คนเราสมัยนี้มักจะมีความเครียดและไม่รู้จักการทำลายความเครียดให้หมดไป หลายๆคนหาทางออกให้กับตนเองในทางที่ผิดๆ และไม่สร้างสรรค์ เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินตามข่าวที่เคยพบมา
หลายๆคนหาทางออกให้กับตนเองในระยะเวลาที่เครียด นับว่าเป็นคนที่โชคดีที่รู้จักหาความสุขมาแทนที่ความทุกข์ให้กับตนเองได้
เราทุกคนปฏิเสธความทุกข์ที่มารุมเร้าเราไม่ได้ แต่เรารู้จักหาความสุขให้ตนเองมิใช่หรือ
บางคนคิดว่ากาหาทางออกให้กับตนเองแบบนี้ดีที่สุดแล้ว แต่ตรงกันข้ามวิธีนี้อาจนำพาความทุกข์มาให้กับเขาอย่างมากมายกว่าเดิมเสียอีก
บางคนเมื่อมีความทุกข์ เขาจะเกิดความเครียด แต่เขาจะวางเฉย ไม่ไขว่คว้าอะไรมาเพิ่มเติมอีก และอยู่กับความทุกข์ต่อไป จนกลายเป็นความเคยชินกับความทุกข์นั้นๆ
มีพี่ชายครูอ้อยท่านหนึ่ง ชื่อ ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญ์พฤกษ์ บอกกับครูอ้อยว่า หากเราเป็นโรคร้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ขอให้อยู่กับความทุกข์นั้นๆ อย่าประนีประนอม ไม่เบียดเบียนกัน เราก็จะมีชีวิตยืนนาน อย่าไปทำร้ายเขา เพราะการทำร้ายเขาก็เท่ากับทำร้ายตัวเองด้วย
เด็กๆสมัยนี้มีความทุกข์เล็กๆน้อยๆก็คิดว่าเป็นทุกข์ใหญ่โต หาทางแก้ไขไม่ได้ กลับหาทางออกที่ผิดร้ายแรง เกิดเป็นเรื่องที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น
เพราะอะไรเขาถึงตัดสินใจฆ่าลูกของตัวเองและฆ่าตัวเองตายตาม ทำไมเขาจึงโยนหลานทิ้งแม่น้ำ และอะไรหลายๆอย่างตามข่าวแต่ละวัน ด้วยคิดไม่ตก หรือหาทางออกไม่ได้ แต่ทุกทางที่เขาตัดสินใจนีมีแต่เรื่องไม่ดีทั้งสิ้น
อย่างง่ายๆที่ครูอ้อยพบ คือ การอ่าน ครูอ้อยชอบอ่านอนุทิน ในเว็บไซต์ gotoknow โดยเฉพาะ อนุทินของอาจารย์ Wassawat Deemarn ที่เขียนบทประพันธ์ได้หวานซึ้ง อ่านแล้วมีความสุขทุกครั้ง นี่เป็นวธีการเรียนรู้ด้วยการหาความสุขอย่างง่ายๆของครูอ้อย
ครับการอ่านหนังสือทำให้คลายเครียดดี และหากได้อ่านหนังสือที่ถูกใจชวนอ่านหรือบทกวีเพราะๆก็จะทำให้มีความสุขเข้ามาแทนที่ความเครียด แทนที่ความทุกข์ได้อีกด้วยครับ
สวัสดีครับคุณครูอ้อย
อยู่และเรียนรู้ คือ หัวใจของการมีชีวิตในสังคมปัจจุบันครับ
ให้ข้อคิดมากมายครับสำหรับคุณครู
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ
แวะมาอ่านบันทึดีๆ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันให้อ่านค่ะ
ขอบคุณความสุขของครูอ้อยค่ะ