การเปลี่ยนแปลงทางสังคมยุคโลกาภิวัตน์ด้านการศึกษา
กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชี้ให้เห็นแนวโน้มว่า คนไทยจะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอันหลากหลาย เป็นสัญญาณเตือนว่าโลกในยุคหน้าจะมีปรากฏการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นเกินกว่าจะคาดคิดถึง สภาพการณ์ที่โลกในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่พุ่งเข้าหาตัวคนไม่ว่าอยู่ ณ ที่ใด ทำให้คนต้องคิดและตัดสินใจรวดเร็วขึ้น สังคมมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น
จากกระแสโลกาภิวัฒน์และผลจากการพัฒนาที่มุ่งเน้นความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจก่อให้เกิดผลเสียตามมาหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาการกระจายรายได้และความเหลื่อมล้ำทางสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำให้แนวทางการพัฒนาประเทศในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) ก็ต้องเปลี่ยนไป โดยได้กำหนดให้ "คน" เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และมีแนวนโยบายพัฒนาด้านการศึกษา มีการดำเนินงานที่จะให้การศึกษาเป็นกระกระบวนการที่มุ่งพัฒนาคน ให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีความสามารถเต็มตามศักยภาพ มีพัฒนาการที่สมดุลทั้งทางด้านปัญญา จิตใจ ร่างกายและสังคม เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กระบวนการศึกษาจึงมี "ผู้เรียน"เป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนา และก็เป็นที่ยอมรับกันว่า ครู คือปัจจัยหลักของความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา เพราะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน
แต่จากการศึกษาสภาพปัญหาเพื่อการวางแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติในช่วงปี พ.ศ. 2540-2544 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาตินั้นก็พบว่า ครูมีแนวโน้มด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการ การถ่ายทอดความรู้ เจตคติและความเป็นครูลดต่ำลง เนื่องจากครูขาดโอกาสในการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง สภาพการเรียนการสอน ครูส่วนใหญ่ยังสอนโดยวิธีการบรรยาย ไม่มีความหลากหลาย ยังคงใช้ครูเป็นศูนย์กลางเน้นการถ่ายทอดความรู้มากกว่าการจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพในการแก้ปัญหาและเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อที่จะให้เด็กเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ต่อไป การจัดการศึกษานั้นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพให้มากขึ้น
ปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษานั้น ปัญหาที่กล่าวถึงมากก็คือ ความรู้ความสามารถของเด็กไทยโดยเฉลี่ยอ่อนลง ทั้งด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์อย่างมีเหตุผล การริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา ความรู้ทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านลักษณะนิสัยใฝ่รู้ ความมีคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย การทำงานเป็นหมู่คณะ เป็นต้น ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เป็นคุณลักษณะที่สำคัญสำหรับคนไทยในยุคโลกาภิวัฒน์เป็นอย่างยิ่ง หากไม่เร่งรีบพัฒนาให้เกิดขึ้นกับคนไทยทุกวัยแล้วก็ยากจะทำให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข สำหรับสาเหตุที่สำคัญนั้น น่าจะมาจาก การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการท่องจำเพื่อสอบมากกว่าการเน้นให้ผู้เรียนรู้จักคิด วิเคราะห์ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในโลกยุคข้อมูลข่าวสารหรือสังคมแห่งการเรียนรู้
จากสภาพการณ์ทางสังคมไทย ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอันเป็นผลเนื่องจาก อิทธิพลของคลื่นสารสนเทศเทคโนโลยี จะก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการปรับตัวของบุคคล สถาบันและสังคมโดยส่วนรวมขึ้น ซึ่งเพื่อเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ การศึกษาซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประชากรของประเทศ ให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์จำเป็นจะต้องเร่งรัดการพัฒนาคนให้เป็นคนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และทำงานเป็นหมู่คณะได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้แนวการพัฒนาคนจะเริ่มกล่าวกันมาเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยมีการกำหนดเป็น ความคาดหวังไว้ในหลักสูตรก็ตาม และนอกจากนั้นการเรียนการสอนในสถาบันการผลิตครูก็เน้นย้ำถึงแนวการพัฒนาดังกล่าว แต่ปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพทางการศึกษาก็ยังระบุว่า ปัญหาดังที่ว่านั้นยังเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องได้รับแก้ไขและพัฒนาต่อไปอีก โดยเฉพาะในเรื่องกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครู จากวิธีการสอนแบบยึดครูเป็นศูนย์กลางไปเป็นยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางให้ได้ มิฉะนั้นแล้วสภาพการเรียนการสอนก็จะเป็นรูปแบบเดิม คือยังเน้นการท่องจำเป็นหลัก การพัฒนาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครูให้เป็นไปในทิศทางดังกล่าว เป็นปัญหาที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักการศึกษาและครูไทยในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ หากต้องการพัฒนาคุณภาพของการจัดการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์กันอย่างจริงจังกันต่อไป
สิ่งที่คนไทยและสังคมไทยต้องการอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถรับมือกับโลกในอนาคตอันท้าทายได้ คือ การเรียนรู้ ซึ่งหมายถึงเรียนรู้ที่จะคิด ตั้งรับ และปรับตัว รวมทั้งเรียนรู้ที่จะแสวงหาความรู้เพื่อจัดการกับปัญหาและสถานการณ์ใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตลอดจนเรียนรู้ที่จะยกระดับการพัฒนาด้านจิตใจและคุณธรรมเป็นหลัก เพื่อสร้างสมดุลกับโลกแห่งความเจริญทางวัตถุในอนาคต การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตจะช่วยให้คนและสังคมสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสมกับเงื่อนไขและบริบทที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของคนไทยและสังคมไทย ดังนั้น สิ่งแรกที่จำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษาไทย คือการปฏิรูปแนวความคิดเกี่ยวกับการศึกษา โดยจะต้องมองว่าการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สถานจึงศึกษาไม่ใช่ที่เดียวที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ การศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ต้องเป็นเรื่องของหลายคนหลายสถาบันที่เข้ามาร่วมกันรับผิดชอบ นับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา สถานที่ทำงาน สื่อมวลชน จนกระทั่งถึงสถาบันการเมือง
ประชาคมโลกภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์
วรรณะ รัตนพงษ์
ดร.อนัตต์ ลัคนหทัย
แนวโน้มในอนาคตของกระแสโลกาภิวัตน์
กระแสโลกาภิวัตน์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้ข้อมูลข่าวสารกระจายอย่างหลากหลายและทั่วถึงส่งผลให้เศรษฐกิจเป็นทุนนิยมมากขึ้นวัฒนธรรมบริโภคนิยมเพิ่มขึ้น เพราะกระแสโลกาภิวัตน์และวิกฤติเศรษฐกิจ การเปิดเสรีทางการค้าก่อให้เกิดภาวะ การปรับตัวไม่ทันทางสังคม การเปลี่ยนแปลงที่พลิกผัน การแข่งขันสูง ก้าวสู่ระบบทุนนิยม วัตถุนิยม ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ นำไปสู่การพัฒนาในทุกด้าน แต่ขณะเดียวกันก็เปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้าน ความพยายามที่จะก้าวให้ทันกระแสโลกาภิวัตน์อาจทำลายศักยภาพของคน ชุมชน ท้องถิ่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม กล่าวคือเกิดภาวะทันสมัยแต่ไม่พัฒนา ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและประเทศชาติเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น แรงงานที่ไร้คุณภาพ การว่างงานเพราะการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามเป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “โลกาภิวัตน์” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกที่ในสังคมปัจจุบันกระแสโลกาภิวัตน์ได้แทรกซึมเข้าไปและส่งผลกระทบให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันและแนวโน้มในทั้งกระแสโลกาภิวัตน์จะส่งผลต่อด้านต่างๆ คือการคมนาคม การสื่อสารถึงกันอย่างรวดเร็วทั่วทั้งโลก การเปลี่ยนแปลง ณ จุดหนึ่งจุดใดในโลก จะกระทบและรู้กันไปทั่วมีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีใหม่มากมาย ซึ่งส่งผลให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล สังคมและชุมชนจำต้องปรับเปลี่ยนไปจากวิถีชีวิตเดิม มีการสร้างกฎเกณฑ์ และการกีดกันระหว่างผู้ที่แข็งแกร่ง และผู้ที่ด้อยกว่าทั้งทางตรงและทางอ้อม มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
โลกมีทั้งการแข่งขัน และความร่วมมือ ในขณะที่มีการแข่งขันกันอย่างมากไม่ว่าด้านธุรกิจ การศึกษา ฯลฯ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร่วมมือจับกันเป็นกลุ่ม เป็นพันธมิตรกัน เพื่อร่วมแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน และเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ตัวอย่างได้แก่ World Trade Organization หรือ WTO (องค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ)มีการเผชิญหน้ากันด้วยภูมิปัญญา (knowledge competition) โลกปัจจุบัน ไม่ได้แข่งกันเพียงด้านกำลังเงิน กำลังคนเท่านั้น แต่เป็นการแข่งขันกันด้วยคุณภาพ ภูมิปัญญา ซึ่งจะเห็นได้ว่าการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานเน้นที่ความสามารถของบุคคลมีความเจริญรุ่งเรืองของผู้ที่แข็งแกร่ง ขณะที่เกิดการล้มละลาย ล่มสลายของผู้ที่อ่อนแอ
ดังนั้นเมื่อกระแสโลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และทุกประเทศต่างมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาตนเองไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ปัจจัยที่เสริมสร้างบทบาทของการพัฒนาคือ “นโยบาย ยุทธศาสตร์ และกลไกระดับชาติ” ว่ามีกลไกรองรับกระแสโลกาภิวัตน์มากน้อยเพียงใด ซึ่งการเสริมสร้างศักยภาพ คือแนวคิดที่ต้องการให้แต่ละประเทศสามารถสร้างกลไกและนโยบายในประเทศให้มีความเข้มแข็งเพียงพอ นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับท้องถิ่นคือ “การมี ส่วนร่วมของประชาชน” กำหนดแนวทางการทำงานที่ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกๆ ด้าน นับตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์และวิถีชีวิตของตัวเองให้เป็นไปในทิศทางที่พึงปรารถนา โดยยึดหลักการการพึ่งตนเอง และการสร้างความเข้มแข็งซึ่งเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อที่จะก่อให้เกิดพลังที่จะร่วมกันพัฒนาการกระจายอำนาจผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติที่ต่อเนื่องและมั่นคง
สรุป ผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์
นับว่าเป็นการยากมากที่จะประเมินผลความซับซ้อน และปรากฏการณ์ของกระแสโลกาภิวัตน์ และเป็นการยากที่จะแยกแยะผลของโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนในสังคม โดยในการศึกษาเกี่ยวกับ โลกาภิวัตน์นี้ประเทศส่วนใหญ่หมายรวมถึงการเพิ่มศักยภาพของสวัสดิการสังคมของประชาชน การค้าขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ และการมาลงทุนของชาวต่างชาติ กล่าวคือเป็นการนำประเทศเข้าสู่ยุคใหม่ เข้าอยู่ในกระแสเศรษฐกิจและระบบการค้าเสรีโดยการพยายามที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรทางเศรษฐกิจระหว่างต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ตนเองมีสิทธิพิเศษทางด้านการค้าขายต่างๆ กับประเทศภาคีสมาชิก เพราะฉะนั้นกระแสโลกาภิวัตน์นั้นเองที่เป็นตัวการผลักดันให้เกิดโลกาภิวัตน์ ผลที่ตามกลับมาคือการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของกระแสโลกาภิวัตน์นั่นเอง กุญแจสำคัญที่น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนโลกาภิวัตน์ คือ ความเป็นอิสระเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีการสื่อสาร(การย่อโลกให้เล็กลง เช่นอินเตอร์เน็ต)
แนวทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับกระแสโลกาภิวัตน์ คือ การเปิดรับและการเปลี่ยนอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป ในการเข้าร่วมตลาดเศรษฐกิจระดับโลกทั้งทางด้านสินค้า ทุนและบริการ และต้องยอมรับด้วยว่าโลกาภิวัตน์ไม่ได้นำมาซึ่งโอกาส หากแต่มีความเสี่ยงตามมาด้วย กล่าวคือในขณะที่โลกาภิวัตน์นำมาซึ่งโอกาสที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจที่โตขึ้น และมาตรฐานชีวิตที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญปัญหาที่ท้าทายว่าจะสามารถลดความยากจน ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดความเป็นธรรมได้หรือไม่ การร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในระดับประเทศและระหว่างประเทศจึงมีความสำคัญและก่อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย โดยประเทศที่ร่ำรวยควรมีนโยบายในการให้ความช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประสบปัญหาด้านการเศรษฐกิจ รัฐบาลควรให้การช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจในประเทศและเสริมสร้างนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้มีความมั่นคงมากขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติในการเข้ามาลงทุน
มนุษย์ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
ศึกษาสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์กายภาพและภูมิศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาคและโลก โดยส่วนรวม รวมทั้งสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและกฎหมายของภูมิภาคและโลก อันนำไปสู่กระแสโลกาภิวัตน์ ที่ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ให้รวมถึงการศึกษาถึงบริบท ที่เกี่ยวข้องกับกระแสโลกาภิวัตน์ ปัจจัยของการรับและผลกระทบการรับกระแสโลกาภิวัตน์ และแนวทาง ที่เหมาะสมในการสอดรับ
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกโดยรวมในทุกมิติ ทั้งภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กฎหมายและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับกระแสโลกาภิวัตน์ และตระหนักถึงอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัตน์ รวมทั้งรู้จักปรับปรน หรือต่อสู้กับกระแสโลกาภิวัตน์
มนุษย์ทั่วโลกได้สถาปนาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกันนานนับหลายศตวรรษ ปัจจุบันความสัมพันธ์ในทุกๆด้านได้ทวีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางติดต่อกันโดยการเดินทางด้วยเครื่องบินขีดสมรรถนะของความเร็วเหนือกว่าความเร็วของเสียง การเดินทางออกสู่ห้วงอวกาศ
การติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายระบบสารสนเทศ การเดินทางติดต่อทางเรือโดยสารหรือเรือบรรทุกสินค้าขนาดมหึมา หรือ การไหลเวียนของสินค้าตลอดจนเงินทุน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ยิ่งทำให้มวลมนุษยชาติ ทั้งโลกต้องติดต่อพึ่งพาอาศัยกันและกันมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต ผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่ผลิตขึ้นโดยบรรษัทอุตสาหกรรมข้ามชาติจากหลายประเทศได้ถูกส่งไปขายยังประเทศต่างๆทั่วโลก ทำให้เกิดการเคลื่อนย้าย เงินตรา เทคโนโลยี และวัตถุดิบซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต ข้ามเขตพรมแดนของตนไปยังพรหมแดนอื่นที่อยู่ไกลออกไป
บนเส้นทางแห่งการไหลเวียนของระบบการผลิตและระบบการเงิน ได้เกิดการแลกเปลี่ยนอันไร้ขอบเขตของแนวคิดและวัฒนธรรมใหม่ซึ่งครอบคลุมวิถีแห่งวิถีการดำรงชีวิตดั้งเดิมของมนุษย์แต่ละเผ่าพันธุ์ส่งผลให้เกิดการก่อรูปและเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดจนส่งผลให้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดตลอดจนหลักการทางด้านสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของระบบการเมืองการปกครอง กฎหมาย เศรษฐกิจรวมทั้งสังคมระหว่างรัฐชาติแต่ละรัฐชาติ สิ่งต่างๆที่กล่าวถึงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้และกำลังคืบคลานเข้ามาเยือนทั่วทั้งโลก
ปรากฏการณ์ดังกล่าวนับเป็นอุบัติการณ์ที่ปรากฏขึ้นให้สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าของมนุษย์ นับตั้งดาวเคราะห์ดวงหนึ่งของระบบสุริยะจักรวาล (Universe) อันหมายถึงโลก ได้อุบัติขึ้นและโคจรด้วยการหมุนรอบตัวเอง ไปพร้อมกับการหมุนรอบ ดวงอาทิตย์ซึ่งนับเป็น ศูนย์กลางแห่งระบบสุริยะจักรวาล ในขณะเดียวกัน
เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง ที่ส่งผลต่อประชาคมโลก
ชูพันธุ์ ชมภูจันทร์
เทคโนโลยี (Technology) มีความหมายค่อนข้างกว้าง โดยทั่วไปหมายถึงสิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เข่น อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ หรือแม้กระทั่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น กระบวนการต่างๆ ซอฟต์แวร์ เป็นต้น คำว่าเทคโนโลยีถึงแม้บ่อยครั้งจะใช้หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้ความรู้ที่เพิ่งค้นพบหรือพัฒนาขึ้นมา แต่สิ่งประดิษฐ์โบราณ เช่น ล้อเกวียน นั้นก็นับเป็นเทคโนโลยี
เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนที่เป็นข้อแตกต่างคือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจ เป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใด กล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ
คำว่าเทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตของมนุษย์มาเป็นเวลานาน เป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้แก้ปัญหาพื้นฐาน ในการดำรงชีวิต เช่น การเพาะปลูก ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ในระยะแรกเทคโนโลยีที่นำมาใช้ เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานไม่สลับซับซ้อนเหมือนดังปัจจุบัน แต่ในปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธว่าเทคโนโลยีมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก ซึ่งสังเกตได้จากการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนับตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน ชีวิตของมนุษย์จะต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นในด้านอาหารการกิน การแต่งกาย การสร้างที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค การเดินทาง การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันแทบทุกประเทศในโลกล้วนต้องการสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ด้วยการสร้างองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้ความได้เปรียบในเรื่องทรัพยากรทางธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยความได้เปรียบในด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นตัวแปรที่สำคัญที่ส่งผลต่ออำนาจการต่อรองในเวทีการค้าระหว่างประเทศ กล่าวคือในปัจจุบันประเทศที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีสามารถสร้างความเจริญมั่งคั่งในทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วทั้งนี้เนื่องมาจากความจำเป็นต่างๆในด้านการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้นความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีบทบาทในโลกยุคปัจจุบัน รวมทั้งผลกระทบจากเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีผลต่อประชาคมโลกจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตท่ามกลางกระแสโลกในปัจจุบันเป็นไปอย่างมั่นคงและรู้เท่าทันถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อตนเองและสังคม
ปัจจุบันมีเทคโนโลยี 3 เทคโนโลยีที่สำคัญ คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและยังรวมไปถึงในอนาคต อันจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในระดับประชาคมโลก
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือ IT เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หลักสองสาขาคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม เป็นเทคโนโลยีเพื่อใช้ในกระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้าง และเผยแพร่สารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียง ภาพ ภาพเคลื่อนไหว ข้อความหรือตัวอักษร และตัวเลข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแม่นยำ และความรวดเร็วให้ทันต่อการนำไปใช้ประโยชน์
ปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดและสื่อสารสนเทศถึงกันได้ในระยะทางไกลๆ จึงกล่าวได้ว่าลักษณะของสารสนเทศมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา สามารถรวบรวมเรียบเรียงผสมผสานได้หลายรูปแบบ สรุปย่อและย่อส่วนให้ขนาดเล็กลงเพื่อพกพาไปได้อย่างสะดวก การส่งถ่ายสารสนเทศทำได้รวดเร็วเทียบเท่าความเร็วแสง สารสนเทศถือว่าเป็นสินค้าที่มีราคาซื้อขายได้ อย่างไรก็ตามการใช้สารสนเทศผู้ใช้สามารถใช้ร่วมกันได้ แลกเปลี่ยนกันได้เทคโนโลยีที่เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดและสื่อสารสนเทศ จึงเรียกได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ในอนาคต
โดยสรุปการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้วข้างต้นล้วนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายภายในประชาคมโลกทั้งในยุคปัจจุบันและในอนาคต แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบไปพร้อมๆ กัน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ได้ฉันท์ใด ก็สามารถทำลายล้างชีวิตและสังคมของมนุษย์ได้ฉันท์นั้น เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่มีต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงว่าจะไปทางด้านใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ครอบครองเทคโนโลยีจะมี “จริยธรรม” ในการนำไปประยุกต์ใช้มากน้อยเพียงใด ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “ผู้ใดครอบครองเทคโนโลยี ผู้นั้นครองอำนาจ”
ในสถานการณ์ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ อาจดูเหมือนว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วที่เป็นฝ่ายครอบครองเทคโนโลยีที่สูงกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศด้อยพัฒนา กำลังใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เป็นเครื่องมือในการครอบงำทางเศรษฐกิจซึ่งประเทศที่ไม่สามารถมีเทคโนโลยีเป็นของตนเองต่างก็มีความจำเป็นต้องพึ่งพิงเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ ทำให้ต้องนำทรัพยากรต่างๆ ที่ตนเองมีอยู่แลกกับการนำเข้าเทคโนโลยีที่ทันสมัย ท่ามกลางการค้าระหว่างประเทศที่อำนาจในการต่อรองกลับตกอยู่กับประเทศที่ครอบครองเทคโนโลยีทำให้เกิดการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมตามมา กล่าวคือ ประเทศด้อยพัฒนาที่ไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตนเองมีสถานะเป็นเพียงประเทศที่เป็นฐานการผลิต เนื่องจากมีทรัพยากรทางการผลิตราคาถูกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติ ที่ดิน แรงงาน ฯลฯ อีกทั้งกฎหมายที่ให้การคุ้มครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไม่มีหรือยังขาดการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ผลที่ตามมาก็คือทรัพยากรเหล่านั้นถูกดูดซับไปเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเจ้าของเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ปรากฏภายหลังจากการเข้ามาลงทุนของประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีเหล่านั้นก็คือความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศตกต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบในเรื่องของสิ่งแวดล้อมของประเทศผู้ผลิต
ดังนั้นเมื่อการใช้เทคโนโลยีเป็นไปเพื่อตอบสนองความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันในด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยมีได้คำนึงถึงในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์เป็นสำคัญ ก็ทำให้เกิดการกระจุกตัวของความมั่งคั่งในหมู่ประเทศเจ้าของเทคโนโลยี แต่กลับทำให้ประเทศที่ด้อยพัฒนาตกอยู่ในสภาวะด้อยพัฒนาต่อไป
จากสภาวการณ์ข้างต้นคงเป็นบทเรียนราคาแพงของประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายที่จำเป็นต้องปรับตัวในเรื่องการสร้างองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีด้วยตนเอง เพื่อมิให้ตกอยู่ในสถานะของประเทศที่พึ่งพาทางเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา เพราะหากประเทศใดไม่มีเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นของตนเอง ก็เท่ากับว่าการพัฒนาประเทศในอนาคตถูกกำหนดชะตากรรมโดยผู้อื่น ดังนั้นแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ อยู่ที่ความพยายามในการสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ หากประเทศใดไม่เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลถึงอนาคตที่มืดมนของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนทางเดียวที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อการเอาชนะที่ทรงอานุภาพยิ่ง ก็คือการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ รวมทั้งเพื่อทดแทนการนำเข้าทางเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนไปจากการพึ่งพาต่างประเทศมาเป็นการพึ่งตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการพัฒนาตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันจะทำให้ประเทศชาติสามารถดำรงรงอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลกในยุคโลกาภิวัตน์