การอ่านคือการพัฒนาชีวิตในทุกๆด้านทั้งด้านสติปัญญา ทักษะสังคม ทักษะชีวิตตลอดจนการสร้างทัศนคติเชิงบวก

                         

          เทคนิคที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลาสำหรับตนเองคือ การอ่าน (reading) ช่างสอดคล้องกับสโลแกนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ (๒๕๕๖) "การอ่านคือพัฒนาชีวิต (Reading  for Life)"  หากจะมองย้อนกลับไปในวัยเด็กพบว่า ครูนกโชคดีที่เติบโตมากับครอบครัวข้าราชการ "ครู" ซึ่งภายในบ้านจะมีหนังสือหลากหลายประเภทให้อ่าน  และตาของครูนกก็พยายามเน้นให้อ่านหนังสือพิมพ์เพื่อให้เกิดความรู้รอบๆ ตัว  ทั้งตาของครูนกชอบยกตัวอย่างรุ่นพี่ที่เขาขยันอ่านหนังสือให้เรามองเป็นแบบอย่าง  และครอบครัวจะสนับสนุนการซื้อหนังสืออย่างเหมาะสม  อย่างสมัยครูนกอยู่ในระดับประถมศึกษาก็จะได้อ่านการ์ตูนเล่มละหนึ่งบาท และนิยายที่ได้รับจากมาจากแม่ซึ่งจะเดินทางไปราชการและจะอ่านหนังสือนิยายประกอบการเดินทาง
        ต่อมาในยุควัยรุ่นที่บ้านก็จะรับหนังสือพิมพ์และหนังสือรายปักษ์ฉบับหนึ่งที่สามารถอ่านได้ทั้งครอบครัว จากสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ทำให้ครูนกและน้องชายทุกๆคนจะมีหนังสือเป็นเพื่อน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
       เมื่อพวกเราเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่ซื้อหนังสือได้ด้วยเงินของตนเองจะพบว่า แต่ละคนสามารถเปิดห้องสมุดขนาดเล็กๆ ได้ 
       ทุกวันนี้ครูนกก็จะมีเป้าหมายในการซื้อหนังสือให้ได้อย่างน้อย 1 เล่มต่อสัปดาห์  โดยจะเน้นไปยังหนังสือกลุ่มพัฒนาจิต แนวพุทธศาสตร์ที่ซื้อบ่อยมาก รองลงมาคือ หนังสือเกี่ยวกับการศึกษา หรือการพัฒนาตนเอง   หนังสือเล่มนี้จะอ่านเมื่อ
        -  เดินทาง ระยะไกลหรือใกล้ต้องมีหนังสือติดตัวอย่างน้อย 1 เล่ม
        -  ก่อนจะเข้านอน
        -  ต้องนั่งรอคอยการประชุม หรือรอคอยผู้อื่น
       สิ่งที่ครูนกชอบทำในขณะอ่านหนังสือคือ ชอบใช้ปากกาเน้นข้อความในประโยคที่ตนเองชอบ หรือประทับใจ  หรือเขียนสรุปสั้นที่หัวกระดาษที่เหลือ
       สิ่งที่ได้ประโยชน์คือ การเป็นครูนอกเหนือจากการสอนเนื้อหาสาระ เราต้องสอนแนวคิด สอนทักษะทางสังคมซึ่งผลจากการอ่านจะทำให้การสอนของเรามีคุณค่าต่อนักเรียนเสมอ