๐ เขียนโคลงหวังสะท้อน ..... ความใน

 สุขทุกข์พัดผ่านใจ ............. เจ็บซึ้ง

 บ้างก็ไป่เป็นไร ................. รู้เท่า ทันนา

 บ้างก็ดูหนักอึ้ง ................. โอดร้องลำเค็ญ

 ๑๙.๐๙ น. : ๖ มี.ค. ๕๖


๐ ทั้งรู้อยู่ทุกห้วง ........ ขณะใจ

 มีพบย่อมพรากไป ........ สักครั้ง

 แต่ยึดมั่นอาลัย ........... รอยอดีต

 แลสติมิต่อตั้ง .............. จึ่งต้องทุกข์ระทม


๐ ทำดีดีไป่ไร้ ........ ผลสนอง

 ทำชั่วชั่วคงครอง ..... ครอบเกล้า

 สองสิ่งจุ่งเลือกปอง .. ประพฤติ

 ดีชั่วติดตัวเจ้า .......... จวบสิ้นสูญสลาย


๐ ยามทุกข์มักเร่าร้อน ....... เพลิงรุม

 เป็นอยู่ดั่งไข้คุม .............. ขัดข้อง

 นั่นนี่ที่เกาะกุม ................ ใจกลับ ยึดนา

 กลดั่งบ่วงคอยคล้อง ......... รัดร้อยรึงใจ


๐ ยามสุขกลับพลาดพลั้ง ...... ลืมตน

 ยึดมั่นมัวมืดมน .................. ไม่รู้

 สบายเกาะกินจน ................. ใจเกียจ คร้านนา

 แปรเปลี่ยนหมดทางสู้ ........... สุขร้างห่างเหิน


๐ เห็นอยู่บ่อยบ่อยครั้ง ...... ความตาย

 ยังประมาทงมงาย ........... ไม่แจ้ง

 ไม่ซึ่งจวบวางวาย ............เป็นเช่น นี้แล

 เป็นอยู่ยังอยากแย้ง ........ ยับยั้งยังไฉน ฯ

 ๑๐.๒๒ น. ๑๑ มี.ค. ๕๖


๐ สิ่งใดฝังแน่นแล้ว .......... ลืมไฉน

 ยากยิ่งยากทำใจ ............. ยากแท้

 นอกจากจะแปรไป ........... เป็นอื่น

 ลองว่าลงลึกแล้ .............. เลิกร้างเป็นหรือ


๐ กลัวใจจักเพลี่ยงพล้ำ ........ เพราะเขลา

 กลัวทุกข์ท่วมทับเอา ........... อกไหม้

 กลัวแย่ยากบรรเทา ............. ทนอยู่ ยากแฮ

 กลัวดั่งนี้ยังได้ ..................... เดือดร้อนทุกข์ระทม

 ๑๙.๑๐ น. : ๕ มี.ค. ๕๖