จากการสะสมความรู้ ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์มานาน ตลอดชีวิต วันนี้ผมขอเสนอทฤษฎีอาหารเจ็ดหมู่ แบ่งตามลักษณะแนวดิ่งของพืช คือ ราก หน่อ ต้น ใบ ดอก ผล เมล็ด
แนวคิดนี้เกิดจากหลายหลากปัจจัย แต่ที่กระตุกเริ่มต้นคือ คำบอกเล่าของหลวงพ่อบุญเลื่อนแห่งวัดป่านางเหริญ (ที่ผมไปขอนิสสัยบวชอยู่กับท่านเมื่อพศ. ๒๕๔๒) ..ครั้งหนึ่งท่านเล่าว่าสมัยหนุ่มไปบำเพ็ญเดี่ยวอยู่ป่าลึกที่เขาภูหลวงเป็นเวลาหนึ่งปี กินแต่ใบไม้ โดยเอาใบไม้ ๒๐ อย่าง เด็ดมาผสมกัน เผาไฟ แล้วกิน โดยไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ามันคือใบอะไร มีพิษหรือไม่ กินแล้วตาย คัน หรือไม่
ผมเห็นว่าความหลากหลายมันล้างพิษกันเอง กรด ด่าง เกลือ มันสร้างสมดุลกันเอง ดังนั้นความหลากหลายจึงสำคัญมาก
นั่นว่าเฉพาะ “ใบไม้” แต่ต้นไม้ไม่ได้มีแต่ใบ ยังมีราก ดอก ผล ต้น อีกด้วย ที่ทำหน้าที่คนละอย่าง ที่สามารถสร้างสมดุลกันได้
ขอยกตัวอย่างอาหาร ๗ หมู่พอสังเขปดังนี้
เมล็ด...ข้าว ข้าวโพด ลูกเดือย ถั่วต่างๆ งา สาลี
ใบ.......แค ขี้เหล็ก ตำลึง ยอ กระถิน คะน้า กวางตุ้ง บุ้ง มะกรูด ผักชี เหลียง มันปู
ต้น......ผักโขม..คะน้า กวางต้ง บุ้ง สายบัว บรอคคอลลี ตะไคร้
ดอก....แค โสน ขจร ดอกไม้จีน ฟักทอง ผักปลัง ผักบุ้ง แคป่า แต้ว กระเจียว
ผลฝัก. บวบ ฟักทอง ฝักถั่ว แตงกวา มะรุม มะระ สะตอ ผลไม้ พริก
หัวราก.มันต่างๆ ไชเท้า แครอท หอมใหญ่ กระบุก กระเทียม ขิง ข่า กระชาย
เห็ดและหน่อ...หน่อไม้ หน่อหวาย หน่อข่า ต้นหอม ถั่วงอก เห็ดต่างๆ
จงกินให้ครบเจ็ดอย่างภายในเจ็ดวัน หมายความว่า แต่ละมื้อจะกินอะไรก็ว่าไป ตามจริต ไม่ต้องพะวงภาพเล็ก แต่ภาพใหญ่ขอให้พยายามว่าในเจ็ดวันต้องกินทั้งเจ็ดหมู่ แม้เพียงน้อยก็ตาม อีกทั้งในแต่ละหมู่ขอให้เวียนกันไปให้หลากหลายอย่ากินจำเจอย่างเดียว เช่น หมู่เมล็ดอาจกินข้าว ๓ วัน จากนั้นผสมลูกเดือยบ้าง ผสมถั่ว บ้าง ในวันที่เหลือ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะครบเจ็ดหมู่แล้ว ยังเกิดความหลากหลายของสายพันธุ์อีกด้วย
ถ้ามนุษย์เรากินอาหารครบเจ็ดหมู่นี้ ภายในเจ็ดวัน มันจะเกิดความสมดุลล้างพิษซึ่งกันและกัน ก็ไม่เกิดโรคภายในได้ง่าย ก็อายุยืนยาว ที่เอาเลขเจ็ดนี้ยังได้เคล็ดทางจันทรคติอีกด้วย เพราะร่างกายมนุษย์นั้นทำงานตามวงจรทางจันทรคติ เช่น สตรีจะมีรอบเดือนในรอบ ๒๘ วัน ก็ตามจันทรคติ
ธรรมชาติเกิดมาก่อนเราหลายพันล้านปี ท่านได้ลองผิดถูก แก้ปัญหาให้เราไว้แล้วล่วงหน้า ด้วยการให้ความหลากหลายในพืชต่างๆ แต่ครั้นมาเกิดแล้วกลับไปค้นคว้าหาวิชาอื่น ที่ผิดเพี้ยนไปจนได้ ก็ต้องทนทุกข์กันไป
นักวิชาการไทยวันนี้ ก็ไปหลงเห่อ “อาหารห้าหมู่ของฝรั่ง” ไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งก็ไม่เห็นว่าฝรั่งมันสุขภาพดี อายุยืนกันสักคน เห็นมีแต่อ้วนตุ๊ต๊ะ อายุสั้นกันไปหมด เพราะกินครบห้าหมู่นั้นกินเพียงสามอย่างก็ครบแล้ว จำเจอยู่อย่างนั้นชั่วนาตาปี แต่สูตรที่ผมว่ามานี้มันจะครบห้าหมู่ของฝรั่งโดยปริยาย และยังหลากหลายมากเป็นร้อยชนิดในเจ็ดวัน
คนไทยโบราณ กินผักหลากหลาย ทำไมอายุยืน ...ถ้าไม่นับพวกเป็นโรคระบาดร้ายแรงตายก่อนวัย เช่นไข้ต่างๆ ท้องร่วง หรือ ถูกงู เสือกัด
ความหลากหลายที่สมดุลนี้ อุปมาดั่ง ประชาธิปไตยทางสารอาหาร ที่หลายฝ่ายจะคานอำนาจกันเอง และเสริมอำนาจกันเองอย่างยุติธรรม จนเป็นกลาง สิ้นภัยต่อร่างกาย
...คนถางทาง (๖ เมษายน ๒๕๕๖)
fyi:
ประดิษฐ์ตู้อบผลผลิตเกษตร จากแสงอาทิตย์-แก๊สชีวภาพ http://thaipost.net/x-cite/080413/71944
รสแท้-อาหารไทย เปิดสูตรมาตรฐาน http://thaipost.net/x-cite/080413/71953
ท่าน sr ครับ ....ตู้อบพลังแดด ผมเห็นมามาก บางรายได้เงินเป็นสิบล้านจากรัฐบาลเพื่ำอทำวิจัย แต่รูระบายอาอากาศชื้นออกยังไม่มีเลย สุดท้าย pr ออก นสพ.. มีคนเอาไปใช้กันมาก ทั่วประเทศ บางราย โน่น ถ่ายทอดิวิชาการไปตปท.ด้วย รายนี้ก็พอกัน ลงทุนทำพาราโบลา ๘๐ แล้วมาลดเหลือ ๖๐ ด้วยระบบคอนโทรล(ที่แสนแพง) ทำอะไรครับ เพราะการอบด้วยหลังคากระจกปกติ มันก็ได้ ๖๐ อยู่แล้ว โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก มีหน่วยงานหนึ่งให้ทุนวิจัยอบแห้งแก่มหาลัยหนึ่งเป็นเงิน สองล้านบาท ทำออกมาก็ตีปี๊บกันใหญ่ ผมเห็นแล้วนึกสนุกเลยเอามาต่อยอด ลงทุนไปอีก ๕๐๐ บาท ใ้หเด็กป.ตรีทำ สามเดือน ของผมอบแห้งได้เร็วกว่า สองเท่า เฉยเลย ทดลองมออกมา พล็อตกราฟออกมาเห็นจะ ๆ แต่ของผมไม่มีใครรู้จัก สุดท้ายผมเอากราฟไปแสดงต่อผู้ให้ทุน ท่านได้แต่หัวเราะแหะ ๆ เท่านั้นจริงๆ ม.ผมเองก็ไม่สนใจที่จะ pr ให้ทั้งที่ผมให้ข้อมูลไปหมดว่ามันดีอย่างไร
ผมเองก็เหนื่อย แค่ทำวิจัยฟรีๆ ก็เหนื่อยแย่แล้ว ยังต้องไป pr ออกนสพ. อีกผมทำไม่ไหว บางคนมันด่าผมอีกว่า ได้แตเป็นนักวิจัย ไม่ได้ทำอะไรจริงจังที่เป็นประโยชต์ต่อสังคม ผมเลยโดนหลายเด้งมาก แต่ก็ทนทำไป สักวันคงมีผีเห็นบ้างหรอก แม่นาก หรือ พี่มาก ก็ได้นะจ๊ะ เอาที่มีฤทธิ์มากๆ หน่อย อิอิ
อาจารย์คะสนใจตู้อบพลังแดดของอาจารย์ค่ะอยากให้ลูกชายลองทำบ้างค่ะ