หนูนั่งทบทวนเกี่ยวกับการไปร่วมทำงานกับชาวญี่ปุ่น พบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจและน่าชื่นชมในคุณภาพของพลเมืองชาวญี่ปุ่นค่ะ ปีนี้มีชาวญี่ปุ่นมาจำนวน 21 คน ระหว่างวันที่ 17 – 23 มีนาคม 2556 โดยเริ่มพัฒนาโรงเรียนทั้งหมด 4 โรง(โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม, โรงเรียนหนองสาหร่าย, โรงเรียนบ้านห้วยหวาย, โรงเรียนบ้านรางมูก) และจัดค่ายภาษาอังกฤษอีก 1 โรงเรียน (โรงเรียนอนุบาลหนองปรือ)



เธอคนนี้ชื่อ ซาโอโกะ เป็นสาวที่มีความเป็นผู้นำสูงมาก มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและไม่เคยเกี่ยงงานค่ะ อาจารย์ขจิต มอบหมายให้ซาโอโกะเป็นพี่เลี้ยงให้กับนักเรียนโรงเรียนอนุบาลหนองปรือที่มากเข้าค่ายภาษาอังกฤษ เธอก็จะอยู่ประจำกลุ่มของเธอตลอดเวลา แม้จะสื่อสารกับเด็กค่อนข้างยาก แต่ซาโอโกะก็พยายามพูดภาษา(มือ) กับนักเรียน และตั้งใจร่วมเล่นกิจกรรมทุกกิจกรรม  หนูชอบเธอมากๆ เพราะทั้งสวย ทั้งเก่ง และมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง





คนนี้อีกคนค่ะ ที่เป็นทีประทับใจของสาวๆ(ไทย) หลายคน ไม่ใช่เพราะว่าเขาหล่อหรือเป็นคนปากหวานนะคะ  แต่เขาเป็นคนมีน้ำใจงามมากๆต่างหากค่ะ  พวกเราเรียกเขาว่า โกกิ  ทำงานเก่งมาก ขนหิน ขนทราย แบกปูน  ตัดไม้  (ทำงานหนักๆที่หนูไม่ทำน่ะค่ะ อุ้ยลืมตัว)  ทำตลอดไม่ยอมพักเหนื่อย ไม่พักกินน้ำ(ถ้าไม่ตักมาให้กิน) ไม่เอาเปรียบเพื่อนๆ  นุ่นกับแนน เพื่อนของหนูที่ไปเข้าค่ายนี้ด้วยกัน เล่าให้ฟังว่า “กล้วยไข่ พวกเรากำลังช่วยกันยกกระสอบทรายอยู่ หนักมากๆ เพื่อเอาไปถมกำแพง แต่พอโกกิ เห็นเราสองคน เขาก็รีบวางกระสอบของเขา แล้วมาช่วยพวกเรายกก่อน แล้วโกกิค่อยกลับไปยกกระสอบของตัวเองทีหลัง” หนูเห็นเขาเป็นคนทำงานเก่งค่ะ แต่ไม่คิดว่าโกกิจะเป็นคนมีน้ำใจขนาดนี้ เขาไม่ได้ช่วยแค่เพื่อนของหนู แต่โกกิช่วยเพื่อนๆทุกคน (ทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง)

ชาวญี่ปุ่นทั้ง 21 คน ที่มาในครั้งนี้ หนูประทับใจทุกคน แต่ที่เขียนถึง ซาโอโกะ และโกกิ ก็เพราะว่า รู้จักและประทับใจเขาทั้งสองมาตั้งแต่ปีที่แล้ว(ปี 2555 พวกเขามาพัฒนาโรงเรียนในอำเภอกำแพงแสน 4 โรงเรียน)


การที่หนูได้มีโอกาสทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่น พบว่าพวกเขา
1.  ความรับผิดชอบสูง
ดูจากการช่วยกันทำงานไม่เกี่ยง ไม่จำเป็นต้องแบ่งงานกันทำ เพราะทุกคนจะสามัคคีกันในการทำงาน  งานตรงนี้เสร็จแล้วก็จะไปทำตรงอื่นต่อไป โดยไม่ต้องสั่งหรือบอกใดๆทั้งสิ้น
2.  ตรงต่อเวลา
ถ้าบอกชาวญี่ปุ่นว่าจะต้องเริ่มทำงาน หรือกินข้าวตอนกี่โมง พวกเขาก็จะมาตรงเวลา หนูไม่เคยต้องนั่งรอพวกเขากินข้าว ไม่เคยต้องรอให้ชาวญี่ปุ่นมาช่วยทำงานพัฒนาโรงเรียน พวกเขาจะมาเกือบพร้อมกันและจะเริ่มงานทันที ไม่ต้องวางแผน หรือแบ่งงานใดๆให้เสียเวลา
3.  มีระเบียบวินัยต่อตนเอง
อย่างที่หนูเคยบอกไว้แล้วว่าชาวญี่ปุ่นจะตรงต่อเวลา และมีความรับผิดชอบสูง แสดงว่าพวกเขาไม่ต้องให้ใครมาสั่งการหรือบังคับ ชาวญี่ปุ่นสามารถสั่งการตัวเองในทางที่ถูกต้องเองได้ด้วยตนเอง


ขอบคุณอาจารย์ขจิต ฝอยทอง ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ด้านงบประมาณและการวางแผนกิจกรรมที่สำคัญคือ พยายามกระตุ้นหนูซึ่งกำลังจะเป็น Dead Wood ให้ไปร่วมค่ายจิตอาสาในครั้งนี้ และให้กำลังใจในการเขียนบันทึกโดยตลอดมา…

ขอบคุณพี่อาร์ม ที่ติดต่อประสานงาน จนทำให้พวกเราชาวไทยได้ร่วมทำงานจิตอาสากับชาวญี่ปุ่นอีกครั้งค่ะ


สะเก็ดค่าย

แต่เอ… มีอีก1ประเด็นที่หนูแอบสังเกตและสนใจอยู่ไม่น้อยค่ะ คือเรื่องค่าใช้จ่ายในการมาครั้งนี้

1.  ค่าอาหารเย็น  1,300

2.  ค่ารถบัส 5,000

3.  ค่ารถตู้  4,000

4.  ค่าอาหารกลางวัน 1,200

กระเป๋าของอาจารย์แสนดีจึงขาดเจ้าค่ะ แถมมีตังติดกระเป๋าเพียง 20 บาท เอมีใครสนใจซื้อกระเป๋าตังให้อาจารย์ขจิตใหม่ไหมคะ อิๆๆ^^  (เสียดายที่เอารูปมาฝากผู้อ่านไม่ได้ค่ะ)


(ถึงอาจารย์ขจิต  ให้ค่าโฆษณาหนูด้วยนะคะ กระเป๋าตังจะได้ขาดเพิ่มขึ้นอีก555)