เพื่อนในการออกกำลังกาย (1)

เขาว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม  แม้การออกกำลังกายก็ต้องการเพื่อน ผมเห็นหลายคนในสวนต่างจับกลุ่มกันออกกำลังกาย มีความสนุกสนานไม่เบื่อ และเห็นคนหลายๆคนออกกำลังกายไม่ได้เพราะขาดเพื่อน อุตส่าห์มาถึงสวนสาธารณะแต่หาเพื่อนไม่เจอ เพื่อนไม่มาในวันนั้นออกกำลังกายไม่ได้

ผมฝึกตนเองในการออกกำลังกายโดยไม่มีเพื่อน เอาอารมณ์ของตนเองเป็นเพื่อน ช่วงแรกๆผมเอาอารมณ์ทุกข์หนัก อารมณ์ผิดหวังเครียดจัดไปเป็นเพื่อน ต่อมาผมก็เอาความสุขสะบายกายสะบายใจไปเป็นเพื่อน และต่อมาอีกผมก็เริ่มสวดมนต์ไปออกกำลังไป

ในช่วงที่เอาความเอาอารมณ์ทุกข์หนัก อารมณ์ผิดหวังเครียดจัดไปเป็นเพื่อนนั้น ผมได้ประโยชน์มากมายจากการออกกำลังกาย ผมไม่ต้องนอนซมจมอยู่กับความทุกข์ เมื่อออกกำลังกายเสร็จร่างกายเหนื่อยมากทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างดียิ่ง ร่างกายแข็งแรงจิตใจดีกว่าคนมีทุกข์ทั่วไป ผมไม่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ ผมมีเวลาให้กับความเครียดของตนเองน้อยลงๆ สามารถดำเนินชีวิตและการงานตามปกติ แม้นแต่การงานที่หนักหน่วง เครียดจัดก็เอาไปเป็นเพื่อน และในที่สุดเพื่อนผมก็มักจะให้คำตอบและทางออกดีๆเสมอๆ

ต่อมาเมื่อผมมีจิตใจผ่องใสขึ้นก็เริ่มสวดมนต์ไปออกกำลังไป กายวิ่งแต่ละก้าว การบริหารร่างกายแต่ละจังหวะผมไม่ใช้นับ “1 … 2 … 3….”  แต่ผมใช้คำแต่ละคำในบทสวดเช่น “อะ...สัง....วิ....สุ...โล....ปุ....สะ....พุ.....ภะ” โดยที่เริ่มรู้ว่าบทสวดบทไหนมีคำกี่คำ เราควรเลือกบทไหนในการนับออกกำลังกายแบบใด

ดังนั้นเมื่อผมไปออกกำลังการผมอยู่กับตนเองได้ ผมก้มหน้าก้มตาไม่ทักทายใคร เพราะผมมีแนวทางของผมเอง บางคนอาจมองว่าผมหยิ่ง ถ้าใครบางคนเข้ามาทักถึงตัวผมก็หยุดการสวดมนต์ พูดคุยทักทายกันเป็นปกติซึ่งผมก็ได้เพื่อนดีๆหลายคนจากการออกกำลังกาย