เที่ยวโฮจิมินห์ซิตี้ (Hochiminh) : ตอนที่ 4


ซินจ่าว  ทุก ๆ ท่าน

17  มีนาคม  2556  ตื่น เวลา 05.00 น. จัดกระเป๋าต่อเรียบร้อย  อ่านข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต อาบน้ำเตรียมตัวทานอาหารเช้า เพื่อใช้เวลาอีก 1 วัน เทียวต่อ  09.15  น. เดินทางไปวัดเทียนฮัว  วัดเทียนฮัว (Thien Hau Temple) ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตไชน่าทาวน์ เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้า เป็นที่สักการะนับถือของคนเวียดนาม  เขาเข้าไปจุดธูปไหว้พระ  แต่ตัวเองไม่ได้เข้าไปเพราะทนกลิ่นธูปไม่ไหว 


10.00 น. ออกจากวัดเดินทางไปพิพิธภัณฑ์สงคราม พิพิธภัณฑ์สงคราม ภายในจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในสมัยสงครามอินโดจีนของจีน โซเวียต และอเมริกา


เข้าไปดูสถานที่จำลองในการตัดคอนักโทษ  และการทำโทษในกรณีต่าง ๆ  ฟังการบรรยายแล้วและเห็นสภาพของการทำโทษ  เหมือนไม่ใช่ทำกับคน  ออกจากสถานที่นี้ด้วยใจหดหู่  ถ่ายภาพกับนักโทษที่ถูกตัดคอเป็นคนสุดท้าย


กลับเข้ากรุงไซ่ง่อนเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน  ที่ภัตาคารอาหารเวีนดนามอาหารที่นำมาเสริฟ  เขาเสริฟครั้งละชนิด  เริ่มด้วย  ขนมกล้วยห่อใบตองนึ่ง รสชาติไม่เหมือนขนมกล้วยเมืองไทย  เวลาทานมีน้ำจิ้มคล้าย ๆ ขนมกุ่ยช่าย  จานที่สองเป็นข้าวเกรียบปากหม้อ  ก็ไม่อร่อยเหมือนบ้านเรา  จานที่สามข้าวเกรียบทอดทานกับยำก้านบัว จานใส่ยำรองด้วยใบบัวสด  รสชาติอร่อยเหมือนอาหารไทย  ตามด้วยเกี๊ยวปลาทอดกรอบ  ปอเป๊ยะสด  ขนมเบื้องญวน ซึ่งมีขั้นตอนการทานที่ลำบาก รองด้วยผักกาดขาว เอาขนมเบื้องญวนวาง โรยด้วยผักกลิ่นฉุน ราดน้ำจิ้ม ถึงจะห่อแล้วทาน  ยุ่งยากมากไม่เหมือนขนมเบื้องญวนของไทย ไม่อร่อยแข็งมาก  ข้าวผัดห่อด้วยใบบัว  ห่อแล้วเขาอังไฟให้หอมใบบัว  และก๋วยเตี๋ยว (ทุกคนกลายเป็นไม่กินเส้นกันแล้ว  เพราะอิ่มมาก)  .......เสร็จสิ้นด้วยผลไม้แตงโมหวานเจี้ยบ


13.00 น. ไปทำเนียบรัฐบาล เก็บภาพสวย ๆ แต่ไม่ได้เข้าไปฟังบรรยายเพราะอากาศร้อนมากปวดหัว ทำเนียบรวมชาติ หรือ  Reunification Hall  ที่นี่เคยเป็นกองบัญชาการทางทหารสมัยสงครามเวียดนาม  และเคยเป็นทำเนียบของอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้  ชมการตกแต่งห้องต่าง ๆ อย่างโอ่อ่าหรูหรา เช่น ห้องประชุม ห้องวางแผนยุทธศาสตร์ และลานจอดเฮลิคอปเตอร์  ซึ่งเหงียนวันเทียวใช้เป็นเส้นทางหลบหนีออกจากเมือง เมื่อกองทัพแดงยาตราทัพเข้ามาประชิดไซ่ง่อน เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1975 จากนั้นไปที่ทำการไปรษณีย์ที่เก่าแก่ของที่นี่ ชมไปรณีย์กลาง ซึ่งได้รับการออกแบบและก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศส สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2439 ที่นี่ยังเป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามอีกด้วย  มีความโอ่โถงและอ่อนช้อยแต่มีความมั่นคง จนทำให้นักออกแบบมากมาย  ต้องมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคารแห่งนี้ ชม โบสถ์นอร์ทเธอดาม ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม โดยมีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านหน้าสูง 40 เมตร  เป็นเอกลักษณ์ที่แสนสง่างามของโบสถ์แห่งนี้ 


 มีเวลาเหลืออีกมากจึงเข้าไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ต ได้เบียร์ 333 มา 10  กระป๋อง ราคา 95,000 ด่อง(148 บาท) ออกมาข้างนอกท่านผอ.สนอง  ดาวตุ่นและผอ.สำรวม  นครพรัด สนใจเข้าไปซื้อกันคนละ 20 กระป๋อง


นั่งรอเวลาไปทานข้าวมื้อเย็นและไปสนามบินโฮจิมิน์ เพื่อเดินทางสู่กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินแอรืเอเซียเที่ยวบินที่ FD 2799 เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เครื่องบินเหินฟ้าเวลา 21.35 น. ถึง สนามบินดอนเมืองเวลา 23.05 น. ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง  รับกระเป๋า  เดินทางกลับชุมพรด้วยรถบัสที่คณะทัวร์จัดเตรียมไว้ กว่าจะได้ออกเดินทางเวลาล่วงเลยถึงเที่ยงคืน  กลับสู่ชุมพรโดยสวัสดิภาพเมื่อเวลา 08. 00 น 

ก่าม  เอิน  คุณครูน้อยและคุณครูจันโฑ ไว้  ณ  ที่นี้ด้วยที่พาเราไปเที่ยวโฮจิมินห์ในครั้งนี้ และโชคดีที่ได้รับรางวัลกระเป๋าเดินทางจากท่านทั้งสองด้วย

ตาม.......เบียด