกันอีก 5-6 คนก็แทบจะไม่บ่นเลยแต่กลับสนุกกับการเล่นมากๆ แม้จะดูเหนื่อยเพลียจากความร้อน

ครูตุ๋ยเคยเล่าว่ากีฬายิมนาสติกของหาดใหญ่นี้ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากทางหน่วยงานของสงขลา ครูตุ๋ยสร้างโรงยิมและเยาวชนยิมนาสติกเท่าที่จะทำได้ เงินค่าเรียนที่ถูกแสนถูกนั้นเทียบไม่ได้กับค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสโมสรยิมนาสติกแห่งนี้

ดิฉันจึงอยากขอเป็นอีกแรงหนึ่งในการสนับสนุนครูตุ๋ย ครูพ่อพี่หมิว น้องบีมลูกครูตุ๋ยและคุณแม่ เพราะกีฬายิมนาสติกเป็นพื้นฐานของกีฬาทุกชนิดและช่วยในการพัฒนาการทั้งทางด้านสมอง ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ความมีระเบียบวินัย ความกล้าหาญ และความมั่นใจให้กับเด็กในวัยก่อนสิบขวบได้เป็นอย่างดี