เดือนก่อน ข้าพเจ้ามีธุระไปที่หน่วยงานแห่งหนึ่ง ในศูนย์ราชการเชียงใหม่
เดินแบบงงๆ เข้าในอาคารศาลากลางหลังเก่า
เจ้าหน้าที่เดินผ่านมา เห็นท่าทางข้าพเจ้าก็บอกทางด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เดินไปจนถึงห้องที่หมาย 'สรรพากรอำเภอเมืองเชียงใหม่'
เป็นห้องกระจกติดแอร์ มีเคาน์เตอร์ และระบบคิว
มีป้ายระบุใบหน้าและชื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้อง
ข้าพเจ้านึกชมในใจ เหมือนไปธนาคารพานิชย์เลย
..
ขณะนั่งรอคิวราว 15 นาที
ก็มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งเข้ามาถาม
ว่ารอทำเรื่องอะไรครับ พร้อมขอเอกสารที่ข้าพเจ้าเตรียมมาไปดู
หลังจากดูท่าน (ข้าพเจ้าทราบภายหลังว่าเป็นระดับหัวหน้าหน่วย)
ก็กรุณาชี้แจงข้อผิดพลาดในเอกสารให้ข้าพเจ้าแก้ไข
มีเอกสารที่ขาดไปฉบับหนึ่ง
'พอดีผมจะไปโรงพยาบาลพอดี แวะไปเอาก็ได้ครับ'
...
แม้สุดท้าย ข้าพเจ้าก็เอาเอกสารไปส่งให้ที่ทำการ ด้วยความเกรงใจ
แต่ก็รู้สึกประทับใจข้าราชการยุคใหม่ยิ่งนัก

ข้าพเจ้ายอมรับว่า เคยมีความรู้สึกเป็นลบกับงานราชการ
กระทั่งงานตรวจยามบ่ายของตัวเอง
ตรวจสุขภาพการเดินทางไปต่างประเทศ เรื่อยๆ มาเรียงๆ
ใบรับรองแพทย์ สั่งวัคซีน
บางครั้งก็แอบถอนหายใจ มองไปนอกหน้าต่าง
...
แต่เมื่อได้เห็นความตั้งใจทำงานของเจ้าหน้าที่
ก็เกิดแรงบันดาลใจ..
จริงอยู่ คนเราอาจมีความฝันที่ให้เดินหน้า
แต่..ก่อนอื่น งานที่อยู่ตรงหน้านี้
เราได้พยายามทำอย่างดี..ถึงดีที่สุด
หรือยัง ?
###
อะไรบ้างที่ข้าพเจ้าพอจะทำได้
1. ทบทวนวิชาการ เขียนเอกสารคำสอนแนวทางตรวจสุขภาพและให้วัคซีนแก่ผู้ใหญ่
(Preventive & Traveling medicine)
2. สมัครเรียนหลักสูตรทางไกล อนุมัติบัตรการดูแลสุขภาพผู้อพยพและนักท่องเที่ยว
(CTropMed)
ข้อ 3..ความฝัน ที่จะเห็นระบบบริการผู้ป่วยของภาครัฐ
ในยุคผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง..
หน้าเวบไซต์ของ รพ. ไม่ต้องดูหมอๆ ยาๆ มากก็ได้คะ
แต่ให้เข้าถึงข้อมูลง่าย
มีระบบนัดหมายที่ช่วยให้คนไข้ไม่ต้องมารอหลายๆ ชั่วโมง
ดังตัวอย่าง

ขอให้กำลังใจอาจารย์หมอ ป. กับสิ่งต้องการทำ...ทำอย่างดี..ถึงดีที่สุด นะครับ
แน่นอนครับสำหรับการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและต้อง "สุข" ที่สุดด้วยครับ ;)...
ระบบราชการยึดศูนย์กลางหัวหน้าสั่งค่ะ
งานในหน้าที่ งานที่อยู่ตรงหน้า และงานนอกเหนือหน้าที่ ข้าราชการยุคนี้ รับใช้ประชาชน
มีคุณหมอ หัวหน้าภาค วิสัญญ๊ที่ มอ. ทำทำกิจกรรมที่รพ.ปากพะยูน ผมขอหลักฐานการเป็นประชาชน
หมองง (ก็บัตรประชาชน) นั้นแหละจะเอาไปถ่ายเอกสารอำนวยความสะดวกให้ท่านเอง
นั่นหมายถึงการได้อยู่กับปัจจุบัน ใช่ไหมครับ คุณหมอ
แค่ได้อ่านบันทึกนี้ก็สุขใจแล้ว
ดีใจและอนุโมทนากับความคิดดีๆ ที่คุณหมอตั้งใจทำค่ะ
คิดไปถึงครูบาอาจารย์ท่านสอนเสมอว่า "หากทำงานเต็มใจเต็มกำลังความสามารถ ก็ไม่ต้องไปนั่งปฏิบัติธรรมที่ไหน" ค่ะ :)
ชื่นชมคะหมอปอ
ผมเห็นด้วยข้าราชการปัจจุบันมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ทั้งเรื่องการให้บริการ เรื่องของการให้ข่าวสารข้อมูล ที่ดูก้าวหน้ามากจนเห็นได้ชัดก็การรู้จักเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ สรรพากรนี่อยู่ระดับแนวหน้าเรื่องนี้เหมือนัน
แต่ถ้าคุณหมออยากย้อนเวลาไปดูหน่วยงานที่มี vision แบบยุคดึกดำบรรพ์ต้องไปที่ "องค์การมหาชน (อะไรก็ได้)" ตรงนั้นเป็นแหล่งรวมข้าราชการ "เก่าๆ" ครับ
ขอบคุณค่ะ..องค์กรของรัฐหลายแห่งให้บริการ " one stop service " ด้วยคุณภาพและน้ำใจค่ะ
มีกำลังใจส่งตรงจากภูเก็ตให้คุณหมอ ป. เสมอนะคะ
ขอให้พบเจอคนที่ดีๆ ค่ะ มีความสุขใจ และงานราบรื่นนะคะ
คิดถึงค่ะ
มาชื่นชม ให้กำลังใจค่ะคุณหมอ ป
ขอบคุณคะ อ่านบันทึกที่งดงามของหมออดิเรกแล้ว จึงรู้วิธีศรัทธาในงานที่ทำคะ
การต้อนรับที่ดี พูดจาดี อาทรใส่ใจ ทำผู้เข้าไปได้พบก็ชื่นใจเสมอ
อ่านของอาจารย์แล้วผมก็รู้สึกดีราชการมากขึ้น แม้ตัวเองก็กำลังจะเข้าระบบ......แต่ก็เรียนรู้และวางระบบงานของเรา เป็นกำลังใจครับ...
เป็นกำลังใจให้คนทำงาน
ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
อย่างที่หมอป. บอก
สิ่งที่ทำหลายๆครั้งอาจเห็นผลช้าบ้างเร็วบ้าง
ขอแค่รู้ว่าทำสิ่งดีๆ ก็พอแล้วค่ะ
8-) ดีใจที่พี่ครูตูมกลับมา gotoknow นะคะ หายเหนื่อยหรือยัง
มองว่า คนที่เอื้อเฟื้อผู้อื่นตามธรรมชาติ เป็นผู้ที่รู้จักหน้าที่ของการเป็นมนุษย์ที่เกื้อกูลกันคะ
ใส่ใจทำกับสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ณ ปัจจุบัน
วันนี้ ก็มีการประชุมถกเกือบเครียดเรื่องตารางสอน
สิ่งที่ทำไปแล้วในสถานการณ์นั้น แม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เรา'ใส่ใจ' ทำ คนยังให้อภัยคะ
แล้วการคลี่คลายที่ดีจึงตามมา
ขอบคุณคะ ความท้าทายในการทำงานประจำคือ 'ความเบื่อ'
เมื่อมองดูลึกๆ ที่เราเบื่อ ก็เพราะเราเป็นมิตรกับตัวเองในภาวะปกติ ไม่ได้นะคะ
เมื่อเบื่อ ก็ไม่อยากใส่ใจ กลายเป็นคนไม่รับผิดชอบในหน้าที่เท่าที่ควร..ช่วงหนึ่งก็เคยเป็นเช่นนั้นคะ
เห็นโทษของความเบื่อ จึงกลับมาปฎิวัติตัวเอง
'ทุกงานมีสิ่งให้เรียนรู้ใหม่ๆ หากเราทำอย่างมีสติ'